วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559

SF MUIAUM :: NOT ANOTHER ONE









             MUIAUM ❤️





             NOT ANOTHER ONE








             เราคุยกันทุกวันถึงแม้จะไม่ได้เห็นหน้าแต่ว่าเราก็ได้ฟังเสียง

             [พี่มุ้ยอุ้มเหนื่อยแล้ว....]

             เสียงจากปลายเสียงฟังดูเหนื่อยล้าจนผมสงสาร กัปตันที่แข็งแกร่ง ผู้ชายที่ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ มามากมายไม่ว่าจะในสโมสรหรือในทีมชาติ
             แต่ว่าตอนนี้อุ้มกำลังแสดงด้านอ่อนแอให้ผมเห็น
             [อุ้มผิดอะไร...ฮึก..]
             ผมกำโทรศัพท์ในมือให้แน่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นดังลอดผ่านมา อุ้มของผมไม่เคยต้องเสียน้ำตาให้เรื่องพวกนี้
             ผมกัดฟันจนขึ้นกราม จินตนาการว่าตัวเองเป็นคนที่โดนโจมตีผ่านโลกโซเชี่ยลเหมือนอีกฝ่ายก็รู้สึกโกรธจนทนไม่ได้
             แล้วอุ้มล่ะ...
             ความรู้สึกของอุ้มตอนที่ได้อ่านข้อความดูแคลนพวกนั้นจะรู้สึกยังไง ยิ่งกับคนที่มันเคารพเหมือนแม่คนที่สอง
             อุ้มไม่มีทางเข้มแข็งต่อไปได้อีก ผมรู้...
             ภายนอกอุ้มแสดงออกมาว่าเข้มแข็งเท่าไหร่ ใครจะรู้ว่าภายในอุ้มเปราะบางยิ่งกว่า

             "ถ้าเหนื่อยก็มาหาพี่นี่มา"
             [พี่มุ้ย...]
             "มาอยู่กับพี่ พี่จะดูแลอุ้มเอง"

             เป็นคำสัญญาจากผม ที่ผมให้กับมันในช่วงต้นเดือนเมษายน ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาและผมคิดว่าอีกฝ่ายคงจะลืมมันไป.....



















             ใช่...อุ้มน่าสงสาร
             แต่ใช่ว่าความร้ายกายของธีราทรจะลดลงไป




             ผมไม่เคยตามอุ้มทันเลย....สักครั้งก็ไม่เคย....เฮ้ออออ








             "พี่มุ้ย!!!! นี่มันอะไร จริงเหรอ อะไรยังไง!!"
             ผมต้องรีบยกมือขึ้นปิดหูเมื่อไอ้เตี้ยเจมาตะโกนกรีดร้องอยู่ใกล้ๆ ผมปรายตามองหน้าจอมือถือที่ไอ้เจยื่นมาให้ตรงหน้าก่อนจะหันกลับมาที่หน้าจอมือถือตัวเองอีกที
             ก็เปิดหน้าเดียวกันอยู่เนี่ย...
             "อย่างที่มึงอ่านนั่นแหละ กูก็รู้พร้อมมึง" ผมบอกปัดอย่างรำคาญ อยากอ่านเนื้อความทั้งหมดให้จบแต่เหมือนว่าไอ้คนข้างตัวจะไม่ยอมให้ผมทำแบบนั้น
             "ไม่เชื่ออ่ะ ผมว่าพี่อุ้มต้องบอกพี่มุ้ยก่อน ไม่มีทางที่พี่จะไม่รู้" นอกจากจะซนแล้วยังขี้เสือกด้วย
             "ตามใจมึงจะคิด" หลังจากนั้นมันก็แหกปากดังลั่นหาว่าผมโกหก
             ผมกลับเข้ามาสู่สภาวะปกติอีกครั้ง ตั้งใจอ่านเนื้อความที่ปรากฏอย่างตั้งใจ ผมขมวดคิ้วเมื่ออ่านมาถึงคำว่า
             'สโมสร SCG เมืองทอง ยูไนเต็ด'
             รอยยิ้มค่อยๆ ผุดขึ้นมา เมื่อทุกอย่างกระจ่างชัดและไม่ใช่แค่ข่าวลือ

             ไอ้ดื้อของผมกำลังมาอยู่กับผมแล้วจริงๆ






             [พี่มุ้ยจะดูแลอุ้มจริงๆ หรือเปล่า]
             "มีวันไหนบ้างที่พี่ไม่ดูแลอุ้ม"

             [งั้นพี่มุ้ยไปบอกนายของพี่ให้มาพาอุ้มออกไปที]


             อุ้มฉลาดกว่าผมเสมอ คนน่าสงสารเมื่อก่อนหน้านี้ตอนนี้กลายร่างแล้วสินะ






             "มึงใจเย็นๆ ร้องไห้ทำไม อย่าร้อง...ไม่มีใครห่าไรล่ะ เพื่อนมึงเต็มสโมสร...เออๆ กูขอโทษ หยุดร้องไห้...."

             ผมเดินออกมาด้านนอกเพื่อเตรียมตัวจะกลับบ้าน ก็เจอไอ้เตี้ยจอมป่วนกำลังปลอบคนในโทรศัพท์ ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใคร
             ผมว่าธรรมดาที่ต้นมันจะต้องช็อคและเสียใจทุกอย่างกะทันหันไปหมด แม้แต่ผมเองยังตกใจที่เรื่องเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้
             ไอ้เจหันมาโบกมือลาให้โดยไม่เอ่ยเสียง มันยังคงนั่งฟังอีกฝั่งร้องไห้อย่างใจเย็น
             ใช้เวลาเกือบสี่สิบห้านาทีกว่าจะมาถึงบ้าน ผมมองรถหรูที่จอดขวางประตูหน้าบ้านของผมก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา เจ้าของรถเปิดประตูช้าๆ ก่อนจะเดินมาหาผมที่ยังคงนั่งอยู่ประจำที่คนขับเช่นเดิม
             ก็อก ก็อก ก็อก
             ครืดดดดด
             "ทำไมมาช้า อุ้มมารอนานแล้ว" น้ำเสียงติดเอาแต่ใจบวกกับสีหน้าคนพูดยืนยันประโยคนั้นได้ดีเยี่ยม ดูจากร่องรอยคราบน้ำตาผมก็พอเดาได้
             เคยบอกแล้ว ภายนอกของอุ้มเข็มแข็งเท่าไหร่ ภายในก็ยิ่งสวนทางกัน
             "เขยิบรถสิ จอดขวางพี่เปิดประตูให้ไม่ได้"
             "อือ"
             อีกฝ่ายไม่งอแงเพราะคงจะเหนื่อยกับอะไรหลายๆอย่าง ไม่รู้ว่าอุ้มออกมาจากบุรีรัมย์ตอนกี่โมง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอุ้มต้องเจอกับอะไร จนวันนี้ถึงขนาดแตกหักกัน
             ผมจึงไม่แปลกใจที่เห็นกัปตันธีราทรมาจอดรถรอที่หน้าบ้านของผมยามวิกาล

             'พี่มุ้ยเป็นคนแรกที่อุ้มจะนึกถึง'

