วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ช่องทางการติดตามฟิค





              สวัสดีค่าขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการหลังจากอัพฟิคมาแล้ว 46 ตอน >////< ชื่อ แนน ค่ะ อายุ20ต้นๆ เรียนจบแล้ว ติ่งเกาหลีหนักมากแต่ติ่งนักบอลหนักกว่า 55555 เมนพี่มุ้ยและพี่ตี๋ ส่วนตัวชอบผู้ชายอายุเยอะ ฮื้ออออ หล่อ เข้มเหมือนกาแฟเบอร์ดี้


             แล้วสำคัญตรงไหน? ค่ะไม่สำคัญ555555



             ขอบคุณคนที่อ่านแล้วชอบหรืออ่านแล้วไม่ชอบก็ขอบคุณอยู่ดี ฟิคทุกเรื่องอาจจะทำให้ใครไม่สนุกก็ขออภัย คู่จิ้นแปลกๆ แบบมาได้ไงวะ? ก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงค่ะ 55555




           ส่วนช่องทางการอ่านฟิคนอกจากบล็อค http://ficfootballthai.blogspot.com/ นี้แล้วยังมีแฟนเพจในเฟชบุ๊คด้วย

           ชื่อเพจว่า ฟิคนักบอลไทย
https://www.facebook.com/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-594047067403827/?ref=bookmarks



         อีกหนึ่่งช่องทางคือไลน์ค่ะ สามารถแอดไลน์ ficfootballer เพื่อไปตามอ่านฉาก NC ได้ หรือเป็นไลน์ทางการ @xil4890p (มี@ด้วย)



         ทั้งสามช่องทางสามารถอ่านฟิคทุกเรื่องของแนนได้หมดเลยค่ะ โดยเฉพาะในแฟนเพจกับไลน์จะลงเยอะและบ่อยกว่าค่ะ



           ปล.ส่งท้าย แนนมักจะจิ้นต่างจากคนอื่น ถ้าไม่ชอบใจก็ขออถัย แต่แนนยังยืนยันว่าจะจิ้นและแต่งต่อไปค่ะ :)




SF MUIAUM :: MPREG




MUI*AUM SF



           ‘พี่มุ้ยช่วงนี้อุ้มเป็นอะไรไม่รู้เพลียทุกวันเลย รู้สึกง่วงตลอดเวลา
          ‘พี่มุ้ยอุ้มปวดหลังนวดให้อุ้มหน่อยได้ไหม
          ‘พี่มุ้ย อุ้มว่าน้ำหอมพี่มุ้ยกลิ่นมันเหม็นๆ นะพี่เปลี่ยนกลิ่นทำไมอุ้มไม่ชอบ
          ‘พี่มุ้ยอุ้มอยากกินอะไรเปรี้ยวๆ อ่ะ อุ้มเวียนหัวมากหาให้อุ้มหน่อย
          ‘พี่มุ้ย........
          ‘……………………………’





