วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

SEX APPEAL :: NEWBACK :: เลว 20 จบ


.         


                ⚫️ SEX APPEAL :: NEWBACK⚫️

                       ⚫️เลวครั้งสุดท้าย⚫️






        ทุกๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา ผมว่ามันเป็นเพียงบททดสอบหนึ่งในชีวิต เป็นเพียงเครื่องพิสูจน์ว่าเราสามารถก้าวผ่านมันไปได้หรือไม่

        แม้ตลอดเส้นทางจะเจอกับอุปสรรคหลายอย่าง
        แต่ถ้าเส้นทางนั้นมีคนที่ผมรักเดินจับมือไปด้วยกัน



        ....ผมก็ไม่กลัว



        บรืนนน..
        "เข้าบ้านเถอะ พ่อกับแม่ผมรอคุณอยู่" หมอบอกกับผมก่อนที่เขาจะเดินลงจากรถมารอผมที่ฝั่งนี้
        ผมยิ้มกว้างให้หมอแม้ในใจจะเป็นกังวล นี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของหมอหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น

        'ผมทำผิดเอาไว้ พ่อแม่หมออาจจะไม่อยากเห็นหน้าผม'
        ผมบอกความกังวลให้หมอฟัง เขาเพียงแค่ยิ้มและเคาะนิ้วลงมาบนหน้าผากผมแรงๆ สองที

        'ไม่ต้องกลัว พ่อแม่ผมเขารักคุณนะ'
        นี่คือประโยคที่หมอพูดปลอบผมตลอดทางที่กลับมากรุงเทพ
        เราสองคนก้าวผ่านประตูบ้านยังไม่ทันได้เดินไปไหน ผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่าครอบครัวก็เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
        กว้างมากพอที่ทำให้ผมน้ำตาซึม
        "ทำไมถึงผอมลงแบบนี้ล่ะลูก ไปเถอะไปทานข้าวกันนะ แม่เตรียมไว้หลายอย่างเลย" เสียงเจือด้วยความห่วงเอ่ยกับผมหลังจากที่ยกมือไหว้ท่าน
        ผมหันมองคนข้างตัว หมอเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ก่อนจะกระชับมือผมให้แน่นขึ้นแล้วพาผมเดินตามหลังแม่ของเขาไป
        หลังจากผ่านการง้องอนกันมา หมอก็ขอร้องแกมบังคับให้ผมกลับมาอยู่กับเขาเหมือนเดิม ตอนแรกผมเองก็ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ใครมาว่าผมเกาะหมอกิน
        แต่หมอก็ไม่ยอมแพ้....จนกลายเป็นผมที่ใจอ่อนยอมแพ้หมอซะเอง
        "มากันแล้วเหรอ นั่งเถอะ กินข้าวกัน"
        ผมทรุดนั่งลงข้างๆ หมอ มีพ่อนั่งหัวโต๊ะและแม่นั่งตรงข้ามพวกเรา ทั้งสองคนมีสีหน้าใจดีเหมือนเดิม และไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา
        เพราะแบบนี้ไงผมถึงยอมแพ้ให้ผู้ชายคนนี้...
        ผมแพ้จริงๆ