             ไม่ว่ากี่ปีมันก็ทำอย่างที่พูดไว้เสมอ

             "เหนื่อย เหนื่อยมากๆ" อุ้มกอดเอวผมจากข้างหลังเมื่อเราสองคนเดินเข้ามาในบ้าน มันซบหน้าลงที่แผ่นหลังของผม ผมยืนนิ่งไม่ขยับ
             "ผ่อนคลายซะ ไม่มีอะไรที่มึงต้องคิดมาก" ผมลูบหลังมือของอุ้มเบาๆ ก่อนจะจับแล้วหมุนตัวอุ้มมาเผชิญหน้า
             "......"
             "ตาบวมหมดแล้วรู้ตัวไหม น่าเกลียดมาก"
             "อุ้มน่าเกลียดพี่มุ้ยก็จะไม่รักใช่ไหม" ผมขำให้กับคนช่างสรรหาคำมาถาม หน้าตาจริงจังด้วยนะ
             "ขำอะไรล่ะ อุ้มจริงจัง"
             ป็อก!
             "โอย!" มันร้องโอเว่อร์เมื่อผมดีดนิ้วลงบนหน้าผากของมัน
             "ถามอยู่ได้ว่ารักไหม แล้วนี่ยังไงหายเศร้าหรือยัง"
             "ก็ถ้าพี่มุ้ยบอกว่ารักก็จะไม่เศร้าแล้ว" มันเชิ่ดหน้าทำปากยื่นท้าทาย ลองถ้าตั้งคำถามแบบนี้ได้มันคงเลิกคิดมากแล้วล่ะ
             ข้อเสียของอุ้มคือการที่ชอบเก็บความเศร้าไว้กับตัวเองคนเดียว แต่ข้อดีของอุ้มคือการเศร้าได้ไม่นาน
             "จะให้บอกยังไงดี" ผมถามกลับบ้าง ประโยคเหมือนไม่มีอะไรแต่อุ้มมันรู้ไงว่ามี
             แน่นอนว่าไอ้คนฟังมันก็ทำตาโตอ้าปากค้างไปละ
             "บอกบนเตียงก็ได้เหรอ? งั้นป่ะขึ้นห้องกัน"
             "มึงนี่มัน...."
             มันไม่รอให้ผมพูดอะไรออกมาอีก จัดการลากแขนผมให้ตามมันไปที่ชั้นสองของบ้าน มันเดินจ้ำอ้าวราวกับเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง
             แต่เอาตรงๆ บ้านผมก็เหมือนบ้านอุ้มนั่นแหละ
             "กูอาบน้ำก่อน สภาพตัวเหม็นแบบนี้ไม่ไหวแน่" ผมไม่ได้อาบน้ำหลังซ้อมเสร็จเพราะมัวแต่เอาเวลามาเช็คข่าวของเจ้าตัว คนฟังก็ดูจะว่าง่าย มันนั่งลงบนเตียงแล้วพยักหน้าแข็งขัน
             "เร็วๆ นะ เดี๋ยวอุ้มเปลื้องผ้ารอ"
             "ให้มันน้อยๆ หน่อย"
             "ฮี่ๆๆ"
             ผมคว้าผ้าขนหนูเดินเข้ามาข้างในห้องน้ำ ผมไม่ใช่คนอาบน้ำนานและอีกอย่างเพราะคนข้างนอกนั่นแหละที่เป็นเหตุผลหลักที่ผมอยากอาบให้เสร็จเร็วๆ
             ซ่าๆๆๆ
             แกร็ก....
             ผมยืนหันหลังให้ประตู มีกระจกแผ่นหนากั้นระหว่างโซนอาบน้ำกับอ่างล้างหน้าเอาไว้ เสียงลูกบิดเมื่อครู่นี้ผมได้ยินชัดเจนแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ
             นิสัยใจร้อนไม่ได้เป็นแค่ในสนามบอลสินะ
             ซ่าาาา
             หมับ...
             "อุ้ม...."
             ผมรีบหมุนปิดน้ำและหันหน้ากลับมามองคนที่กอดผมไว้ มันตัวเปล่าเปลือยเหมือนกันกับผม ดวงตาของมันแดงก่ำคงผ่านการร้องไห้มา
             "ทุกคนคิดว่าอุ้มผิด ไอ้ต้นก็ด้วย...อุ้มไม่ได้อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้"
             เวลาแค่5นาทีที่ผมไม่อยู่ด้วย สามารถทำให้อุ้มร้องไห้จนตาแดงได้เลยเหรอ ผมตกใจมากและสงสารมันมากๆ
             "หยุดคิด อุ้มทำดีที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องน้อง มันไม่เข้าใจอุ้มตอนนี้ แต่สักวันมันต้องเข้าใจเชื่อพี่นะ"
             ผมค่อยๆ จูบลงที่หน้าผากมนก่อนจะไล่ลงมาที่ดวงตาทั้งสองข้าง ผมประคองที่สองข้างแก้มก่อนจะจูบที่ปากของอุ้มเบาๆ
             "อยู่กับพี่ เลิกคิดถึงคนอื่นได้แล้ว"
             อุ้มพยักหน้าและยิ้มส่งมาให้ ผมดันตัวอุ้มให้ชิดผนัง เพราะรู้ว่าเราคงรอให้ไปถึงเตียงไม่ได้
             ไม่ใช่แค่อุ้มที่ต้องการผม ผมเองก็ต้องการอุ้มเหมือนกัน ต้องการมากกว่าที่ใครจะคาดถึงซะอีก
             "อื้อออ อ่า"
             ผมใช้มือปรนเปรอส่วนข้างล่าง ไม่ต้องมีการสอนใดๆ ไม่ต้องมีการปรับตัวในเมื่อร่างกายเราสองคนมันคุ้นเคยกันดี
             ดีขนาดที่ว่า ดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...
             "อุ้ม อื้อออ อึกๆ" ผมเป็นฝ่ายถูกดันให้ชิดกำแพง ก่อนที่อุ้มมันจะย่อตัวลงต่ำแล้วใช้ปากให้ผม
             ผมประคองศรีษะกลมสลับกับเค้นคลึงเพื่อให้มันผ่อนคลาย ผมเกร็งขาเมื่อปลายลิ้นหยอกล้อเข้ากับส่วนโคน
             มันแกล้งผมชัดๆ
             "ไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมา" ผมจับแขนมันดึงขึ้นมาจนทำให้มันต้องยอมปล่อยน้องชายผมที่ยังคาอยู่ในปากออก
             "อุ้มยังไม่อิ่ม"
             สีหน้าของอุ้มดูไม่ไหวจริงๆ ตอนนี้ และผมก็กำลังจะหมดความอดทนลง
             "หันหลังมา" อุ้มทำตามอย่างว่าง่าย มันเอามือค้ำกับผนังไว้ ผมกดแผ่นหลังลงต่ำจึงทำให้สะโพกโค้งขึ้นมา
             ผมส่งปลายนิ้วเข้าไปสำรวจภายในทันที เจ้าของพื้นที่กระตุกต้อนรับผมนิดหน่อย ก่อนจะคลายความเกร็งลงอย่างรู้งาน
             "อ๊าๆ พี่มุ้ย....อื้อออ"
             จากหนึ่งนิ้วเพิ่มไปถึงสาม และผมเองก็มาถึงจุดสูงสุดแล้วเช่นกัน
             "ไม่ไหวแล้ว"
             "เข้ามาเลย อุ้มไม่อยากได้นิ้ว อึกๆ"
             ผมถอนนิ้วออกมา ก่อนจะสอดแขนเข้าใต้ขาพับของอุ้มข้างหนึ่งก่อนจะยกขึ้นสูง อุ้มพยุงตัวด้วยความพยายามแต่ทุกอย่างก็ลงตัว
             สวบ...
             "อ๊าาา เจ็บ อื้ออออ อึกๆ"
             "อย่ารัด ค่อยๆ อ๊ะ"
             ผมค่อยๆ ดันเข้า ทุกอย่างลื่นไหลอย่างที่ควรจะเป็นแม้ในตอนแรกอุ้มจะบีบรัดผมจนแน่นไปหมดก็ตาม
             ผมเริ่มขยับพอดีกับที่อุ้มเริ่มส่งเสียงดัง ในห้องน้ำขนาดกลางมีเสียงสะท้อนหอบหายใจของเราสองคนดังก้องไปมา
             พั่บๆๆ
             "อ๊ะๆๆๆ อ๊าๆๆ พี่ อึก...มุ้ย อ๊ะๆ"
             ผมขยับช่วงล่างเร็วรัว เมื่อเริ่มมองเห็นปลายทาง อุ้มแอ่นสะโพกให้ใกล้ขึ้น ผมเองก็ยกขาอุ้มให้สูงขี้นเช่นกัน
             "อื้มมม อุ้ม อื้มมม"
             "อ๊ะๆๆ ไม่ไหว อุ้มยืน อึกๆ ยืนไม่ไหว"
             ผมผ่อนแรงช่วงเอวลงจนหยุดนิ่ง ค่อยๆ ปล่อยขาอุ้มให้วางลงกับพื้น เจ้าตัวเกือบทรุดล้มดีที่ผมจับไว้
             "ไปนั่งที่อ่าง" ผมถอนน้องชายออกก่อนจะเดินพกความอึดอัดไปตรงอ่างล้างหน้า
             ผมจับอุ้มขึ้นนั่งบนเคาเตอร์ สีหน้าของอุ้มปรือปรอยเหมือนไม่รับรู้ใดๆ ผมจับขาสองข้างแยกออก จนช่องทางด้านหลังปรากฏสู่สายตา
             "เข้ามา...." อุ้มใช้แขนด้านซ้ายเท้ากับที่ว่างด้านหลัง ส่วนมือข้างขวาก็ส่งมาชักรูดน้องชายตัวเอง
             ช่องทางสีชมพูถูกผมดันน้องชายกลับเข้าไปอีกรอบ อุ้มซี๊ดปากอย่างเสียวซ่าน ก่อนที่เราสองคนจะแข่งกันส่งเสียงเมื่อผมขยับสะโพกรัวแรง
             "อ๊ะๆๆๆ เร็วๆๆ อึก เร็วอีก"
             "อื้มมม..."
             พั่บๆๆๆ
             "อื้มม พี่มุ้ย อ่าาา" อุ้มจิกนิ้วลงที่หัวผม เมื่อผมก้มลงใช้ปลายลิ้นกับยอดอกทั้งสองข้างสลับกับใช้ปลายนิ้วขยี้ยอดอกจนขึ้นตุ่มไต
             จ๊วบๆๆ
             "อื้มม เสียว อ๊าๆๆ"
             ทั้งด้านล่าง ด้านบนโดนผมปรนเปรอไม่เว้นว่าง
             พั่บๆๆ
             และเมื่อปลายทางมาถึงผมเงยหน้าและขยับให้เร็วที่สุดอีกสามสี่ครั้ง
             "อ๊าาาา!!!!!!"
             "อื่มมมม!!!!!"
             ผมพ่นทุกหยาดหยดเข้าสู่ช่องทางด้านหลังของอุ้มจนบางส่วนไหลย้อนออกมาจนเปรอะเปื้อนและไหลหยดลงสู่พื้น
             อุ้มปล่อยตัวให้ไหลลงกับเคาเตอร์ ร่างเล็กๆ กระตุกถี่ๆ ก่อนจะปล่อยน้ำรักจนเปรอะเปื้อนหน้าท้องทั้งของผมและของตัวเอง



             "นอนได้แล้ว"
             ผมกล่อมคนในอ้อมกอด เมื่อมันเอาแต่นอนมองหน้าผมไม่ยอมหลับตา ผมก้มลงจูบหน้าผากอีกทีก่อนจะดึงตัวมันมากอดให้แน่นๆ
             หลังจากในห้องน้ำ ผมกับอุ้มก็มาจบที่เตียงอีกสองครั้ง สำหรับธีราทรผมเห็นว่ารอบเดียวไม่เคยพอ
             และผมก็ดันตามใจมันซะด้วย
             "พรุ่งนี้พี่มุ้ยจะยังอยู่กับอุ้มหรือเปล่า" มันเอ่ยถามท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสว่างจากด้านนอกสาดเข้ามา
             ผมยิ้มให้แม้ว่าอุ้มจะมองไม่เห็น
             "เคยสัญญาแล้วไงว่าจะดูแล คำว่าดูแลนั่นหมายความว่า อุ้มจะอยู่ที่ไหน ก็จะมีพี่อยู่ใกล้ๆ ด้วย"
             "ตลอดไปเลยใช่ไหม"
             ผมลูบหลังเพื่อให้อีกฝ่ายลดความกังวลลง อุ้มกอดผมแน่นขึ้นจนผมรู้สึกได้
             "จะไม่ทิ้งไปไหน สัญญา"
             "รักพี่มุ้ยนะ"
             อุ้มบอกรักผมส่งท้ายคืนนี้ก่อนที่อีกไม่กี่นาทีจะเข้าสู่นิทรา เป็นผมที่ลืมตานอนมองเพดาน

             "พี่ก็รักอุ้มนะ"

             กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูให้อีกฝ่ายฝันดี ผมพูดแล้วนั่นคือผมมั่นใจว่าจะทำให้ได้
             สำหรับผมคำว่าตลอดไป คือในทุกวันผมจะยังอยู่กับมันไม่ไปไหน อนาคตสักวันก็ต้องกลายเป็นอดีต เพราะฉะนั้นผมขอทำปัจจุบันให้มันมีความสุขที่สุดก็พอ...



             .......... END



             NanZnn ❤️






          #แก้บนฟิคบอลไทย






SF GOLFPUIS :: INFINITY








         GOLFPUIS :



          INFINITY







         เด็กฝรั่งหน้าตาหล่อฝีเท้าดีแต่พูดไทยไม่ได้เมื่อหลายปีก่อน ไม่รู้ว่าตอนนี้มันหายไปไหนแล้ว 15เดือนได้มั้งที่มันหายไป
         แต่วันนี้คนที่ผมเห็นก็เป็นแค่เด็กฝรั่งที่หล่อน้อยลง ฝีเท้าเท่าเดิม ตัวก็อ้วนขึ้นแต่พูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ชัดก็ตามที

         "ไงพี่กอล์ฟ คิดถึงไอไหม"

         ผมยืนหัวเราะให้คนตรงหน้าซึ่งเราบังเอิญเจอกันตรงทางเดินระหว่างห้องพักทีมเหย้ากับห้องพักทีมเยือน
         ก่อนหน้านี้ในสนามผมก็เห็นมันแหละเพียงแต่โค้ชแบนตั้งใจจะแกล้งผม ดันเอาผมออกในขณะที่อีกทีมกำลังส่งมันลง ผมได้แต่นั่งมองเด็กฝรั่งของผมลงเล่นในสนามในรอบหลายสิบเดือน

         "ทำไมไม่ตอบไอล่ะ"

         แม้อะไรๆ จะดูเปลี่ยนไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมว่ามันไม่เปลี่ยนไปคือ 'ความเอาแต่ใจ'
         "ไม่เห็นคิดถึงเลยไอ้ก่อย ตัวก็อ้วนพูดไทยก็ไม่ชัด"
         แน่นอนว่าอีกฝ่ายหน้าบึ้งทันทีที่ผมพูดจบ ผมเอาแต่หัวเราะที่เห็นอีกฝ่ายกระทืบเท้าเร่าๆ จนมันทำท่าจะเข้ามาเตะผมอัดกำแพงผมถึงต้องหยุดขำและยอมแพ้
         "หลอกๆ หล่อเหมือนเดิมแหละน่า ชัปปุยส์ของสาวๆ สามีทั้งประเทศ"
         "ตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ นิสัยไม่ดี"
         "55555"
         ชัปปุยส์ยังทำหน้างอซึ่งมันดูตลกมากๆ และผมก็หยุดขำไม่ได้
         ทั้งๆ ที่เราไม่ได้เจอหน้ากันตั้ง 15เดือน มีเพียงการพูดคุยผ่านโปรแกรมไลน์หรือข้อความผ่านภาพในอินสตราแกรมบ้างเป็นบางครั้ง แต่วันนี้ที่เรากลับมาเจอกัน ผมกลับไม่รู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด
         เหมือนว่าครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอคือเมื่อวาน
        "แต่ไอคิดถึงพี่นะ ทุกวันเลย สี่ร้อยกว่าวันไม่มีวันไหนไม่คิดถึง"
         คำพูดของไอ้ก่อยทำให้ผมหยุดเสียงหัวเราะลงและตั้งใจฟัง ผมยกยิ้มอย่างห้ามไม่ได้
         เรามองหน้ากัน ผมจ้องเข้าไปให้ลึกถึงดวงตาคู่สวยของชัปปุยส์ ผมว่าสายตามันกำลังตัดพ้อผมเบาๆ ถ้าสายตามันพูดได้คงกำลังด่าผมว่าไอ้ซื่อบื้ออยู่แน่ๆ
         มีคนมากมายเดินผ่านเราสองคน บางคนก็ทักทายแต่พอเห็นว่าเราสองคนไม่ได้ให้ความสนใจคนพวกนั้นก็พากันเดินหนีไปคนละทิศละทาง บรรยากาศตรงทางเดินนี้มันไม่โรแมนติกเลยสักนิดเดียว
         แม้จะมีเสียงโหวกเหวกโวยวายจากทีมเหย้าแต่ก็ไม่ทำให้ผมกับชัปปุยส์ละสายตาออกจากกัน
         "ผิดหวังนิดหน่อยที่วันนี้ไอไม่ได้ลงเล่นในสนามพร้อมกับพี่...."
         "ไม่เป็นไร....."
         ผมกำลังจะพูดปลอบใจแต่อีกฝ่ายก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อนที่ผมจะได้พูดจนจบ
         "แต่ผิดหวังมากกว่าคือพี่กอล์ฟลืมไอไปแล้ว"
         และก็ทำให้ผมกระพริบตาปริบๆ มองคนตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
         ลืมเหรอ?
         ถ้าผมลืมมันได้ ผมจะไม่เสียเวลามายืนมองหน้ามันในตอนนี้
         "หืม?"
         ชัปปัยส์เงยหน้ามองผมก่อนจะขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย ปากเล็กๆ นั้นส่งเสียงเชิงคำถาม
         ผมอ้าแขนออกกว้างกว่าเดิม ก่อนจะพยักหน้าเรียกมันเข้ามาแล้วจบท้ายด้วยการพูดเพื่อให้มันเข้าใจ
         "มากอดทีดิ อยากรู้ว่าตัวยังนุ่มนิ่มเหมือนเดิมไหม"
         ผมกางแขนรับชัปปุยส์ที่โถมเข้าใส่จนดังปั่ก! ทั้งจุกทั้งเจ็บแต่ผมก็ไม่คิดจะสะบัดมันออกหรอกนะ เอาคืนด้วยการกอดเอวมันแน่นๆ ละกัน
         "ยูไม่ได้ลืมไอใช่ไหม"
         มันถามเสียงอู้อี้ ในขณะที่มันยังซบอยู่ที่ไหล่ผม ผมโยกตัวมันเบาๆ แม้ว่าตอนนี้มันจะยิ่งเหมือนหมียิ่งกว่าแต่ก่อนก็ตาม
         โอบรอบแขนพอดีเลย...
         "ใครจะไปลืมฝรั่งปนกะเหรี่ยงแบบมึงได้เล่า"
         "ยูนี่ปากจัดกับไอจริงๆ เลย"
         "หึหึ"
         ผมยืนกอดชัปปุยส์อยู่นานหลายนาที โชคดีที่ไม่มีใครเดินออกมาเห็นเราสองคนในเวลานี้ ผมไม่ได้อายหรอก และปุยส์เองมันก็คงจะไม่อายเหมือนกัน แต่ผมไม่อยากให้ใครมาขัดจังหวะเราก็เท่านั้น
         ปากผมที่พูดออกไปยังไม่เท่าครึ่งของความในใจผมเลย
         ถ้าจะมีใครสักคนที่คิดถึงปุยส์มากๆ แบบว่ามากๆ ผมว่าคนๆ นั้นก็คงจะเป็นผมนี่แหละ
         มันไม่มีมาตราไหนวัดได้หรอก ความคิดถึงนี้ แต่ถ้าให้ผมลองประมาณก็คงราวๆ อินฟินิตี้ล่ะมั้ง
         "ยินดีต้อนรับกลับมานะปุยส์"
         "ขอบคุณนะพี่..."
       
         "ขอบคุณที่รอไออยู่ที่เดิม ขอบคุณที่ไม่วิ่งหนีไอไปไหน ขอบคุณนะพี่กอล์ฟ"
         ผมยิ้มให้กับคำพูดของมัน ผมไม่เคยคิดจะวิ่งหนีมันไปไหนอยู่แล้ว คนสุดท้ายบนโลกที่ผมอยากอยู่ด้วยก็เป็นมันนี่แหละ
         "กูจะอยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องห่วงหรอกถ้ามึงวิ่งตามกูไม่ทันกูก็จะหยุดวิ่งรอมึงเอง"
         เพราะฉะนั้นผมต้องรอมันให้วิ่งมาทันที่ข้างๆ ผมอยู่แล้ว
         "อืออออออ"
         ผมดันตัวชัปปุยส์ออกแล้วเอามือขยี้หัวไอ้เด็กตัวโตตรงหน้าอย่างหมั่นเขี้ยว ไหนวะคนหล่อ ไหนวะสามีของสาวๆ ในประเทศ อยู่ตรงหน้าผมมันก็แค่ไอ้เด็กขี้อ้อนเอาแต่ใจคนหนึ่งเท่านั้น
         "ผมไอเสียทรงนะ!!"
         "555555"

         ผมโดนมันต่อยเข้าที่ท้องมาสองทีก่อนที่ผมจะแกล้งมันกลับด้วยการตบหัวแล้วดึงกางเกงมันลงก่อนที่ผมจะวิ่งหนีเข้าไปในสนาม แน่นอนว่าไอ้ปุยส์ต้องวิ่งตามมาเอาคืน

         "หยุดนะ!!!"
         "หยุดให้โง่ดิ 555555"


         เรื่องของผมกับมันก็มีเท่านี้ การกลับมาเจอกันเป็นครั้งแรกในรอบ1ปี ก็มีคำพูดอีกมากมายที่ผมยังไม่ได้พูดออกไป
         เราสองคนวิ่งวนกันไปในสนามเมืองทอง ท่ามกลางเก้าอี้และแสตนด์เชียร์

         ย้อนกลับไปที่คำถามแรกของชัปปุยส์ มันถามว่าผมคิดถึงมันไหม...

         ถ้ามันจ้องตาผมให้ลึกลงกว่านี้อีกนิดมันจะเจอคำตอบที่ผมบอกใบ้ให้มันรู้

         ถ้าเป็นชัปปุยส์ ไม่มีวันไหนที่ผมไม่คิดถึงมัน....

       

         NanZnn ❤️











           #แก้บนฟิคบอลไทย







SF TWODO :: YOU'RE THE BEST FOR ME




            TwoDo



            You're the best for me...❤️










            [miss you all day all night]


            "เดี๋ยวนี้สกิลขั้นเทพ ส่งข้อความเป็นภาษาอังกฤษ มีเมียฝรั่งอ่ะเนอะ พูดไทยไม่ได้แล้วดิ ไฮ ฮัลโหล วอทยัวเนม อะเกนพลีส"
            มีเพื่อนกวนส้นตีนยังไงก็อย่างงั้นเลย จะอยู่ทีมไหนก็เจอแต่คนกวนตีน ทำไมผมผิดมากเหรอที่จะใช้ภาษาอังกฤษบ้างในบางครั้ง คนเรามันต้องมีพัฒนาการดิจะให้ย่ำอยู่กับที่ได้ไง
            "ไปไกลๆ ไปน่ารำคาญ"
            ผมออกปากไล่แบบไม่เกรงใจ ไอ้เฟยทำหน้าเหม็นเบื่อก่อนจะเดินหนี
            ผมกลับมามองข้อความที่ถูกส่งไปอีกครั้ง เอาจริงๆ ประโยคนี้ไม่ได้ได้มาด้วยความสามารถหรอก ผมก็อปปี้มาจากข้อความเดิมที่โดเคยส่งมา
            ฮาาา.....
            ผมก็ยังเป็นผม สกิลภาษาเท่าเดิม เพิ่มเติมคือโดพูดไทยได้แล้ว ตอนนี้เริ่มด่าเป็นแล้ว อย่าถามว่าใครสอน โปรดดูด้วยว่ารอบตัวมันมีใครบ้าง
            เจเอย
            ตั้มเอย
            พี่กอล์ฟเอย
            ตอนนี้มีพี่อุ้มมาอีกคน กูว่าคนหลังนี่หนักสุด ไม่ได้สอนแค่คำด่าน่าจะสอนอย่างอื่นมาด้วย
            กลัวใจเจ้แกจริงๆ
            ตื่อดึ้ง!
            ผมกดเปิดโปรแกรมแชทสีเขียวทันทีเมื่อมีเสียงเตือน แค่เห็นคนส่งมาก็หน้าบ้านแล้ว ไม่ได้เจอหน้าได้เจอข้อความบ้างก็ยังดี

            [miss you too!!]
            ผมอมยิ้ม คิดเข้าข้างตัวเองไปก่อนว่าโดมันคิดถึงผมมากๆ
            [What are you doing?]
            เอาละประโยคที่กูไม่ได้เจอบ่อยๆ ขอทรานสเลทแปบนึงนะที่รักเดี๋ยวกลับมาตอบ
            "กูน่าจะฉลาดขึ้นน้า ทำไมยังโง่เหมือนเดิมวะ"
            นั่งแปลไปก็นั่งด่าตัวเองไป ไม่ได้แปลแค่คำถามนะ แปลยันคำตอบนู่นอ่ะ
            [talk with you]
            นิดๆ หน่อยๆ ขอให้ได้กวนตีน โดส่งสติ๊กเกอร์หมีโมโหมาให้ ทำเอาผมขำ
            [sent sticker]
            [no! before you talk with me!]
            "งอแงจังวะ" ผมบ่นเบาๆ เพราะรู้ว่ามันไม่ได้ยินไง เดี๋ยวนี้ฟังออกหมดนะใครนินทาอ่ะ ว่าไม่ได้ด้วย ชอบงอน
            [missing you]
            ถือว่าเป็นคำตอบที่ดีมากๆ 55555 เสี่ยวกว่ากูก็ไอ้ต้นล่ะกูว่า
            [Can I believe you?]
            [Yes! You can]

            บทสนทนาจบลงเท่านั้นเมื่อถึงเวลาที่ผมต้องลงสนามซ้อม มะรืนนี้ต้องไปเยือนสุโขทัยที่ตอนนี้กำลังฮอตฟอร์มสุดๆ เราจะประมาทไม่ได้เพราะเราต้องไม่เอาศูนย์กลับบ้าน
            "เมียฝรั่งมึงว่าไงบ้างอ่ะ"
            เฟยเดินเข้ามาถามตอนที่เราผลัดกันซ้อมยิงบอลเข้าประตู ผมยักไหล่
            "เขาก็คิดถึงกูไง ธรรมดาเขารักกูมากก็งี้"
            "ไอ้ห่า หลงตัวเอง"
            ผมหัวเราะก่อนจะวิ่งไปเตะฟุตบอลให้เข้าประตู มัวแต่คุยเดี๋ยวถูกลงโทษไง
            เราผลัดกันซ้อมตามแท็กติกของโค้ชไปเรื่อยๆ จนครบสองชั่วโมงก็พากันเลิกและแยกย้ายกลับบ้าน มีน้องๆ มารอถ่ายรูปที่หน้าสนามประปราย แม้พวกไอ้เจจะไม่อยู่แล้วแต่ก็ยังมีคนมา ไม่ได้มาหาผมนะ มาหาคนอื่น
            "ทู่!!"
            ไม่ต้องเดาเลยเสียงเหมือนกะเหรี่ยงหนีลงจากดอยแบบนี้นี่มีคนเดียว ไม่ทันได้หันหาเลยว่าเสียงมาจากตรงไหน เจ้าตัวก็โผล่มาแล้วกระแทกหลังผมจนเซไปด้านหน้า
            เมียกูนี่แรงเยอะจริงๆ จุกเลย!
            ผมหันกลับไปมองก็เจอเจ้าตัวฉีกยิ้มหวานมาให้ คนอื่นๆ ในทีมทยอยกลับกันเกือบหมดแล้ว ทูหันไปทักสต๊าฟบ้างเพราะนี่คือถิ่นเดิมแต่สุดท้ายมันก็หันกลับมามองหน้าผม
            "ทู่! ไอหิวข้าว" ทำหน้าจริงจังแต่เดี๋ยวนะมึง ชื่อกูไม่ใช่ทู่ไหม
            "ทู เรียกใหม่ ทู ไม่ใช่ทู่"
            "ทูหรือทู่ก็เหมือนกัน" แหนะ เดี๋ยวนี้มีย้อน พูดไทยได้แล้วยอกย้อน เถียงเก่งด้วย ลำบากกูละชีวิตนี้
            "เออ แล้วนี่มาได้ไง ไม่ซ้อมเหรอ"
            "เลิกแล้วเลยแวะมาหา เหนื่อยไหม" ถามพร้อมยื่นขวดน้ำมาให้อย่างเอาใจ ผมนี่ยืดคอเลยแบบยังไงล่ะ เมียรักเราอ่ะก็ต้องอวดหน่อย นี่อยากถ่ายช็อตเมื่อกี้ส่งให้ไอ้นิวดู มันต้องกรีดร้องเพราะเมียมันไม่รักมัน
            "เหนื่อยไม่มาก แล้วนี่มาไง" ผมเดินนำมันไปที่รถโดยไม่ลืมเอากระเป๋ามันมาถือไว้ด้วย
            "Taxi!!"
            "โอเค ป่ะกินข้าว" ผมดันหลังให้มันเดินนำข้างหน้า มันรู้อยู่แล้วว่ารถผมคันไหน นับว่าฉลาดมากที่นั่งแท็กซี่มาหาผม จะให้กูไปส่งไง เมียใครน่ารักจังเลย
            "กินอะไรล่ะ" ผมถามในขณะที่รถจอดติดไฟแดง ตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาดีๆ ของเราสองคน
            มันหันมามองหน้าผมก่อนจะหันกลับไปมองหน้ารถแล้วก็หันกลับมาหาผมอีกรอบ
            "ตอบช้ากูไม่พาไปกินข้าวละนะ" นั่น ทำหน้าบึ้งใส่กูอีก
            "ทูทำให้ไอกินสิ"
            ผมเลอกคิ้วมองมันอย่างสงสัย พอดีกับไฟสัญญาณเป็นสีเขียวผมจึงต้องละสายตาออกมามองทางข้างหน้าแทน
            ให้กูทำ ถามว่าจะแดกได้ไหม
            "มึงป่วยเหรอ ต้มมาม่ายังไม่รอดเลย" โดหัวเราะที่ผมพูด
            มันไม่เกินจริงเลยสักนิด เพราะผมทำอาหารไม่เป็นจริงๆ เคยทำข้าวผัดให้มันกินก็ทำกะทะไหม้เพราะใส่น้ำมันน้อย เคยต้มมาม่าให้ก็ปรากฏว่าเส้นเละเป็นโจ๊ก
            ความพินาศในการทำอาหารของผมคือเต็ม 100
            "งั้นไอทำเอง ไปบ้านทูนะ"
            ผมเหล่ตามองด้วยสายตาแฮปปี้สุดๆ วันนี้เด็กฝรั่งมันมาแปลก ในหัวตอนนี้มีแต่เรื่องต่ำกว่าสะดือล้วนๆ โคตรเลว55555
            "กูมีพ่อมีแม่นะ จะทำไรก็เกรงใจพ่อแม่กูด้วย" ผมแกล้งหยอก เดี๋ยวนี้พูดไทยได้ ฟังไทยออกผมเลยชอบแซวมันบ่อยๆ
            "แต่เจบอกว่าทูพ่อแม่ไม่รัก ไม่ต้องสนใจมากก็ได้"
            แต่ก็ไม่คิดไงว่ามันจะแซวกลับมาจนทำเอาผมเกือบหัวทิ่ม

            สลัด!!
         
         




            "ทำอาหารไทยเป็นป่ะ หรือทำเป็นแต่อาหารฝรั่ง"
            ผมยืนมองมันผัดๆ ต้มๆ อะไรสักอย่าง ให้เดาคงเป็นสปาเก็ตตี ผมมองด้วยความงง เยอะแยะไปหมดเดี๋ยวตั้งหม้อเดี๋ยวตั้งกะทะ วุ่นวาย
            "อืมมมม ไข่เจียวไง ไอทำได้" มั่นหน้าไปอีก ลอยหน้าลอยตา หมั่นไส้
            "กูก็ทำได้ไหม"
            "แต่ไหม้ พี่อุ้มบอกแบบนั้นเรียกว่ากาก" พูดแล้วยิ้มเดี๋ยวกูตบด้วยปาก
            กูว่าแล้วว่าอยู่กับพวกคนบาปก็จะสอนให้เมียกูบาปไปด้วย เจ้แกสอนอะไรไอ้โดเนี่ย!!!!
            ชิบหายแน่ๆ...
            กูเนี่ยชิบหายแน่ๆ!!
            "คำนั้นห้ามพูด มันเป็นคำไม่ดี" ผมอธิบายให้มันฟังใหม่ ดูเหมือนว่ามันจะงงๆ สงสัยสมองกำลังคำนวน
            "แต่พี่อุ้มบอก...."
            "จะเชื่อพี่อุ้มหรือจะเชื่อกูล่ะ เลือกมาจะเชื่อใคร"
            มันทำหน้าลำบากใจ มึงจะลำบากใจทำห่าอะไร! นี่ถ้ามันตอบมาว่าเชื่อพี่อุ้มนี่กูตายห่าแน่ๆ
            "ไอก็ต้องเชื่อทู่อยู่แล้ว"
            ถือว่าตอบดี แต่เดี๋ยวนะมึง
            "ก่อนเชื่อกู มึงเรียกชื่อให้ถูกก่อน ทู ชื่อทู ไม่ใช่ ทู่!!"
            "ฮ่าๆๆๆๆ ทูๆๆ"




            ตุ้บ!!
            โกลลลลลลล!!!!!!
            เฮๆๆๆๆๆ ฮิ้วววว
            "สุดยอดดดด"
            ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้มันได้เกิดขึ้นอีกครั้ง
            ผมทำได้...
            การแข่งขันดำเนินต่อไปจนจบครบทดเวลา แม้ว่าเราจะได้แค่หนึ่งแต้มเพราะพลาดให้ลูกตีเสมอของอีกทีม แต่ก็ดีแล้วที่เราไม่แพ้
            2-2
            มันไม่แย่เลย ตรงกันข้ามมันดีมากๆ ด้วยซ้ำ
            จะแพ้หรือไม่ มันไม่ได้อยู่ที่สกอร์ มันอยู่ที่ความทุ่มเทของเราต่างหาก ถ้าเราใส่เต็มร้อยแล้วผลมันออกมาว่าเราต้องแพ้ ก็ให้เรายอมรับกับผลนั้น
            ถ้าจะแพ้เราต้องแพ้เพราะเขาเก่งกว่า ไม่ใช่แพ้เพราะเราไม่ได้เล่นด้วยใจ
         
            [ทูสุดยอด!!]

            ข้อความบอกว่าส่งเข้ามาตั้งแต่สิบห้านาทีก่อน รู้สึกหายเหนื่อยเมื่อมาเจอกำลังใจจากคนสำคัญแบบนี้
            [คิดถึง อยากเจอ]
            ผมตอบกลับไปด้วยความรู้สึกในใจตอนนี้ ผมอยากเห็นหน้าโดตอนมันดีใจที่ผมยิงเข้า อยากเห็นมันยืนปรบมือแล้วตะโกนว่าผมสุดยอดขนาดไหน
            ถ้าผมจะกลายเป็นคนบ้าเพราะเพียงแค่อยากเห็นโดมันทำท่าประหลาดๆ ผมก็โอเค
            [พรุ่งนี่ก็ได้เจอ ซื้อขนมมาฝากไอด้วยนะ]
            ไม่ต้องบอกก็ต้องหอบไปฝากอยู่แล้วไหมล่ะ
            [พรุ่งนี้จะไปรับให้มานอนด้วย เดี๋ยวมึงต้องไปคิงคัพแล้ว ห้ามงอแง แล้วเจอกัน]
            ขอสักวันเหอะ ขาดมานานจนตอนนี้มือจะหักอยูาแล้ว พูดตามตรงเลยว่าอยากเอามัน เวลาดูมันเล่นผ่านทีวีแล้วเหงื่อมันออกไหลไปตามร่องอกนะ อื้อหือ พูดเลยว่าหื่น
            มันเล่นอยู่ในสนามแต่ผมนี่นึกไปถึงตอนมันแก้ผ้าอยู่บนเตียง

            [OK. See you!]

            ผมแค่อ่านแต่ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพื่อนในทีมพากันขึ้นรถเตรียมตัวกลับโรงแรมผมก็รีบวิ่งไปกับเขา
            และกว่าจะได้เห็นประโยคสุดท้ายที่โดมันส่งมาก็หนึ่งชั่วโมงหลังจากถึงโรงแรมแล้ว




            [Two...You're the best for me , just only you❤️]



            ไม่ต้องถามเลยว่าวันนี้ผมจะฝันดีไหม


            [Me too]


            คิดถึงมึงจริงๆ ไอ้เด็กกะเหรี่ยง







              BY NANZNN ^^




#แก้บนบอลไทย




SF KONGTANG :: HEAR ME







            KONGTANG ⚽️🇹🇭



            HEAR ME









            คนเรายิ่งรู้จักกันนานก็ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นยังไง ก็อยู่ที่ใจของเจ้าของแล้วล่ะ จะรับได้หรือจะผลักไส
            บางเวลาเราก็เข้าใจกัน
            บางเวลาเราก็ไม่เข้าใจกัน
            อย่างเช่นตอนนี้ ไม่มีการฟังใดๆ เขาไม่ยอมฟังผม ไม่ยอมให้ผมได้อธิบาย
            [พี่ก้อง ตังไม่ได้ตั้งใจ]
            ข้อความที่ร้อยถูกส่งไปให้พี่ชายสุดที่รัก แต่ทั้งร้อยก็ไร้การตอบกลับมา
            หลายวันแล้วนะที่เราไม่ได้คุยกันเพราะความเข้าใจผิดแบบนี้
            ผมรู้ผมผิดเอง....



            เพล้ง!!
            'ตัง!! ทำไมไม่คุยกันดีๆ'
            คืนวันนั้นเราทะเลาะกันรุนแรงจนผมเผลอหยิบแจกันปาเข้าผนังเพื่อระบายอารมณ์ รู้ทั้งรู้ว่าพี่ก้องไม่ชอบให้ผมเป็นแบบนี้ แต่มันก็อดไม่ได้
            'แล้วคนในโทรศัพท์มันเป็นใคร ทำไมต้องปิดบังด้วย! บอกมาสิ บอกมาสิวะ!!'
            'ตัง มีเหตุผลหน่อย พี่บอกแล้วไงว่ามันไม่มีอะไร'
            พี่ก้องพยายามพูดกับผมด้วยความใจเย็น ทั้งๆ ที่ตัวผมเดือดจนแทบจะลุกเป็นไฟ
            สามสี่วันมานี้ พี่ก้องคุยกับผู้หญิงในไลน์ตลอด คุยไปยิ้มไป พอวันนี้ผมถามเขาก็กลายเป็นว่าเราต้องทะเลาะกัน
            'ไม่เชื่อ ตังไม่เชื่อ!'
            'ได้ถ้าอยากรู้นักก็เอาไปอ่านเอง'
            พี่ก้องคงโกรธผมมาก เขาเพียงแค่ยื่นมือถือของเขามาให้ผม หน้าจอเปิดโปรแกรมไลน์ค้างเอาไว้ ก่อนที่พี่ก้องจะเดินออกไปขึ้นรถพร้อมขับออกไป
            ผมได้แต่ยืนเคว้งอยู่กลางบ้านคนเดียว


            [ขอเค้กช็อคโกแลตหวานน้อยนะครับ ตังไม่กินหวาน]
            [ได้ค่ะ]
            [ถ้ายังไง ผมฝากหาลูกโป่งเป็นชื่อตังให้ด้วย]
            [ไม่มีปัญหาค่ะ]

            น้ำตาของผมไม่รู้พากันมาจากไหน มันไหลจนท่วมมือถือที่ผมจับไว้อยู่ ผมไม่รู้ ไม่รู้อะไรเลย ไม่เคยรู้อะไรสักอย่าง
            แม้กระทั่งความหวังดีที่อีกฝ่ายทำให้ ผมก็ตอบแทนเขาด้วยความโมโหร้ายและทำลายข้าวของ
            ไม่มีผู้หญิงที่ไหนทั้งนั้น มีแค่ผมนี่แหละที่งี่เง่าอยู่คนเดียว

            [อ้อ! เขียนบนหน้าเค้กให้ด้วยนะครับ ว่าผมรักเขามาก]

            'ฮืออออ พี่ก้อง ฮือออออ'

            ผมจำได้ว่าวันนั้นผมนั่งร้องไห้อยู่ที่เดิมนานจนเกือบเช้าก่อนที่ผมจะเพลียหลับไป พี่ก้องกลับเข้ามาในบ้านตอนไหนไม่รู้ รู้อีกทีคือมือถือของเขาได้หายไปแล้วพร้อมเสื้อผ้าบางส่วน
            จนมาถึงวันนี้ก็ครบอาทิตย์พอดี วันสิ้นเดือนแต่ผมกำลังจะสิ้นใจ




            15.04 น.
            "เป็นยังไงบ้างวะ นอนซมเลย"
            ผมปรือตามองพอเห็นว่าเป็นใครก็หลับตาลงเหมือนเดิม แม้เวลาจะล่วงเลยจนเกือบใกล้พลบค่ำแต่ผมก็ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียง ไม่อยากคุยกับใครไม่อยากตอบคำถามใคร คนเดียวที่ผมอยากได้ยินคือคนที่โกรธผมเมื่ออาทิตย์ก่อนนั้น
            ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ก่อนสไลด์เปิดหน้าจอ
            [ขอโทษ]
            ผมส่งไปอีกครั้งแม้ว่าเขาจะไม่อ่านก็ตาม ขอแค่ให้ผมได้ทำอะไรบ้างสักอย่างเพื่อแก้ไขความผิด
            น้ำตามันไหลลงมาอีกครั้งโดยไร้เสียงสะอื้น จะต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่กันที่พี่ก้องจะกลับมา
            "เออ....ไม่ต้องห่วง....อ่าห้ะ"
            ได้ยินเสียงพี่อุ้มเดินไปเดินมาอยู่ในห้องพร้อมกับคุยกับใครบางคนที่ผมเดาว่าน่าจะเป็นพี่มุ้ย แต่ก็ช่างเขา ผมไม่สนใจอยู่แล้ว
            ถึงผมจะรู้สึกอิจฉาเขาสองคนก็ตาม
            ผมใช้เวลาไม่นาน ผมก็กลับเข้าสู่นิทรา
            เหนื่อยเหลือเกิน ผมเหนื่อยจนอยากพัก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะฟังเขาให้มากๆ ฟังทุกอย่างที่เขาบอก


            ขอแค่ให้เขากลับมาพูดให้ผมฟัง....
         





























            "ตัง"