          “เป็นไรวะพี่
          ผมนอนเอายาดมอุดจมูกอยู่ที่เตียงริมสระ ไอ้ต้นเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ และมีไอ้เจเดินตามมานั่งข้างๆ กัน
          ผมหันไปมองมันก็หันหน้ากลับมาเหมือนเดิม
          กูเหม็นมึงสองคนมากไปไกลๆ ได้ไหม ผมรู้สึกเวียนหัวเพราะกลิ่นที่อยู่บนตัวพวกมันสองคน
          แปลก...
          แปลกมากที่ผมเหม็นนั่นเหม็นนี่ไปทั่ว ทั้งที่ปกติก็ไม่เคยรู้สึกอะไรออกจะชอบด้วยซ้ำไป
          เฮ้ยพี่ ผมอาบน้ำแล้วนะ ไอ้ต้นรีบดมเสื้อรวมถึงรักแกร้ตัวเอง มันดูจะกังวลกับคำพูดของผมจริงๆ เพราะตัวผมนอนดมยาดมแบบนี้มาสองสามวันแล้ว
          ส่วนไอ้เจก็ดมตัวเองก่อนที่มันสองคนจะสลับกันแล้วส่ายหัวว่าไม่เห็นมีกลิ่นอะไร
          กูเวียนหัวว่ะ เขยิบไปไกลๆ กว่านี้ได้ไหม ผมพยายามเบี่ยงหน้าหลบไปทางอื่น โบกมือไล่ให้มันขยับห่างออกไป
          แต่เหมือนว่ายิ่งไล่กลิ่นก็ยิ่งแรงขึ้น
          พี่เป็นอะไรอ่ะ ไม่สบายเปล่าพี่ไปหาหมอเหอะ ไอ้ต้นทำท่าจะลุกขึ้นมาดูแต่ผมต้องยกมือห้าม
          มืออีกข้างของผมยกยาดมขึ้นจ่อที่จมูกอีกครั้ง
          ไม่ต้องมาๆ พี่มุ้ยยยย พี่มุ้ยอยู่ไหน ผมตะโกนลั่นสระเมื่อไม่เห็นหน้าของคนที่อยากอยู่ใกล้
          ความรู้สึกตอนนี้เหมือนมีหนังดราม่ามาเปิดฉายอยู่ในหัว มันเศร้า มันเหมือนอยากจะร้องไห้ มันอธิบายไม่ถูก
          ผมต้องการให้พี่มุ้ยมาอยู่ที่นี่
          พี่มุ้ยอยู่ไหน ผมถามอีกครั้งพอดีกับร่างของพี่มุ้ยเดินเข้ามาหาผมอย่างตกใจ
          แต่คนที่ตกใจกว่าคงเป็นไอ้ต้นกับไอ้เจ
          พี่อยู่นี่ พี่ไปคุยกับพี่โก้มาอุ้มเป็นอะไร พี่มุ้ยนั่งลงบนเตียงตัวเดียวกันกับผมก่อนที่เขาจะดึงผมเข้าไปกอด
          ผมกอดเอวพี่มุ้ยไว้อย่างรวดเร็ว กอดแล้วเอาหน้าถูไถไปมา
          ผมไม่เหม็นพี่มุ้ยแล้ว เพราะพี่มุ้ยเลิกฉีดทุกอย่างตามที่ผมขอ
          ผมอยากอยู่ใกล้พี่มุ้ยแค่คนเดียว
          ไม่รู้ อุ้มอยากนอน
          ผมไม่ได้ขี้เกียจนะครับ ช่วงอาทิตย์นี้ผมง่วงนอนจริงๆ เหมือนนอนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ ยิ่งนอนก็ยิ่งอยากนอน
          ผมรู้สึกว่าตัวเองน่าจะนอน 18 ชั่วโมงต่อวัน
          อ้อ....กินเยอะด้วยกินเสร็จแล้วนอนเป็นแบบนี้มาสี่ห้าวันแล้ว แถมยังเวียนหัวบางครั้งหนักอ้วกออกมาเลยก็มี
          จนวันนี้พี่โก้เลยอนุญาตให้ผมพักซ้อมได้
          กลับห้องดีกว่า เดินไหวไหม พี่มุ้ยกระซิบลงข้างๆ หู ผมรีบส่ายหน้า
          พี่มุ้ยๆ พี่อุ้มเป็นอะไร ช่วงนี้ทำไมเขาแปลกๆ เขาป่วยเปล่าพี่ที่เขาใหญ่ฝนตกหนักด้วย ผมนอนหลับตาพิงอกพี่มุ้ยอยู่ ได้ยินเสียงไอ้เจมันมาถามพี่มุ้ยเสียงเบาๆ
          แต่ผมได้ยิน
          พี่มุ้ย! อุ้มอยากนอนแล้วเนี่ย นอนน่ะนอน จะไม่พาอุ้มกลับห้องใช่ไหม ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าตัวเองโมโหและต้องหาที่ระบาย
          ผมสูดลมหายใจเข้าจมูกแรงๆ จนพี่มุ้ยต้องยื่นมือมาลูบหัว
          กูไปก่อนนะเว้ย เดี๋ยวกูดูแลอุ้มเอง พี่มุ้ยไม่ว่าอะไรสักคำหันไปลาไอ้สองตัวนั้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วช้อนแขนมาอุ้มผมจนตัวลอย