        20.34 น.
        ก็อกๆ ก็อกๆ
        ผมยืนรออยู่หน้าห้องทำงานหลังจากทำใจกล้าเคาะเบาๆ ไปสองสามครั้ง ตอนนี้เวลาใกล้จะสามทุ่มหมอกำลังอาบน้ำอยู่ ผมจึงพาตัวเองออกมาหาคนที่อยู่ในห้องนี้
        ยังไงผมก็ต้องมา
        แอ๊ดดดด
        "อ้าวแบ็คเองเหรอ มีธุระกับแม่เหรอจ๊ะหรือกับคุณพ่อ" แม่ของหมอในชุดนอนเป็นคนเดินมาเปิดประตูให้ผม เขาเบี่ยงให้ผมเดินเข้าไปด้านใน
        "ทั้งพ่อกับแม่เลยครับ ผม..." ผมยืนมองคนตรงหน้าอยู่กลางห้อง พ่อและแม่ของหมอมีท่าทีสบายๆ ผิดกับผมโดยสิ้นเชิง
        "........"
        "ผมอยากมาขอโทษ..." ผมก้มหัวพร้อมยกมือไหว้ให้ท่านทั้งสอง ไหล่ทั้งสองข้างของผมมันสั่นไหวพอๆ กับน้ำตาที่ไหลลงมาจนเปื้อนปลายนิ้ว
        ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนในห้อง ผมก้มอยู่อย่างนั้น ยืนร้องไห้แบบนั้นจนใจเริ่มเสีย
        แต่ไม่นานความกังวลทั้งหมดก็โดนใครบางคนโยนทิ้งลงหน้าต่างไป
        "โอ๋ๆ ไม่ร้องนะลูกนะ พ่อกับแม่ไม่โกรธแบ็คเลยนะ แค่แบ็คตัดสินใจมาขอโทษพวกเรา แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องร้องไห้หรอก"
        ผมกอดแม่ของหมอแน่นเมื่อได้ฟังประโยคนั้น ฝ่ามือเล็กๆ ลูบแผ่นหลังผมเป็นการปลอบโยน ผมได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ แว่วมาจากโต๊ะทำงาน
        ทำไม....
        "ฮึกๆ ทำไม...ทั้งๆ ที่ผม ฮึกๆ เลวขนาดนี้ ทำไม ฮึกๆ ถึงให้อภัยผม ฮึกๆ ทำไม..."
        "ฟังนะ ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของแบ็คกับนิวจะเกิดจากอะไร แต่พ่อกับแม่เรามองที่ปัจจุบันมากกว่านะ และถ้าปัจจุบันของลูกทั้งสองคนมันส่งผลถึงอนาคต แม่ว่าอดีตที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะนะแบ็ค"
        "แม่ครับ...ฮือออ"
        ผมผละตัวออกจากอ้อมกอดนั้น มองหน้าผู้ให้กำเนิดหมอทั้งสองคน ผมไม่สงสัยแล้วว่าทำไมหมอถึงเป็นคนดีได้ขนาดนี้
        นี่คงเป็นโชคชะตาของผม หลังจากกลั่นแกล้งให้ผมจมอยู่กับความเจ็บปวดอยู่นาน
        "แบ็ครักนิวไหม"
        ผมเช็ดน้ำตาทั้งสองข้างรวมถึงคราบที่ไหลเปรอะเปื้อนตรงแก้มออกไป ผมมองคนถาม เธอยิ้มให้ผมเหมือนเดิม
        และนั่นก็ทำให้ผมยิ้มตามก่อนจะพยักหน้าและเอ่ยตอบคำถามที่มีเพียงแค่คำตอบเดียว
        "ผมรักหมอครับ รักมาก รักที่สุดครับ"
        "ถ้างั้นก็จบเรื่องแค่เท่านี้ นี่แหละคือคำตอบที่เราถามพ่อกับแม่ว่าทำไม..."
        พ่อของหมอเป็นผู้พูดประโยคปิดท้าย ก่อนที่จะส่งผมเข้านอนด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบวัน
        นั่นสินะ ทำไม....


        'แบ็ครักลูกของแม่ แม่ก็รักแบ็คด้วย'

        ....เพราะรักล่ะมั้ง




        แอ๊ดดดด
        "หึหึ"
        "คุณยิ้มอะไร แล้วหายไปไหนมา"
        หมอพับหนังสือแล้ววางมันไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง เขาตบลงบนที่นอนเบาๆ เป็นการเรียกให้ผมเข้าไปหา
        หมับ!
        "ผมมีความสุขจัง" ผมกอดเอวเขาก่อนจะเอ่ยบอกความรู้สึกในตอนนี้
        "หลังจากนี้คุณจะมีความสุขทุกวันผมสัญญา"
        "สัญญาแล้วนะ"
        ผมเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่งของหมอเพื่อสบตาเขา เรามองหน้ากันพร้อมบอกผ่านความรู้สึกข้างใน เราไม่จำเป็นต้องพูดบ่อยๆ ไม่จำเป็นต้องแสดงออกทุกครั้ง
        ขอแค่ในวันนี้และในวันต่อๆ ไป เรายังจับมือกันไว้ก็พอ
        "ผมสัญญา"
        "ขอบคุณนะ"
       
       
   