            เสียงเรียกชื่อดังอยู่ข้างๆ หู ผมพยายามปรือตามองให้ชัดว่าเป็นใครทั้งๆ ที่ในใจมันมีคำตอบอยู่แล้ว
            เสียงแบบนี้ ความอบอุ่นแบบนี้...
            "พี่ก้อง..."
            ฟ้าข้างนอกมืดมิด แต่ไม่ได้ทำให้ผมมองคนข้างตัวไม่ชัดเจน ตรงกันข้ามมันชัดมากๆ จนผมดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
            20.45 น
            "แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู....แฮปปี้..เบิร์ธ...เดย์.....ทู..."
            ผมมองคนที่ถือเค้กก้อนโตแล้วร้องเพลงอวยพรให้ผม เสียงนุ่มทุ้มร้องไม่ดังมากแต่ผมได้ยอนมันชัดเจน เขามองจ้องผมเช่นกันผมมองตอบกลับเขา
            สายตาแบบเดิม รวมถึงรอยยิ้มอ่อนหวานนั่นด้วย
            ".....อธิษฐานสิ" ผมขยับตัวลุกขึ้นนั่งโดยทิ้งอาการปวดหัวไว้ข้างหลัง ผมกัดริมฝีปากมองคนถือเค้กที่นั่งอยู่ข้างเตียงด้วยความวูบไหว
            ในห้องที่มืดมิดมีแค่เราสองคน กับแสงสว่างจากปลายเทียน เรามองหน้ากันก่อนที่ผมจะยิ้มออกมา
            "ขอในสิ่งที่ตังอยากได้...." เขาพูดย้ำจึงทำให้ผมต้องหลับตาลง
            พรที่ผมจะขอไม่มีอะไรมาก มีอยู่แค่สองสามอย่างที่ในชีวิตนี้ผมอยากให้เกิดขึ้น
            หนึ่งในนั้นคือ ผมขอให้ผู้ชายที่ชื่อเกริกฤิทธ์อยู่กับผมตลอดไป
            ฟู่ว!!!
            "แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูตังงงงงงงง"
            "เย้ๆๆๆๆ เบิร์ธเดย์ๆๆๆ"
            สิ้นการเป่าเทียนของผม เสียงร้องอวยพรจากคนนับสิบก็ดังขึ้นเมื่อประตูห้องนอนผมถูกเปิดออก ไฟสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาทำให้ในห้องของผมมองอะไรๆ ได้ชัดขึ้น
            "ไอ้เหี้ยนอนหรือตาย ถ้าไอ้ก้องไม่มาปลุก ได้แฮปมึงพรุ่งนี้เช้าแน่ๆ"
            พี่อุ้มเดินบ่นเข้ามาเป็นคนแรกพร้อมขวดเหล้าขวดใหญ่ ก่อนที่คนอื่นๆ จะพากันพลุกพล่านไปทั่วทั้งห้องนอน ทั้งลูกโป่ง ไหนจะของขวัญพวกนั้นอีก
            "ออกๆๆ พวกเสือกออกมาให้หมด" พี่อุ้มไล่ต้อนทุกคนให้ออกไปจากห้องนอนของผม จนตอนนี้ก็กลับมาเหลือแค่ผมกับพี่ก้องแค่สองคนอีกครั้ง
            "สุขสันต์วันกะ......"
            "ตังขอโทษ ฮึกๆ ขอโทษ"
            พี่ก้องลูบหัวผมก่อนจะดึงผมเข้าไปกอดหลวมๆ ผมกอดตัวเขาแน่น ความรู้สึกสำนึกผิดตีตื้นขึ้นมา
            "ไม่เคยโกรธตังเลย พี่แค่โกรธตัวเองที่อยากจะเซอร์ไพรส์แต่ก็ทำไม่เนียนพอ"
            ผมส่ายหัวกำลังจะพูดบางอย่างก็พอดีกับประตูห้องนอนเปิดออกอีกครั้ง
            แอ๊ดดดดด
            "ขอนะ"
            เค้กช็อกโกแลตก้อนโต ที่ด้านบนเขียนเอาไว้ว่าพี่ก้องรักตัง ถูกไอ้เจวิ่งกลับเข้ามาแย่งเอาไป
            เรามองหน้ากันก่อนจะพากันหัวเราะออกมา
            "ขอโทษที่ไม่ได้ตอบข้อความ พี่แค่คิดว่าพี่ควรเซอร์ไพรส์ตังให้ได้ แม้ว่าแผนที่คิดในตอนแรกจะล้มเหลวไม่เป็นท่า"
            "หายโกรธหรือยัง"
            ผมถามเขา เป็นอีกครั้งที่เขาลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะส่ายหัว
            "ไม่เคยโกรธ แค่น้อยใจว่าทำไมตังไม่ฟัง คราวหลังมีอะไรห้ามใช้ความรุนแรงนะ ตังจะติดเป็นนิสัย"
            ในขณะที่เขาตอบผมเขาก็เหมือนจะสอนผมไปด้วย แวบหนึ่งภาพในอดีตตอนที่เราเจอกันแรกๆ ย้อนกลับเข้ามา


            'ห้ามโมโห ห้ามเอาคืนคู่แข่งนะสตางค์'
            'ทำไม'
            'มันไม่ดี เดี๋ยวก็จะได้ใบแดง'
            'แต่เขาทำตังก่อน'
            'ถ้าเขาทำตังก่อน ให้มาบอกพี่ พี่จะเอาคืนให้'
            'ยังไง'
            'ทำไมพูดมากจังสตางค์'


            ไม่ว่าจะตอนไหนเขาก็คือคนที่ห่วงใยผมที่สุดเสมอ
            "อื้ม ตังสัญญา"
            "งั้นก็ออกไปข้างนอกกัน เพื่อนๆ รออยู่"
            เขาลุกขึ้นยืนก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าผม ผมวางมือตัวเองลงบนมือหนานั้น มันยังอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัย แม้ระยะเวลาจะผ่านมานาน
            ผมลุกขึ้นยืนและเดินตามเขาด้วยมือที่จับมือผมไว้อย่างมั่นคง
            ผมหยุดฝีเท้าจนพี่ก้องหันมามอง
            "ว่าไง..."
            "นอกจากเค้ก พี่ไม่มีของขวัญให้ตังเหรอ"
            ผมถามเพราะผมอยากรู้ ของขวัญเต็มห้องนอนของผม แต่มันไม่ได้มาจากผู้ชายตรงหน้า
            เขาส่ายหน้า ทำเอาผมหน้าเสีย แต่สุดท้ายเขาก็ค่อยๆ ยิ้มก่อนจะพูดออกมา





            "พี่ไม่มีอะไรให้นอกจากแชมป์คิงส์คัพ และพี่จะเป็นคนยิงประตูด้วยตัวเองเพื่อเป็นของขวัญให้ตัง รอได้เลย"








              By NanZnn ❤️






#แก้บนฟิคบอลไทย







วันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2559

SF NEWBACK :: BROKEN





         NEWBACK ⚽️🇹🇭





              BROKEN....

           



              กี่สัปดาห์แล้วนะ....


              ภาพในอดีตมันย้อนกลับเข้ามาในหัวผม ช่วงเวลาดีๆ ช่วงเวลาแย่ๆ แต่ผมก็สามารถผ่านมันมาได้ ทุกช่วงเวลามันไม่ได้มีแค่ผมแต่ยังมีใครอีกคนที่ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน
              เพราะแบบนี้ไง ผมถึงต้องมานั่งนึกถึงอดีตอยู่เพียงลำพัง
              ผมคิดถึงเขาเหลือเกิน

              "นิว มึงไหวนะ หน้าตามึงเหมือนคนไม่เคยทำบุญ"
              ผมเงยหน้ามองกองกลางตัวเก่งของทีมอย่างอดใจไม่ไหว น้องตังของพี่ก้องยืนเยาะเย้ยผมไปประมาณสามช่วงแขน ผมปาถุงเท้าที่ใช้แล้วใส่หน้ามัน แต่ก็ดันไวหลบทันอีก
              "ทำเป็นโมโห ไอ้ห่า ฮ่าๆๆ" แล้วมันก็หัวเราะไม่มีคำว่าสำนึก
              ความเศร้าของผมกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะสำหรับทุกคนไปตั้งแต่เมื่อไหร่
              ผมยังนั่งรับลมอยู่ตรงม้านั่ง แม้ว่าการซ้อมจะเสร็จสิ้นไปตั้งแต่ สามสิบนาทีก่อน ในสนามมีเพียงสปอร์ตไลท์หนึ่งดวงเปิดให้ไม่มืดเกินไปและมีผมที่นั่งมองข้อความเก่าๆ จากมือถือ

              3 week ago
              'กินข้าวด้วยไอ้อ้วน'

              1 month ago
              'พูดลามกเดี๋ยวกูตบปาก'

              2 month ago
              'มารับหน่อย หิวข้าว'


              ไม่รู้ว่าเจ้าของข้อความพวกนี้จะลืมไปหมดแล้วหรือยังว่าครั้งหนึ่งเคยกดส่งมาให้ผม ทำไมคนเราถึงลืมกันง่ายๆ
              แล้วทำไมต้องเป็นผมที่จำได้ไม่เคยลืม...
              ติ๋ง...
              น้ำตาหนึ่งหยดไหลลงกระทบหน้าจอโทรศัพท์ ผมจะร้องไห้ทำไม ในเมื่อรู้ดีแก่ใจว่าอะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิม
              "นิวคิดถึงพี่นะ"
              ผมกดปิดหน้าจอก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองด้านบน อยากมองฟ้ามองดาวแต่ก็เห็นแต่หลังคาม้านั่ง คิดเอาว่าขนาดท้องฟ้ายังไม่เป็นใจ
              ผมก็แค่อยากมองดาวที่เคยเป็นของผม....

           


              "พี่แบ็ค...."
              เป็นเช้าที่ผมตื่นขึ้นมาด้วยการละเมอเรียกชื่อของคนที่เคยอยู่ด้วยกัน มีแต่ความเงียบตอบกลับมา ผมยิ้มโง่ให้ตัวเองในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ที่นี่
              วันนี้ครบ 1เดือนพอดีที่เราต้องจากกัน
              คนอื่นเวลาอาจผ่านไปไว แต่กับผมรู้ไหมว่านานเหมือนหนึ่งปี
              'ตื่นไอ้สัส วันนี้ซ้อมเช้า'
              พี่ตองส่งข้อความมาเมื่อยี่สิบนาทีก่อน ผมจำใจลุกจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวไปสนาม ถ้าเป็นแต่ก่อน ผมคงไม่ต้องตื่นสายแบบนี้
              คิดถึงอีกแล้ว...
           
              ผมมาถึงสนามในขณะที่คนอื่นๆ เริ่มวอร์มกันแล้ว ทุกสายตามองผมด้วยความประนามหยามเหยียด มีเสียงแว่วๆ ดังมาว่าผมปัญญาอ่อน
              ใช่สิ...คนไม่เคยมีความรัก ไม่เคยโดนทิ้งแบบผมก็พูดได้สิ
              ผมเงยหน้าสู้แดด อยากมองดาวดวงที่สว่างที่สุดด้วยสองตาของผม แต่ผมก็มองไม่ได้ มันสว่างเกินไป สายตาผมเริ่มอ่อนแรง
              ก็เหมือนกับใจของคนๆ นั้น ผมไม่สามารถคว้ามันไว้ได้ เพราะผมไม่แข็งแรงพอ...


              เราคงไม่ได้เกิดมาคู่กัน















              พลั่ก!!!
              "โอย!!!"
              "เป็นเหี้ยอะไร ไม่ลงไปซ้อมสักที!"

              ผมหันมองตามเสียงก็เจอคนที่ทิ้งผมไปยืนเท้าเอวจ้องหน้าผมอยู่
              ใช่! อาทิตย์คนใจร้ายคนนั้นไง!
              ทำร้ายหัวใจผมไม่พอ ยังมาทำร้ายร่างกายผมด้วย ผมกัดปากเงยหน้ามองคนที่ยืนค้ำหัวแม้หน้าจะขมำไปกับพื้นแต่เวลานี้ก็ไม่ได้รู้สึกอายอะไร
              "พี่แบ็ค...."
              "เออกูนี่ล่ะ เป็นอะไรนิว ยืนเป็นพระเอกเอ็มวีนี่มึงเป็นอะไร!"
              เขาตะโกนเสียงดังใส่ผม หน้าตาดูโมโหมากๆ จนผมต้องหันหน้าหนี มีเสียงหัวเราะเบาๆ มาจากในสนาม
              จะมาทำดีกับผมทำไม จะถามทำไมว่าผมเป็นอะไร...
              ทิ้งกันไปแล้วจะมาห่วงใยกันทำไม!
              พรึ่บ!
              ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะตะโกนสิ่งที่ค้างในใจใส่หน้าอีกคน  
              "ทำไมต้องถามย้ำกันด้วย คิดว่านิวเจ็บไม่เป็นเหรอ!"
              เรายืนจ้องหน้ากันท่ามกลางสายตาของเพื่อนในทีมนับสิบคน ไม่มีเสียงใดๆ เสียงหัวเราะที่ลอยมาตามลมในตอนแรกก็เงียบลงไปด้วยเช่นกัน
              ผมจ้องหน้าคนตัวเล็กกว่าอย่างต้องการหาคำตอบ
              เขาหลับตาลงก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใช้เวลาเกือบสองนาทีก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมามองผมอีกครั้ง
              "ก่อนกูจะไป กูบอกมึงว่ายังไงนิว"
              ผมกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่ เขากำลังถามคำถามกับผม ซึ่งเป็นคำถามที่ทำให้ผมแทบบ้า
              "กูบอกว่าให้ดูแลตัวเอง เพราะกูคงจะมาดูแลมึงไม่ได้...."
              "ใช่พี่พูด..."
              พี่แบ็คเหมือนพยายามข่มอารมณ์ให้ใจเย็นตอนจะพูดประโยคถัดไป และผมก็รอฟัง
              "และประโยคสุดท้ายกูบอกว่าห้ามคิดเองเออเอง....มึงกำลังทำให้กูเป็นประสาท"

              คิดเองเออเอง....

              เพี๊ยะ!
              "โอ๊ยๆๆ พี่แบ็คนิวเจ็บนะ!!"
              ผมพยายามจะเอามือที่บิดหูผมอยู่ให้หลุดออกแต่ดูเหมือนว่าเจ้าของมือจะไม่เข้าใจ เขาทั้งบิดทั้งเขย่าหัวผมจนเหมือนโคอาล่ามาร์ช
              "กูแค่กลับไปเยี่ยมบ้าน กูป่วยกูเลยไปพักรักษาตัว และถ้ามึงจำได้มือถือกูหายและกำลังรอซิมใหม่!!"
              "โอยย!! พอแล้วๆ นิวเจ็บแล้วค๊าบบบ"
              สลัด!! นี่เราหยุดเจ็บไม่ได้!
              "ไอ้เหี้ย! มึงมันบ้าๆๆ มึงเป็นอะไร!! เพี๊ยะ!"
              "พอแล้ววววว"
              ผมโดนพี่แบ็คทำร้ายร่างกายจนเขาพอใจ อีกฝ่ายคงจะเหนื่อยพอตัวเลยยอมปล่อยมือที่บิดหูผม พี่แบ็คยืนหอบหายใจส่วนผมก็ได้แต่ร้องโอดโอยโดยที่ไม่มีใครสงสาร
              ฮื่ออออออ
              ก็คนมันคิดถึงนี่!!!
              "อยากเลิกกับกูมากเหรอ อยากให้กูทิ้งมากใช่ไหม จะเอาใช่ไหม หลายครั้งแล้วนะที่ชอบเอาแต่บอกคนอื่นว่ากูทิ้งน่ะ ห้ะ!!"
              ผมยืนเอามือกุมเป้าแล้วก้มหน้ารอพี่แบ็คเขาบ่นให้จบ พี่แบนสั่งพวกที่เหลือไปซ้อมอีกฝั่งของสนามโดยทิ้งให้เราสองคนเคลียร์กันอยู่ตรงนี้
              เข้าใจแล้วทำไมพวกไอ้ตังถึงได้หัวเราะเยาะผมทุกวัน
              ผมผิดเองๆๆๆ
              ก็ผมคิดถึงพี่แบ็คอ่ะ!!!! ไม่ได้คุยกันเลยตั้งหนึ่งเดือน ทักเฟสไปก็ไม่ยอมตอบ บอกแต่ที่ประจวบไม่มีคอมพิวเตอร์ แถมยังสั่งให้ผมไม่ต้องติดต่อไปอีกเพราะอยากจะพักผ่อน
              ไม่เข้าใจผมเหรอว่าผมโดนเขาทิ้งจริงๆ ถึงจะทิ้งคนละความหมายอย่างที่ผมแสดงออกไปในตอนแรกก็เถอะ
              ยังไงก็โดนทิ้งเหมือนกันใช่ไหมล่ะ....
              "เลิกกันไหม มึงจะได้เล่นเอ็มวีสมใจเอาไหมนิว
              "ไม่ๆๆๆๆๆๆๆ ไม่!!! ที่รักนิวขอโทษษษ"
              ผมวิ่งเข้าไปกอดเขาไว้ทันที ก็รู้ว่าตัวเองชอบเพ้อเจ้อแต่มันอดไม่ได้ คนมันคิดถึงอ่ะ คิดถึงทุกวัน คิดถึงใจจะขาด คิดถึงจนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว!!!
              "นิวขาดพี่แบ็คไม่ได้ก็รู้นี่ นิวจะอยู่ยังไงถ้าไม่มีพี่ ที่รักครับนิวขอโทษ นิวไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้ แต่เพราะพี่ไม่อยู่ เลยทำให้นิวคิดมาก เพราะความคิดถึงนั่นแหละที่ทำให้นิวเพ้อเจ้อ"
              พี่แบ็คไม่ขัดขืนเพื่อจะออกจากอ้อมกอดของผม ผมกระชับกอดให้แน่นขึ้น เอาคางเกยไว้ที่ไหล่
              "มึงบ้าบอแล้วไม่ทำใครเดือดร้อนกูจะไม่ว่าเลย นี่มึงเล่นทำคนอื่นเขาเสียเวลาซ้อมกันไปหมด กูอยากจะตบมึงจริงๆ"
              เขาบิดหูผมอีกรอบแรงๆ ผมได้แต่กลั้นเสียงไม่กล้าร้องแล้ว ปล่อยให้พี่แบ็คได้ทำตามอำเภอใจ
              เอาไว้คืนนี้ค่อยเอาคืน จะคิดทั้งต้นทั้งดอกเลย
              ยันสว่างอ่ะพูดเลย
              "สรุปไม่เลิกนะ ห้ามพูดอีก" ผมผละออกจากไหล่พี่แบ็คแล้วสบตาโตๆ คู่นั้น พี่แบ็คทำหน้าเบื่อหน่ายแต่ก็พยักหน้าตกลง และนั่นทำให้ผมยิ้มได้
              "อ้าว จะพลอดรักกันอีกนานไหม ไอ้นิว แม่มึงกลับมาป้อนนมแล้วนี่ เลิกงอแงได้แล้ว รีบลงมาซ้อม" พี่ตองเป็นคนตะโกนมา เหอะอิจฉาผมล่ะสิ เมียตัวเองอยู่ไกลไง เดี๋ยวยุให้หาผัวใหม่แม่งเลย หมั่นไส้พี่ตอง
              "ป้อนไรยังไม่ได้กินเลย รอคืนนี้ก่อน" ผมตะโกนกลับไปโดยลืมไปว่ามีใครยืนอยู่ด้านหลัง
              เพี๊ยะ!!
              "โอ้ย!!! นิวเจ็บนะ"
              "พูดทะลึ่งอีกทีกูจะถีบแทนลูกฟุตบอลเลย"
              "ขอโทษค้าบบบบบ"
              "ไปซ้อม!!!"
              "ค๊าบบบบบ!!"


              เรื่องก็จบด้วยประการฉะนี้แล....อย่าด่าผม ผมเพียงแค่คิดถึงเมียผมผิดตรงไหน ลองกลับไปอ่านแต่แรกใหม่นะ ผมไม่ได้พูดผิดเลยแม้แต่น้อย เดือนนึงจริงๆ นี่ที่เขาทิ้งผม ผมไม่ได้โกหกเลย
              ทิ้งผมเพื่อกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัวที่ประจวบไง....
              มันก็ทิ้งเหมือนกันล่ะน่า
              และสุดท้ายของท้ายที่สุด ผมก็ยังกลัวเมียเหมือนเดิม หมอก็รักษาไม่หาย อ้อ! ยกเว้นตอนอยู่บนเตียงนะ


              คริคริคริ



              "ถ้ามึงลีลาไม่รีบๆ ใส่เข้ามากูจะถีบให้ตกเตียง อึก"
              "ขอร้องก่อน อยากได้ก็พูดเพราะๆ ก่อน" ผมคุมเกมส์เหนือพี่แบ็คได้แค่ตอนที่เรามีอะไรกันเท่านั้น และครั้งนี้ผมก็ยังเป็นต่อเหมือนครั้งผ่านๆ มา
              ตั้งเดือนนึงอ่ะเนอะที่ไม่ได้ทำอะไรกันเลย พอเลิกซ้อมผมก็รีบพาพี่แบ็คกลับบ้านเพื่อป้อนนมทันที
              และตอนนี้พี่แบ็คก็นอนบิดกายด้วยความต้องการอยู่ใต้ร่างของผม แม่เสือที่เคยตบและบิดหูผมเมื่อตอนบ่าย ตอนนี้ก็กลายเป็นแมวตัวน้อยได้แต่ข่วนผมเบาๆ เท่านั้น
              ผมยังคงหยอกเย้าด้วยการใช้ส่วนหัวสะกิดและลูบวนที่ปากทางเข้า
              ไม่มีการสอดใส่ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมร้องขอ
              "นิว....อึกๆๆ เข้ามาสักที!"
              ขาทั้งสองข้างของพี่แบ็คพยายามอ้าออกให้กว้างที่สุด มือทั้งสองข้างก็ไล้วนอยู่ที่หน้าท้องสลับกับจิกที่หัวไหล่ของผม
              ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากนะ ตอนนี้จะระเบิดอยู่แล้ว เพียงแต่ผมอยากออกคำสั่งกับเขาบ้าง ได้ทีมันต้องข่มซะหน่อย
              "ที่รัก อยากได้อะไรขอนิวสิ พูดออกมา..."
              เหงื่อของเราสองคนไหลโทรมกาย หยดแล้วหยดเล่าที่ไหลไปรวมกันอยู่บนยอดอกทั้งสองข้างของคนใต้ร่าง
              "อ๊าาา อึกๆๆ"
              ผมก้มลงใช้ปลายลิ้นเลียรอบเนินอก ก่อนจะขยับมาสะกิดตรงตุ่มไตที่ตอนนี้แข็งชันเพราะความเสียวซ่าน
              ร่างทั้งร่างกระตุกถี่ๆ แต่ผมก็ยังจะรอให้เขาพูดออกมา
              เป็นบทลงโทษที่ทิ้งผมไปหนึ่งเดือน..
              "นิว...ไม่ไหว อึกๆ ไม่ไหวแล้วนะ อ๊ะๆ" เขาพยามจะช่วยตัวเองแต่ผมก็จับมือเขาออกทุกครั้ง
              ผมส่งนิ้วเข้าไปควานด้านในอีกที เสียงหวานครางลั่นห้องนอน ผมเอานิ้วออกแล้วใช้ส่วนปลายขยับถูไถไปมาตรงปากทาง ผมทำสองอย่างสลับไปมาแบบนี้จนในที่สุดความต้องการของผมก็ได้ผล
              "นิว...นิว...ได้โปรด อึกๆ อื่อ"
              "อยากได้อะไรครับ บอกนิวมา" ผมก้มลงไปจูบปากเขาแล้วยื่นหูฟัง

              "ไม่อยากได้นิ้ว อยากได้ของนิว ใส่มันเข้ามา อึกๆ ตอนนี้ ใส่เข้ามา นิว...อ๊าาาาาา"
              ผมกดเข้าไปรวดเดียวจนสุดทาง พี่แบ็คหลับตาพริ้มสีหน้าพึงพอใจที่ได้รับในสิ่งที่ต้องการ ส่วนผมก็หายจากความทรมาน
              พั่บๆๆ ปึกๆ
              เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแข่งกับเสียงหอบหายใจ ผมขยับสะโพกรัวเร็วเมื่อความต้องการมันสูงจนผมเริ่มอดกลั้นไว้ไม่ได้ พี่แบ็คเองก็ขยับด้านล่างเพื่อรับการกระแทกจากผม
              ไม่มีใครรู้จักร่างกายของเราสองคนดีเท่าเราอีกแล้ว
              ผมรู้ว่าพี่แบ็คชอบให้ทำแบบไหน เช่นกันพี่แบ็ครู้ว่าต้องทำยังไงผมถึงจะพอใจที่สุด
              "อ๊ะๆๆ ใกล้แล้ว อึกๆ แรงอีกนิว อึกๆ"
              พั่บๆๆๆๆ
              ผมทำให้ตามที่เขาขอ ใส่แรงทั้งหมดเท่าที่มีก่อนที่แสงสุดท้ายจะมาโผล่ที่ปลายทาง
              "อ๊าาาาาาา"
              "อื้มมมมมม ที่รัก!!!"

              ผมปล่อยออกมาเต็มช่องทางรักของพี่แบ็คจนบางส่วนไหลย้อนออกมาจนเปรอะที่นอน ผมรู้เลยว่าเดี๋ยวต้องโดนด่าที่ไม่ยอมปล่อยข้างนอก พี่แบ็คไม่ชอบให้ปล่อยในเวลาไม่ใส่ถุงยาง เขาบอกทำความมะอาดลำบาก
              "สัส! เต็มตัวกูเลย! แฮ่กๆ"
              นั่นไง...
              ผมมองพี่แบ็คหอบหายใจ ก่อนจะมองน้ำรักที่เปรอะเปื้อนเต็มหน้าท้อง
              ผมใช้นิ้วปาดบางส่วนขึ้นมาก่อนจะเอาเข้าปากแล้วดูดมัน
              "ทำอะไร...."
              "อร่อย นิวอยากกินอีก"
              "มึงมันโรคจิต อ้ะ!"
              เขาสะดุ้งตกใจเมื่อผมขยับส่วนล่างที่ยังคาอยู่ในช่องทางรักของเขา เริ่มจากเบาๆ เป็นการปลุกอารมณ์ให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง
              รอยข่วนที่หน้าอกทำให้ผมเสียวมากขี้นกว่าเดิม
              "ซี๊ดดดด สะใจจริงๆ"
              "อ๊ะๆ อย่าพูดทะลึ่ง อึกๆ"



              เอาเป็นว่าเราไม่ได้เลิกกัน เขาแค่ทิ้งผมไปเยี่ยมพ่อแม่พี่น้องที่ประจวบเป็นเวลาหนึ่งเดือน
              และตอนนี้ผมก็กำลังทบต้นทบดอกกับเขาอยู่ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเลิกตอนไหน รู้แค่ว่าวันพรุ่งนี้ ผมขอหยุดซ้อมกับโค้ชแบนแล้วเรียนร้อย

              ฮ่าๆๆๆ

              "นิว!!!! อ๊าาาาาา"




                 By NanZnn




วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

SEX APPEAL :: KONGTANG :: แรง INTRO





.          🔴 SEX APPEAL :: KONGTANG 🔴

                     🔴บทนำความแรง🔴







          ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน...



          รู้ตัวอีกทีหัวใจผมก็เต้นแรงไปแล้ว







          "ขอโทษนะครับมีหนังสือเล่มนี้ไหม"


          มันก็เป็นแค่คำถามธรรมดาที่ผมได้ยินทุกวัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือคนที่ยืนถามตรงหน้าผมต่างหาก
          ผู้ชายผิวเข้มดวงตากลมโตมีเสน่ห์ ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว ตา ปาก หรือจมูกผมว่าทุกอย่างมันจัดเรียงบนใบหน้าได้รูปนั้นอย่างพอดิบพอดี ไหนจะรอยยิ้มอบอุ่นที่แถมมาให้ผมอีก
          ผมว่านะอาการแบบนี้คือผมกำลังตกหลุมรัก

          "เอ่อ ขอโทษนะครับมีหนังสือเล่มนี้ไหม"

          และเพราะว่าผมมัวแต่จดจ้องใบหน้าคนถามเลยไม่ทันได้ตอบ อีกฝ่ายหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะถามผมใหม่
          และก็เรียกสติผมให้กลับคืนมา
          "ครับ เดี๋ยวเช็คให้"
          ผมเอากระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีตัวอักษรภาษาอังกฤษมาเสิร์ชหาในระบบ เจ้าของกระดาษยืนดูหนังสือเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพอยู่ไม่ไกล
          ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมรู้สึกชอบใครสักคน


          แต่นี่เป็นครั้งแรก



          ที่ผมคิดว่าเขาเป็นคนที่ใช่...







          "มาอีกแล้วนะครับวันนี้"
          ไม่รู้ว่าความสัมพันธ์จากพนักงานกับลูกค้ามันเปลี่ยนเป็นคนรู้จักที่สนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าให้คำนวนมันก็คงจะผ่านมาเกือบสองปี
          เป็นสองปีที่ผมอยู่ในสถานะรักข้างเดียว
          "เป็นไงตังคนเยอะไหมวันนี้"
          "ก็เรื่อยๆ ช่วงนี้เด็กๆ ปิดเทอมไม่ค่อยมีใครมาซื้อหนังสือเรียน"
          สำหรับผู้ชายคนนั้นผมเป็นน้องชายคนสนิทแต่สำหรับผมเขาเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง
          เป็นคนที่มอบทั้งควาทสุขและความทุกข์ให้กับผม
          คนรอบตัวแนะนำให้ผมบอกความในใจแต่ผมปฏิเสธ ผมไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่ที่ที่ว่างข้างกายไม่ใช่ที่ของผม เอาจามจริงผมจะทำอะไรได้ ในเมื่อเขาชอบผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย

          ใช่...เขาไม่ใช่เกย์
          ใช่...เขาชอบผู้หญิง
          และใช่...ผมเป็นผู้ชาย

          แล้วมีข้อไหนเหรอที่บอกว่าผมสมควรไปสารภาพความในใจให้อีกฝ่ายได้รู้
          "นั่นสินะ ฮ่าๆ"
          "แล้วพี่ล่ะมาดูหนังสือกล้องอีกแล้วเหรอ ไม่มีเล่มใหม่มาหรอกนะ เพราะพี่เพิ่งมาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง"
          โชคดีที่ลูกค้าไม่เยอะ ทำให้ผมมีเวลาคุยกับคนตรงหน้าได้
          ท่ามกลางหนังสือนับหมื่นเล่มกับลูกค้าที่มีเพียงประปราย ผมกับเขาเรากำลังคุยกัน แม้จะได้เพียงแค่คุยก็ตามแต่ผมว่าผมก็มีความสุขดี
          "พี่พาน้องมาดูน่ะไม่ได้มาซื้อเอง"
          ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ เด็กผู้ชายในชุดนักศึกษาก็ก้าวเข้ามายืนข้างๆ คนของผม ผมสะดุดกึกเมื่อมองคนมาใหม่ชัดๆ
          รูปร่างบอบบาง ผิวขาว ตาเรียวเล็ก เขาคนนั้นมองมาที่ผม ผมยิ้มให้แต่สิ่งที่ได้รับคือสายตาไม่เป็นมิตร
          เอาล่ะ....
          ผีเห็นผีสินะ
          ผมไม่ชอบผู้ชายคนนี้....
          "พี่ก้องพาผมไปหาหนังสือที่เป็นปกสีชมพูหน่อยสิ ผมหาไม่เจอ"
          ผมยกยิ้มมุมปากมองการกระทำแสนเด็กของคนมาใหม่ เป็นวิธีการที่เชยที่สุดที่ผมเคยจีบผู้ชายมา
          "พี่เป็นพนักงานน้องถามพี่ก็ได้ เดี๋ยวพี่ช่วยหา"
          ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายตอบรับหรือปฏิเสธผมจับแขนแล้วลากให้เดินตามผมมา

          "พี่รออยู่นี่แหละเดี๋ยวตังดูแลเอง"
          ผมยิ้มด้วยยิ้มที่ธรรมชาติที่สุด พี่ก้องพยักหน้าแล้วเดินหนีไปในโซนหนังสือนิยายแปล ผมยกยิ้มก่อนจะพาอีกคนไปยังโซนที่ไม่มีคน
          มันดีจริงๆ ที่วันนี้ร้านเงียบกว่าทุกวัน
          "เจ็บนะเว้ย!" เขาร้องแล้วพยายามจะสบัดแขนออกจากการเกาะกุมของผม
          "หาหนังสืออะไรครับคุณลูกค้า"
          "ชอบเขาเหรอคนนั้นน่ะ"
          ผู้ชายตรงหน้ามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมมองเสื้อผ้ารวมถึงกระเป๋าที่ล้วนแต่เป็นแบรนด์เนมก็พอเข้าใจได้ ว่าทำไมถึงมองผมที่เป็นเพียงพนักงานด้วยสายตาแบบนั้น
          และพี่ก้องก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญ
          "หาหนังสืออะไรครับ" ผมถามย้ำอีกครั้งเป็นการให้โอกาสในการถอยกลับ ผมไม่ชอบมีเรื่องกับใคร...
          "ฝันไปเถอะว่าจะได้อ่ะ"

          พลั่ก!

          "ไม่อยากได้หนังสือก็เอาหมัดกูไปแทนละกัน"

          ....ถ้าเรื่องมันไม่วิ่งมาใส่ผมเอง

          "เลือด!" อีกฝ่ายถอยหลังไปอย่างหวาดกลัว ผมไม่เคยรู้สึกอยากขอบคุณความกว้างใหญ่ของที่ทำงานตัวเองเลย แต่วันนี้ผมรักที่นี่ ที่ทำให้ผมมีพื้นที่กำจัดของเน่าเสียได้
          "นี่ไอ้หนูไปแรดกับคนอื่น คนนี้ของกูห้ามแย่ง"
          ผมก้าวเท้าไปหาคนตัวเล็กกว่าผมนิดหน่อยช้าๆ ผมยิ้มให้ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบเลือดตรงมุมปากสวยนั้นออกเบาๆ
          การที่ผมยอมทนเป็นฝ่ายรักข้างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ใครมาเปิดศึกด้วยได้ ดีมาผมดีตอบแรงมาผมจะตอบกลับให้แรงกว่า




          และถ้าคิดจะแย่งของๆ ผม





          กินยาตายน่าจะง่ายกว่า

          ผมแนะนำ...




          By NanZnn❤️





          TBC.............. 🔴แรงระดับที่1🔴



          มาแว้วววววคนดีร์ ไม่รู้ว่าอินโทรอ่านกันแล้วจะเข้าใจไหม งั้นมาอ่านต้องทอล์คละกัน คือคาแรคเตอร์คร่าวๆ ก็คือพี่ก้องเป็นช่างภาพหล่อมาก สุขุม สุภาพบุรุษแต่ไม่ได้เป็นเกย์ (ในตอนแรก)5555 ส่วนน้องตังแต่แอบรักแต่ระหว่างนั้นก็จำกัดศัครูหัวใจให้หายไปจากชีวิตทีละคนๆ โดยที่อีพี่ก้องไม่เคยรู้เลยว่าตังต้องเจอกับอะไรบ้าง

          ก็ค่ะตามที่กล่าวมา 5555 รอลุ้นเอานะอย่าคาดหวังมากเลย แนนว่าภาคนี้ดราม่าน่าจะไม่เท่าเรื่องเลวนิวแบ็คนะ แต่ก็ไม่แน่อยู่ที่อารมณ์ ดราม่าสุดคงเป็นมุ้ยอุ้มอ่ะ แอบใบ้ๆ5555




          เม้นกันเถิดหากคุณชอบ รักนะคะคนดีของฉัน

          รัก.....จากแนนแฟนพี่มุ้ยกิ๊กพี่ตี๋




                 จากเพจฟิคนักบอลไทย



วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

SEX APPEAL :: NEWBACK :: เลว 20 จบ


.         


                ⚫️ SEX APPEAL :: NEWBACK⚫️

                       ⚫️เลวครั้งสุดท้าย⚫️






        ทุกๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามา ผมว่ามันเป็นเพียงบททดสอบหนึ่งในชีวิต เป็นเพียงเครื่องพิสูจน์ว่าเราสามารถก้าวผ่านมันไปได้หรือไม่

        แม้ตลอดเส้นทางจะเจอกับอุปสรรคหลายอย่าง
        แต่ถ้าเส้นทางนั้นมีคนที่ผมรักเดินจับมือไปด้วยกัน



        ....ผมก็ไม่กลัว



        บรืนนน..
        "เข้าบ้านเถอะ พ่อกับแม่ผมรอคุณอยู่" หมอบอกกับผมก่อนที่เขาจะเดินลงจากรถมารอผมที่ฝั่งนี้
        ผมยิ้มกว้างให้หมอแม้ในใจจะเป็นกังวล นี่เป็นครั้งแรกที่ผมต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของหมอหลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น

        'ผมทำผิดเอาไว้ พ่อแม่หมออาจจะไม่อยากเห็นหน้าผม'
        ผมบอกความกังวลให้หมอฟัง เขาเพียงแค่ยิ้มและเคาะนิ้วลงมาบนหน้าผากผมแรงๆ สองที

        'ไม่ต้องกลัว พ่อแม่ผมเขารักคุณนะ'
        นี่คือประโยคที่หมอพูดปลอบผมตลอดทางที่กลับมากรุงเทพ
        เราสองคนก้าวผ่านประตูบ้านยังไม่ทันได้เดินไปไหน ผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้จักกับคำว่าครอบครัวก็เดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มกว้าง
        กว้างมากพอที่ทำให้ผมน้ำตาซึม
        "ทำไมถึงผอมลงแบบนี้ล่ะลูก ไปเถอะไปทานข้าวกันนะ แม่เตรียมไว้หลายอย่างเลย" เสียงเจือด้วยความห่วงเอ่ยกับผมหลังจากที่ยกมือไหว้ท่าน
        ผมหันมองคนข้างตัว หมอเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ก่อนจะกระชับมือผมให้แน่นขึ้นแล้วพาผมเดินตามหลังแม่ของเขาไป
        หลังจากผ่านการง้องอนกันมา หมอก็ขอร้องแกมบังคับให้ผมกลับมาอยู่กับเขาเหมือนเดิม ตอนแรกผมเองก็ปฏิเสธเพราะไม่อยากให้ใครมาว่าผมเกาะหมอกิน
        แต่หมอก็ไม่ยอมแพ้....จนกลายเป็นผมที่ใจอ่อนยอมแพ้หมอซะเอง
        "มากันแล้วเหรอ นั่งเถอะ กินข้าวกัน"
        ผมทรุดนั่งลงข้างๆ หมอ มีพ่อนั่งหัวโต๊ะและแม่นั่งตรงข้ามพวกเรา ทั้งสองคนมีสีหน้าใจดีเหมือนเดิม และไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่ผ่านมา
        เพราะแบบนี้ไงผมถึงยอมแพ้ให้ผู้ชายคนนี้...
        ผมแพ้จริงๆ




        20.34 น.
        ก็อกๆ ก็อกๆ
        ผมยืนรออยู่หน้าห้องทำงานหลังจากทำใจกล้าเคาะเบาๆ ไปสองสามครั้ง ตอนนี้เวลาใกล้จะสามทุ่มหมอกำลังอาบน้ำอยู่ ผมจึงพาตัวเองออกมาหาคนที่อยู่ในห้องนี้
        ยังไงผมก็ต้องมา
        แอ๊ดดดด
        "อ้าวแบ็คเองเหรอ มีธุระกับแม่เหรอจ๊ะหรือกับคุณพ่อ" แม่ของหมอในชุดนอนเป็นคนเดินมาเปิดประตูให้ผม เขาเบี่ยงให้ผมเดินเข้าไปด้านใน
        "ทั้งพ่อกับแม่เลยครับ ผม..." ผมยืนมองคนตรงหน้าอยู่กลางห้อง พ่อและแม่ของหมอมีท่าทีสบายๆ ผิดกับผมโดยสิ้นเชิง
        "........"
        "ผมอยากมาขอโทษ..." ผมก้มหัวพร้อมยกมือไหว้ให้ท่านทั้งสอง ไหล่ทั้งสองข้างของผมมันสั่นไหวพอๆ กับน้ำตาที่ไหลลงมาจนเปื้อนปลายนิ้ว
        ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้ผมไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนในห้อง ผมก้มอยู่อย่างนั้น ยืนร้องไห้แบบนั้นจนใจเริ่มเสีย
        แต่ไม่นานความกังวลทั้งหมดก็โดนใครบางคนโยนทิ้งลงหน้าต่างไป
        "โอ๋ๆ ไม่ร้องนะลูกนะ พ่อกับแม่ไม่โกรธแบ็คเลยนะ แค่แบ็คตัดสินใจมาขอโทษพวกเรา แค่นี้ก็พอแล้ว ไม่ต้องร้องไห้หรอก"
        ผมกอดแม่ของหมอแน่นเมื่อได้ฟังประโยคนั้น ฝ่ามือเล็กๆ ลูบแผ่นหลังผมเป็นการปลอบโยน ผมได้ยินเสียงหัวเราะน้อยๆ แว่วมาจากโต๊ะทำงาน
        ทำไม....
        "ฮึกๆ ทำไม...ทั้งๆ ที่ผม ฮึกๆ เลวขนาดนี้ ทำไม ฮึกๆ ถึงให้อภัยผม ฮึกๆ ทำไม..."
        "ฟังนะ ไม่มีเหตุผลอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของแบ็คกับนิวจะเกิดจากอะไร แต่พ่อกับแม่เรามองที่ปัจจุบันมากกว่านะ และถ้าปัจจุบันของลูกทั้งสองคนมันส่งผลถึงอนาคต แม่ว่าอดีตที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถอะนะแบ็ค"
        "แม่ครับ...ฮือออ"
        ผมผละตัวออกจากอ้อมกอดนั้น มองหน้าผู้ให้กำเนิดหมอทั้งสองคน ผมไม่สงสัยแล้วว่าทำไมหมอถึงเป็นคนดีได้ขนาดนี้
        นี่คงเป็นโชคชะตาของผม หลังจากกลั่นแกล้งให้ผมจมอยู่กับความเจ็บปวดอยู่นาน
        "แบ็ครักนิวไหม"
        ผมเช็ดน้ำตาทั้งสองข้างรวมถึงคราบที่ไหลเปรอะเปื้อนตรงแก้มออกไป ผมมองคนถาม เธอยิ้มให้ผมเหมือนเดิม
        และนั่นก็ทำให้ผมยิ้มตามก่อนจะพยักหน้าและเอ่ยตอบคำถามที่มีเพียงแค่คำตอบเดียว
        "ผมรักหมอครับ รักมาก รักที่สุดครับ"
        "ถ้างั้นก็จบเรื่องแค่เท่านี้ นี่แหละคือคำตอบที่เราถามพ่อกับแม่ว่าทำไม..."
        พ่อของหมอเป็นผู้พูดประโยคปิดท้าย ก่อนที่จะส่งผมเข้านอนด้วยรอยยิ้มที่กว้างที่สุดในรอบวัน
        นั่นสินะ ทำไม....


        'แบ็ครักลูกของแม่ แม่ก็รักแบ็คด้วย'

        ....เพราะรักล่ะมั้ง




        แอ๊ดดดด
        "หึหึ"
        "คุณยิ้มอะไร แล้วหายไปไหนมา"
        หมอพับหนังสือแล้ววางมันไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง เขาตบลงบนที่นอนเบาๆ เป็นการเรียกให้ผมเข้าไปหา
        หมับ!
        "ผมมีความสุขจัง" ผมกอดเอวเขาก่อนจะเอ่ยบอกความรู้สึกในตอนนี้
        "หลังจากนี้คุณจะมีความสุขทุกวันผมสัญญา"
        "สัญญาแล้วนะ"
        ผมเงยหน้าขึ้นจากอกแกร่งของหมอเพื่อสบตาเขา เรามองหน้ากันพร้อมบอกผ่านความรู้สึกข้างใน เราไม่จำเป็นต้องพูดบ่อยๆ ไม่จำเป็นต้องแสดงออกทุกครั้ง
        ขอแค่ในวันนี้และในวันต่อๆ ไป เรายังจับมือกันไว้ก็พอ
        "ผมสัญญา"
        "ขอบคุณนะ"
       
       
   



        ไม่รู้ว่าผ่านมากี่นาทีแล้วที่เราทั้งสี่คนนั่งจิบกาแฟในบรรยากาศที่เงียบสงัด ผมไม่พูดหมอไม่พูด อีกสองคนที่นั่งร่วมโต๊ะก็ยิ่งไม่พูด จากตอนแรกที่จิบกาแฟอย่างสบายๆ ก็เริ่มอึดอัดแทน
        "เอ่อออ....."
        ผมส่งเสียงยานครางยอมเป็นผู้ทำลายความเงียบก่อน ทั้งสามคนในโต๊ะมองมาที่ผมเป็นตาเดียว
        ยกเว้นก็แต่คนตรงข้ามผมที่แค่มองมาแล้วหันหน้ากลับไปทางหน้าต่างเหมือนเดิม
        "ถ้าไม่มีอะไร นิวขอกลับก่อนนะ" หมอพูดขึ้นนับว่าเป็นประโยคแรกนอกจากทักทายกันเมื่อต้นชั่วโมงก็ว่าได้
        คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามยอมหันหน้ากลับมา เขากัดปากอย่างเป็นกังวล ทุกอย่างยังคงเงียบจนคนที่นั่งตรงข้ามหมอเอ่ยเร่ง
        "บาส เราตกลงกันไว้ว่ายังไง พูดสิ"
        มิก้าทำหน้าดุใส่คนตรงข้ามผม เขาหันขวับพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่ มิก้าแค่ยักไหล่
        "ไงบาส นิวต้องเข้าเวรตอนบ่ายสามโมงนะ" หมอมองนาฬิกาข้อมือเป็นการเร่ง อีกสี่สิบนาทีจะถึงสามโมงอย่างที่หมอว่า
        "บาส..." มิก้ากดเสียงต่ำจนสุดท้ายคนโดนกดดันก็ทนไม่ไหว
        "เออๆ รู้แล้วๆๆ ขอโทษ!!"
        ผมนั่งเงียบตัวเกร็งเมื่อทิศทางการขอโทษมันหันมาทางผม ผมนั่งมองตาปริบๆ มองหมอสลับกับมิก้าก็พบว่าทั้งสองคนกำลังกลั้นขำ
        ผมมองหน้าบาสก็พบว่าเขากำลังหน้าแดง ไม่รู้ว่าโกรธหรือกำลังอาย
        "คือ...."
        "จะด่าก็ได้ เอาสิ ฉันเป็นคนไปฟ้องเรื่องนายกับแม่ของนิวเอง นายมันร้ายจริงๆ ทำยังไงทุกคนถึงเข้าข้างนายกันไปหมด!!"
        "คือ..."
        "ไงจะด่าหรือจะตบก็ทำมาเลย ฉันพร้อมละ"
        ผมนั่งอ้าปากพะงาบๆ โดยมีหมอกับมิก้านั่งหัวเราะแบบไร้เสียง ผมอมยิ้มเมื่อรับรู้ได้ถึงการยอมรับในตัวผมจากบาส
        แม้ถ้อยคำจะฟังดูรุนแรง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ขัดขวางผมกับหมออย่างแต่ก่อนแล้วล่ะนะ
        "ขอบคุณนะ ผมเองก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน ที่ทำให้คุณเสียใจ"
        "บาส...."
        มิก้ากดเสียงต่ำอีกรอบเมื่อคนข้างตัวเขาไร้การตอบกลับให้กับคำพูดของผม
        "จู้จี้!!" บาสหันไปตวาดใส่มิก้าและสุดท้ายก็เกิดเป็นสงครามขนาดย่อมๆ
        "โอยเจ็บนะ อย่ากัด!"
        ผมกับหมอเรามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะเบาๆ เราสองคนจับมือกันแน่นขึ้นอยู่ใต้โต๊ะสี่เหลี่ยมในร้านกาแฟ แม้เสียงทะเลาะกันจากอีกฝั่งจะยังดังขึ้นไม่หยุด

        แต่ผมจะถือว่านี่คือสีสันของชีวิตรักก็แล้วกัน
       

        "ฮ่าๆๆๆ"
        "นิวหยุดขำเดี๋ยวนี้! นายด้วยหยุดขำนะ"
        "ไอ้นิว มึงดูเพื่อนมึงกัดกู"
 
   
        สีสันของชีวิตรัก...
        รักของมิก้ากับบาสนะครับไม่ใช่ของผม


        เพราะรักของผมกับหมอ มีสีสันจากเราสองคนก็เพียงพอแล้ว



                          🎉 The end 🎉









        แถม....❤️

        Rrrrrrr

        'ตัง'

        "อืมว่าไงมึงโทรมาทำไมดึกๆ" ผมขยับออกจากอ้อมกอดของหมอเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพื่อนโทรมา พยายามทำเสียงเบาเพราะกลัวว่าคนที่นอนอยู่จะตื่น
        23.47 น
        ดึกขนาดนี้หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรง
        [มาหากูหน่อย]
        มันตอบกลับมาสั้นๆ ผมได้ยินเสียงจอแจดังลอดมาจากปลายสาย มันไม่ได้อยู่คนเดียว
        "ที่ไหน" ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องนอนไปที่โซฟา ได้ยินเสียงมันถอนหายใจก่อนจะตอบกลับผม ซึ่งทำเอาผมแทบทรุดลงกับพื้น
        [โรงพัก]
        "ห้ะ!!!" ผมรีบปิดปากตัวเองเพราะเผลอตะโกนเสียงดัง
        [โรงพัก! ข้อหาทะเลาะวิวาท มึงจะมาไหมทำไมถามมากจังเลย]
        ผมตบหน้าผากตัวเองแรงๆ เมื่อได้ฟังมันย้ำอีกที ไม่ต้องเดาเลยว่าข้อหาอะไรที่ทำให้มันโทรมาตามผมกลางดึกแบบนี้
         "รอแปป" ผมเด้งตัวจากโซฟาแล้วกลับเข้าห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า โทรศัพท์ยังแนบอยู่ที่หูของผมเพื่อฟังมันระบาย



        ผู้ชายที่ชื่อ 'ก้อง' คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด
        ผมว่าถึงเวลาที่เขาคนนั้นควรจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเสียที



        "แล้วเจอกันมึง" 



       TBC...........KONGTANG








            จากเพจฟิคนักบอลไทย