          ผมกอดคอแล้วซบหน้าลงที่บ่าทันที
          พี่มุ้ยอุ้มขอโทษไม่ได้ตั้งใจจะเสียงดังผมพูดเบาๆ ตอนที่เรากำลังกลับห้องพัก
          ก่อนหน้านี้ผมถามเขาว่าหนักไหม พี่มุ้ยตอบมาว่าถึงหนักก็อุ้มไหว ผมเลยกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีก
          ไม่เป็นไรพี่ไม่โกรธ ผมเห็นพี่มุ้ยยิ้มมาให้
          ผมหลับตาลงอีกครั้ง
          ปกติถึงผมจะเอาแต่ใจหรือทำนิสัยยังไงแต่ไม่เคยสักครั้งที่จะมาอารมณ์เสียใส่โดยไม่มีเหตุผล ผมให้เกียรติพี่มุ้ยเสมอยกเว้นว่าพี่มุ้ยจะผิดจริงๆ
          แต่ช่วงนี้พี่มุ้ยทำอะไรก็ขัดใจผมไปหมด ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง
          ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นมันเป็นเรื่องปกติที่พี่มุ้ยทำอยู่แล้ว
          พรึ่บ
          พี่มุ้ยค่อยๆ วางผมลงบนที่นอน ทันทีที่หัวถึงหมอนผมก็แทบไม่รับรู้อะไรเปลือกตามันจ้องแต่จะปิดลงอย่างเดียว
          ได้ยินเสียงน้ำดังมาจากในห้องน้ำและหลังจากเสียงน้ำปิดไปได้สักพักก็มีผ้าหมาดๆ มาเช็ดตามใบหน้าและลำคอ
          ก็อก ก็อก ก็อก
          ผมที่กำลังจะหลับสนิทก็สะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นไม่เบานัก
          แต่ผมยังหลับตานอนอยู่บนเตียง ได้ยินเสียงพี่มุ้ยบอกให้เข้ามาได้ ผมเลยพยายามปรือตาขึ้นมอง
          สวัสดีครับคุณธีราทร ผมตกใจเบิกตากว้างอาการง่วงๆ นี่หายไปแทบหมด
          หมอ! มาทำไม
          พี่มุ้ย ผมเงยหน้าเรียกคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่ด้านหลัง พี่มุ้ยเดินยิ้มเข้ามาหาผม มานั่งลงบนเตียงข้างๆ ผมแล้วจับมือไว้
          อาการปกติไม่มีอะไร ส่วนผลที่ได้นำปัสสาวะไปตรวจก็พบว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี
          หมอนั่งเปิดแฟ้มอะไรสักอย่างแล้วก็พูดๆ ในสิ่งที่ผมฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ
          ผมหันหน้ามองพี่มุ้ย เขานั่งยิ้มอย่างเดียวเหมือนคนบ้า
          หมายความว่าไงครับ ตรวจฉี่ผม เมื่อไหร่ ตรวจทำไมผมไม่ได้ติดยา ผมกำมือพี่มุ้ยแน่น แม้จะยืนกรานว่าไม่เคยข้อเกี่ยวแต่ก็กลัวอยู่ดี
          หมอเงยหน้าจากเอกสารพวกนั้นแล้วค่อยๆ ยิ้ม
          ไม่ใช่ครับ ไม่ได้ตรวจสารเสพติด หมอส่ายหน้าปฏิเสธแต่ยังยิ้มกว้าง พี่มุ้ยก็ด้วยเขาสองคนยิ้มโดยไม่บอกผมสักทีว่าอะไร
ถ้างั้นหมอตรวจทำไม หรือว่าผมจะป่วย พี่มุ้ยอุ้มป่วยเหรอหันไปถามคนที่กอดผมอยู่ข้างๆ พี่มุ้ยส่ายหัวก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากของผม
อะไร....ทำไมผมรู้สึกแปลกๆ
อุ้มไม่ได้ป่วยหรอก อุ้มสบายดี พี่มุ้ยลูบหัวผมเบาๆ แล้วยิ้ม ได้ยินเสียงกระแอมของหมอทำให้ผมหันไปสนใจ
หมอจะบอกว่าผลตรวจของคุณออกมาว่าคุณท้องครับ
          !!!!!!
          “ครับ หมอพูดใหม่อีกครั้งสิ ผมโน้มหน้าเข้าไปใกล้หมอแล้วจับไหล่เขาไว้ทั้งสองข้าง หมอดูตกใจนิดหน่อยกับท่าทางของผมจนพี่มุ้ยต้องมาแงะมือผมออก
          ผมนั่งสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ช้าๆ
          และคำพูดของหมอก็ทำให้ผมแทบเป็นลมล้มลงบนเตียงนอน
          คุณท้องครับ คุณธีราทร



          ไม่จริง!!!!!!!!!!!










          “ม่ายยยยย!!!!!!!”

          “อุ้ม!”
          ผมนั่งหอบหายใจอยู่บนเตียง พี่มุ้ยตกใจตื่นรีบลุกขึ้นมาดูอาการของผม
          บ้าไปแล้ว....ฝันอะไรวะ
          เป็นอะไรอุ้ม พี่มุ้ยเอื้อมไปหยิบทิชชู่ตรงหัวเตียงมาซับตามหน้าผากและที่อื่นๆ ให้ผม ผมยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ
          ท้องเหรอ.....
          บ้าไปแล้ว!
          “พี่มุ้ย อุ้มฝัน ผมเลือกที่จะหันไปเล่าให้คนข้างๆ ฟัง แม้ฝันของผมมันจะดูไร้สาระ แต่มันส่งผลกระทบต่อจิตใจผมตอนนี้อย่างรุนแรง
          ฝันว่าอะไร พี่มุ้ยทิ้งกระดาษที่เช็ดเหงื่อผมแล้วลงข้างเตียง
          ผมหันตัวไปหาพี่มุ้ยแล้วมองหน้าเขา
          อุ้มท้อง ผมพูดเสียงดังและจริงจัง เห็นเลยว่าพี่มุ้ยเบิกตากว้างตกใจเหมือนเขาจะช็อคไปหลายวินาทีก่อนที่เขาจะตอบผมกลับมา
          ฝันอุ้ม อุ้มจะท้องได้ยังไง พี่มุ้ยดึงผมเข้าไปกอดไว้แล้วลูบหลัง
          นั่นสินะ...
          ผมเป็นผู้ชาย ผมท้องไม่ได้แล้วผมจะมาคิดมากกับฝันทำไม ฝันมันก็คือฝัน อะไรที่ทำให้ผมเป็นเอามากขนาดนี้
          หรือจะเป็นเพราะอาการที่เกิดขึ้นกับผมในช่วงสี่ห้าวันมานี้
          มันก็แค่โรคกระเพราะนั่นล่ะน่า
          พี่อุ้มเหมือนคนท้องเลยอ่ะ
          จู่ๆ คำพูดของไอ้ต้นกับไอ้เจก็ดังขึ้นมา เพราะพวกมันสองคนนั่นแหละที่ทำให้ผมคิดมากจนเก็บมาฝัน
          ท้องเหรอ....
          พี่มุ้ย หรือว่าอุ้มจะท้องจริงๆ ผมถามอย่างกังวลส่วนพี่มุ้ยก็หลุดหัวเราะผม
          อุ้ม อุ้มท้องไม่ได้ อุ้มแค่ไม่สบาย พี่มุ้ยพูดจบก็พยายามจะดันผมให้นอนลงอีกครั้ง แต่ไม่หรอกนอนไม่ได้ไอ้เรื่องบ้านี้มันกำลังกระทบจิตใจ
          ผมพิสูจน์ดีไหม
          ไปไหนอุ้ม พี่มุ้ยถามเมื่อผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วตรงไปยังกระเป๋าเป้
          ผมหยิบบางอย่างที่ไอ้ต้มกับไอ้เจมันไปฝากใครไม่รู้ซื้อแล้วเอามาให้ผม บอกว่าลองดูก็ไม่เห็นเสียหาย
          เดี๋ยวอุ้มมา ผมเดินกำที่ตรวจครรภ์ไว้แน่นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
          80% ผมเทไปข้างพี่มุ้ยสุดหัวใจ
          แน่นอนอาการที่เกิดขึ้นทั้งหมดคงเป็นเพราะเครียดลงกะเพราะ แต่เพราะผมโดนคนนั้นคนนี้พูดกรอกหูรวมถึงฝันที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่
          มันทำให้ผมลังเลเลยเท 20% มาทางเรื่องเหนือธรรมชาติ
          แกร๊ก
          ห้านาทีผ่านไปผมเดินถือที่ตรวจครรภ์ออกมานอกห้องน้ำ เจอพี่มุ้ยนั่งรออยู่ที่เดิม
          ผมถือมันเข้าไปใกล้ๆ เอ่ยถามเขาหนึ่งคำ
          พี่รู้ใช่ไหมว่ากี่ขีดคือท้อง ผมถามเสียงนิ่ง พี่มุ้ยพยักหน้าเป็นอันว่ารู้ทั้งคู่
          ผมค่อยๆ ยืนแท่งสีขาวๆ ที่ผ่านการหยอดปัสสาวะลงไปตามคำแนะนำให้พี่มุ้ยเห็น จากใบหน้านิ่งเฉยของผมก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง
          พี่มุ้ยมองอยู่แปปเดียวก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาเรียกชื่อผมแล้วยิ้มให้ผมแบบที่เจ้าตัวชอบทำ


          อุ้ม




          By NanZnn 



         ตอนจบแล้วแต่ผู้อ่านจะจินตนาการค่ะ จะให้ท้องหรือไม่ให้ท้องขึ้นอยู่กับความแฟนซีในตัวคุณ 555555555555555555555555555555



SEX APPEAL :: NEWBACK :: เลว 11




เลว :: 11





          อะไรนะ!”
          ผมยกมือขึ้นปิดหูทันที เมื่อได้ตังมันจะโกนเสียงดัง คนในร้านเริ่มหันมามองจนพี่อุ้มต้องเอ่ยปากขอโทษแทนคนเหล่านั้นถึงหันหน้ากลับไป
          ขี้โวยวายซะจริงๆ
          ตอนนี้เรานั่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง อยู่ในซอยเข้ามาไม่ลึกมากแต่บรรยากาศในร้านค่อนข้างดี คนส่วนใหญ่ก็มากันเป็นกลุ่มทั้งนักเรียนและวัยทำงาน
          รวมถึงพวกผมตอนนี้ด้วย เราสามคนมาที่นี่เพราะเรื่องของผม
ผมค่อยๆ เอามือออกจากหูตัวเองช้าๆ
          อืม กูว่าจะเลิกนิสัยเดิมๆ แล้วเริ่มต้นใหม่จริงๆ แล้ว ผมพูดทวนประโยคที่พูดไปแล้วให้ไอ้ตังฟังอีกครั้ง
          พี่อุ้มยิ้มกว้างให้ผม เขาเป็นคนเดียวที่ไม่เห็นกับการกระทำของผมที่ผ่านๆ มา แต่เขาก็ไม่เคยทิ้งผมไปไหน แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ยังอยู่เคียงข้าง
          ดีแล้วที่แบ็คคิดได้ พี่อุ้มพูดแต่ผิดกับไอ้ตังมันจับไหล่ผมให้หันไปหามัน
          มึงกินยาผิดขวดมาเหรอ ไหนกูวัดไข้สิ มันเอามือขึ้นอังที่หน้าผาก สีหน้ามันดูโอเว่อร์จนผมไม่รู้ว่ามันแกล้งหรือตกใจจริงๆ
          ผมทำหน้าเอือมระอาก่อนจะปัดมือมันที่หน้าผากผมทิ้งไป
          กูสบายดี และกูคิดดีแล้ว
          ไอ้ตังส่ายหัวรัวๆ ทำหน้าแบบรับไม่ได้ผิดกับพี่ชายอีกคน พี่อุ้มพยักหน้าแล้วปรบมือ
          ไหนมึงเล่ามาสิ เพราะอะไรทำให้เพื่อนกูเปลี่ยนไป
          ผมหยิบแก้วกาแฟเย็นขึ้นมาดูดก่อนจะวางมันลงที่เดิม
          กาแฟในแก้วเริ่มจืดจาง คงเพราะน้ำแข็งที่เริ่มละลายทำให้รสชาติของมันเปลี่ยนไป
          กูแค่รู้สึกว่า หมอน่าจะเป็นคนสุดท้ายในชีวิตก็เท่านั้น ผมพูดตามที่ใจคิด อีกสองคนทำหน้าเหมือนเห็นผี ไม่แปลกหรอกเพราะคำพูดนี้ไม่น่าจะออกมาจากปากของผม
          ถ้าทั้งสองคนไม่เชื่อผมว่ามันก็ปกติ
          ตลอดหลายวันที่ผ่านมาตั้งแต่กลับจากบ้านของหมอ ผมคิดทบทวนเรื่องนี้อย่างดีแล้ว ผมไม่ถามใครเพราะอยากให้ตัวเองได้ตัดสินใจ
          มีทางอยู่สองทางคือ......
ทางแรกผมควรเดินออกมาก่อนที่จะถลำตัวไปมากกว่านั้น ทุกคนในบ้านหมอดีกับผมจนด้านดีที่ฝังในตัวผมลึกๆ บอกว่าอย่าทำร้ายใครอีก
กับสอง.....
ให้ผมเปลี่ยนใจตัวเอง ในเมื่อตอนนี้ผมมีความสุขกับสิ่งที่ผมได้รับ คนที่ต้องเปลี่ยนไม่ใช่หมอหรือใคร
แต่เป็นผม...เป็นผมที่ต้องเปลี่ยนตัวเอง
มาถึงจุดนี้ผมคิดว่าไม่มีอะไรจะต้องเสีย แม้จะผิดแผนจากที่คิดไว้ก็เถอะ แต่อย่างน้อยผมก็ไม่ขาดทุนอะไร
ได้กำไรด้วยซ้ำ
และผมคิดว่าตอนนี้ไม่ใช่มีแค่หมอที่รักผม
ผมคิดว่าผมก็รักเขาเข้าแล้วจริงๆ
เหลือเชื่อ สุดท้ายก็เป็นมึงที่ตกหลุมหมอ ไอ้ตังพูดขึ้นทำเอาผมต้องหันกลับไปมอง
อย่างนั้นเหรอ....ผมยิ้มออกมา
อาจจะใช่นะ กูคงขึ้นยากซะด้วย
ผมคิดว่าผมคงตกหลุมของหมอเข้าแล้วจริงๆ ทั้งๆ ที่ตั้งใจขุดกับดักเพื่อล่อให้เขาติดกับ ที่ไหนได้ล่ะ
กลายเป็นผมโดนซ้อนแผนซะอย่างนั้น
ดีใจด้วยนะแบ็ค มาเถอะวันนี้พี่เลี้ยงเอง ถือว่าน้องของพี่เจอเรื่องดีๆ มา พี่อุ้มกวักมือเรียกพนักงานอีกรอบ
ไอ้ตังรีบเปิดเมนูเพื่อสั่งอาหารว่างมาทาน
ผมขอบคุณพี่อุ้มผ่านสายตา เขาเพียงแต่ยิ้มและพยักหน้าก่อนจะหันกลับไปสนใจเมนูในมือ
การเปลี่ยนแปลงของผมครั้งนี้หวังว่ามันจะไม่มีอุปสรรคอะไร
ส่วนเรื่องของเพื่อนสนิทหมอคนนั้น

ผมขอจัดการเองครั้งสุดท้ายก่อนจะวางมือ

แกร๊ก
ผมเปิดประตูห้องเข้าไปก่อนจะปิดมันลงเมื่อพาตัวเองเข้ามาข้างใน ไฟในห้องถูกเปิดไว้แค่บางดวง ในห้องครัวถูกปิดไว้ ผมเลยเลือกจะเดินผ่าน
เอ๊ะ กำลังจะเดินเข้าไปในห้องนอนก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นหมอกำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟาหน้าทีวี
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ หยิบรีโมทขึ้นมากดปิดก่อนจะวางมันลงไว้ที่เดิมบนโต๊ะ
ผมมองสภาพห้องตรงนี้แล้วก็ได้แต่ส่ายหัว ถ้าไม่บอกว่าเป็นหมอผมคงคิดว่าเป็นนักศึกษาปริญญาที่กำลังทำรานงานอะไรสักอย่าง
กระดาษเอย หนังสือเอย ไหนจะแลปท็อปของหมอที่เปิดทิ้งไว้นั่นอีก
คนเป็นหมอต้องศึกษาเรียนรู้ตลอดเวลาจริงๆ สินะ
เฮ้อ แล้วมานอนทั้งชุดทำงานแบบนี้ได้ไงกัน ผมยืนบ่นคนที่นอนหลับอย่างอดไม่ได้
หมอนอนโดยที่เนคไทล์ก็ยังไม่ถอดออกด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่ปลดให้มันคลายออก ชายเสื้อก็หลุดออกนอกกางเกง ถุงเท้าถูกวางไว้ข้างๆ โซฟาที่เขานอน แขนเสื้อพับขึ้นจนถึงข้อศอก
แต่พอพิจารณาดีๆ ก็สงสารนะ เขาคงเหนื่อยมากจริงๆ
ผมส่ายหัวก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอนแล้วดึงผ้าห่มที่เก็บอยู่บนตู้เสื้อผ้าลงมาหนึ่งผืน ผมแบกมันออกมาก่อนจะกางออกแล้วคลุมที่ตัวของหมอ
วันนี้คงต้องปล่อยให้นอนไป
ผมนั่งลงข้างๆ ที่หมอนอนอยู่ พิจารณาใบหน้าของหมอชัดๆ อย่างมีความสุขในหัวใจ ผมกอดเข่าแล้วมองไปที่ดวงตา จมูก ริมฝีปาก
ทำได้ยังไงกัน
หมอทำได้ยังไง...ทำให้ผมเปลี่ยนใจมารักหมอได้ยังไง
แอบมองผมเหรออาทิตย์
หมอ!” ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ คนที่ผมคิดว่าหลับก็พูดขึ้นก่อนจะค่อยๆ ลืมตามามองผมช้าๆ ริมฝีปากเขายกขึ้นก่อนจะพูดอีกครั้ง
หืม...ผมได้ยินนะคุณบ่นผมแต่ก็ยังเอาผ้ามาห่มให้
ผมยู่ปากเมื่อเขาพูดแบบนั้น ก็จริงอย่างเขาว่าทั้งๆ ที่บ่นแต่ก็ยังเป็นห่วงไปหามาห่มให้
หมอแกล้งหลับนี่นา ผมพูดขึ้น
หมอจ้องมาที่ผม ดวงตาเขายังมีแววเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็นอยู่นิดหน่อยแต่เขายังคงยิ้มมาให้ ผมยิ้มตอบกลับไป
มานี่สิ หมอกระเถิบตัวเองให้ชิดพนักโซฟามากขึ้น เขาตะแคงตัวก่อนจะตบลงบนโซฟาส่วนที่เหลือแล้วเรียกผม
ผมเลิกคิ้วแต่ก็ยอมพาตัวเองเข้าไปสอดตัวลงในผ้าห่มผืนเดียวกัน
ผมนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาหมอใช้แขนของหมอหนุนแทนหมอน แขนของหมอพาดแล้วกอดเอวผมเอาไว้กันตก
ด้วยพื้นที่โซฟาที่มีจำกัดเลยทำให้เราสองคนต้องนอนเบียดกันแบบนี้
อบอุ่นเหลือเกิน
ขอบคุณนะอาทิตย์ที่คุณดูแลผม ผมหลุดขำกับคำขอบคุณของเขา
หมอต่างหาดที่ดูแลผม ผมแค่ห่มผ้าแต่หมอทำทุกอย่างที่มากกว่าห่มผ้า ผมสิที่ต้องขอบคุณ ผมรู้สึกได้ว่าหมอกระชับกอดผมแน่นขึ้นเมื่อพูดจบ
ผมกอดตอบเขาแล้วพยายามซุกตัวเองให้แนบเขามากขึ้น
อยากอยู่แบบนี้ อยากอยู่อย่างนี้ไปนานๆ
เพราะว่าเป็นคุณไง ผมถึงอยากดูแล
ขอบคุณนะครับ ผมขอบคุณเขาอีกครั้งก่อนที่หมอจะกดจูบลงมาที่หน้าผากแล้วลูบหัวให้ผมค่อยๆ หลับตาลง
ถ้าวันนี้หมอจะไม่อาบน้ำก็คงไม่เป็นอะไรเพราะเหมือนว่าผมก็จะไม่อยากอาบแล้วเหมือนกัน

ขอแค่ช่วงเวลาเหล่านี้เกิดขึ้นกับผมไปนานๆ
ผมจะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนความรักของหมอที่มอบให้กับผมมา

ถ้าผมมีโอกาสได้ทำ.....





TBC_____SEX APPEAL NEWBACK เลว 12




จากเพจฟิคนักบอลไทย