        ไม่รู้ว่าผ่านมากี่นาทีแล้วที่เราทั้งสี่คนนั่งจิบกาแฟในบรรยากาศที่เงียบสงัด ผมไม่พูดหมอไม่พูด อีกสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะก็ยิ่งไม่พูด จากตอนแรกที่จิบกาแฟอย่างสบายๆ ก็เริ่มอึดอัดแทน
        "เอ่อออ....."
        ผมส่งเสียงยานครางยอมเป็นผู้ทำลายความเงียบก่อน ทั้งสามคนในโต๊ะมองมาที่ผมเป็นตาเดียว
        ยกเว้นก็แต่คนตรงข้ามผมที่แค่มองมาแล้วหันหน้ากลับไปทางหน้าต่างเหมือนเดิม
        "ถ้าไม่มีอะไร นิวขอกลับก่อนนะ" หมอพูดขึ้นนับว่าเป็นประโยคแรกนอกจากทักทายกันเมื่อต้นชั่วโมงก็ว่าได้
        คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามยอมหันหน้ากลับมา เขากัดปากอย่างเป็นกังวล ทุกอย่างยังคงเงียบจนคนที่นั่งตรงข้ามหมอเอ่ยเร่ง
        "บาส เราตกลงกันไว้ว่ายังไง พูดสิ"
        มิก้าทำหน้าดุใส่คนตรงข้ามผม เขาหันขวับพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่ มิก้าแค่ยักไหล่
        "ไงบาส นิวต้องเข้าเวรตอนบ่ายสามโมงนะ" หมอมองนาฬิกาข้อมือเป็นการเร่ง อีกสี่สิบนาทีจะถึงสามโมงอย่างที่หมอว่า
        "บาส..." มิก้ากดเสียงต่ำจนสุดท้ายคนโดนกดดันก็ทนไม่ไหว
        "เออๆ รู้แล้วๆๆ ขอโทษ!!"
        ผมนั่งเงียบตัวเกร็งเมื่อทิศทางการขอโทษมันหันมาทางผม ผมนั่งมองตาปริบๆ มองหมอสลับกับมิก้าก็พบว่าทั้งสองคนกำลังกลั้นขำ
        ผมมองหน้าบาสก็พบว่าเขากำลังหน้าแดง ไม่รู้ว่าโกรธหรือกำลังอาย
        "คือ...."
        "จะด่าก็ได้ เอาสิ ฉันเป็นคนไปฟ้องเรื่องนายกับแม่ของนิวเอง นายมันร้ายจริงๆ ทำยังไงทุกคนถึงเข้าข้างนายกันไปหมด!!"
        "คือ..."
        "ไงจะด่าหรือจะตบก็ทำมาเลย ฉันพร้อมละ"
        ผมนั่งอ้าปากพะงาบๆ โดยมีหมอกับมิก้านั่งหัวเราะแบบไร้เสียง ผมอมยิ้มเมื่อรับรู้ได้ถึงการยอมรับในตัวผมจากบาส
        แม้ถ้อยคำจะฟังดูรุนแรง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ขัดขวางผมกับหมออย่างแต่ก่อนแล้วล่ะนะ
        "ขอบคุณนะ ผมเองก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน ที่ทำให้คุณเสียใจ"
        "บาส...."
        มิก้ากดเสียงต่ำอีกรอบเมื่อคนข้างตัวเขาไร้การตอบกลับให้กับคำพูดของผม
        "จู้จี้!!" บาสหันไปตวาดใส่มิก้าและสุดท้ายก็เกิดเป็นสงครามขนาดย่อมๆ
        "โอยเจ็บนะ อย่ากัด!"
        ผมกับหมอเรามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะเบาๆ เราสองคนจับมือกันแน่นขึ้นอยู่ใต้โต๊ะสี่เหลี่ยมในร้านกาแฟ แม้เสียงทะเลาะกันจากอีกฝั่งจะยังดังขึ้นไม่หยุด

        แต่ผมจะถือว่านี่คือสีสันของชีวิตรักก็แล้วกัน
       

        "ฮ่าๆๆๆ"
        "นิวหยุดขำเดี๋ยวนี้! นายด้วยหยุดขำนะ"
        "ไอ้นิว มึงดูเพื่อนมึงกัดกู"
 
   
        สีสันของชีวิตรัก...
        รักของมิก้ากับบาสนะครับไม่ใช่ของผม


        เพราะรักของผมกับหมอ มีสีสันจากเราสองคนก็เพียงพอแล้ว



                          🎉 The end 🎉









        แถม....❤️

        Rrrrrrr

        'ตัง'

        "อืมว่าไงมึงโทรมาทำไมดึกๆ" ผมขยับออกจากอ้อมกอดของหมอเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพื่อนโทรมา พยายามทำเสียงเบาเพราะกลัวว่าคนที่นอนอยู่จะตื่น
        23.47 น
        ดึกขนาดนี้หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรง
        [มาหากูหน่อย]
        มันตอบกลับมาสั้นๆ ผมได้ยินเสียงจอแจดังลอดมาจากปลายสาย มันไม่ได้อยู่คนเดียว
        "ที่ไหน" ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องนอนไปที่โซฟา ได้ยินเสียงมันถอนหายใจก่อนจะตอบกลับผม ซึ่งทำเอาผมแทบทรุดลงกับพื้น
        [โรงพัก]
        "ห้ะ!!!" ผมรีบปิดปากตัวเองเพราะเผลอตะโกนเสียงดัง
        [โรงพัก! ข้อหาทะเลาะวิวาท มึงจะมาไหมทำไมถามมากจังเลย]
        ผมตบหน้าผากตัวเองแรงๆ เมื่อได้ฟังมันย้ำอีกที ไม่ต้องเดาเลยว่าข้อหาอะไรที่ทำให้มันโทรมาตามผมกลางดึกแบบนี้
         "รอแปป" ผมเด้งตัวจากโซฟาแล้วกลับเข้าห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า โทรศัพท์ยังแนบอยู่ที่หูของผมเพื่อฟังมันระบาย



        ผู้ชายที่ชื่อ 'ก้อง' คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
        ผมว่าถึงเวลาที่เขาคนนั้นควรจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเสียที



        "แล้วเจอกันมึง" 



       TBC...........KONGTANG








            จากเพจฟิคนักบอลไทย



1 ความคิดเห็น: