วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558

SEX APPEAL :: NEWBACK :: เลว 7

เลว : 7

          ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วครับที่ผมมาอยู่คอนโดเดียวกับหมอ เขาดูแลผมดีมากแม้จะไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกัน ผมทำงานของผมเขาก็ทำงานของเขา
          เวลาที่ผ่านมาทำให้ผมรู้ว่าหมอเป็นคนน่ารัก....
          แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังขัดใจคือหมอยังคงไปรับเพื่อนเขากลับไปส่งบ้านทุกวัน
          ครับ....รับกลับพร้อมๆ กับผม
          เราสามคนนั่งรถคันเดียวกันทุกเย็นเขาจะไปส่งเพื่อนเขาก่อนแล้วเราค่อยกลับมาคอนโด
           แต่ผมก็ไม่ได้เรียกร้องหรือต่อว่าอะไร ผมรู้ว่าหมอก็ลำบากใจเพราะนั่นคือเพื่อนสนิทและผมก็เป็นคนที่หมอเรียกว่าคนรัก ผมมาทีหลังผมเข้าใจดี
          ผมได้แต่ยิ้มแล้วบอกหมอว่าผมโอเค
          ก่อนหน้านั้นเขาเลิกติดต่อหมอไปพักใหญ่หลังจากที่ทะเลาะกันเพราะผมวันนั้น แต่จู่ๆ เขาก็กลับมา เขายอมที่จะไปไหนมาไหนโดยมีผมด้วย
          แต่แน่นอนว่าฝ่ายนั้นไม่พูดกับผมสักคำ....เขาคุยแค่หมอและมีผมนั่งเงียบ
มิชชั่นของผมมันยังไม่สำเร็จสินะ
เฮ้อออถอนหายใจเมื่อคิดถึงเรื่องรกสมอง ผมสะบัดหัวไล่ทิ้งไป มองของที่อยู่ตรงหน้าแล้วได้แต่หลับตาลง
          นี่สิสิ่งที่น่ากังวลกว่าผู้ชายคนนั้น
แม้ว่าเช้านี้จะสดใส เมฆไม่ครึ้มฝนไม่ตก อากาศก็น่าจะร้อนตามสภาพอากาศเมืองไทยแต่ยังดีที่มีลมเย็นๆ พัดอยู่ตลอดเวลา
          แต่ทั้งหมดที่พูดมามันลบความตื่นเต้นในใจของผมออกไปไม่ได้เลย
          เสร็จยังครับ หมอถามขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ผมที่กำลังง่วนอยู่ในครัวต้องหันกลับไปมอง
          ฝ่ายนั้นยืนพิงประตูกอดอกมองมาที่ผม เขาส่งยิ้มมาให้และผมก็มอบกลับไปเช่นกัน
          เรากำลังจะไปบ้านของหมอ
          บ้านที่มีพ่อและแม่ของหมออยู่ที่นั่น......
          เสร็จแล้ว หมอ....ผมว่าเราไปกันวันหลังดีไหมหรือไม่ก็ให้ผมรออยู่ที่นี่ ผมเอ่ยบอกหมอด้วยสีหน้าเป็นกังวล ผมกัดปากล่างอย่างคนกำลังตื่นเต้น
          และหมอก็เดินเข้ามาประชิดตัวก่อนจะจับมือผมไปกุมไว้
          คุณไม่ต้องกลัว พ่อแม่ผมเขาใจดี เขาต้องชอบคุณมากแน่ๆ หมอพูดเพื่อให้ผมมั่นใจ เขาไม่สนใจคำร้องขอของผม
          เขายังคงพูดประโยคเดิมซ้ำๆ ตั้งแต่เมื่อวานว่าพ่อกับแม่ของเขาใจดี
          ผมสบตาเขา เขาเพียงแต่บีบมือให้กำลังใจ
          ผมไม่คิดว่าจะได้เปิดตัวกับครอบครัวของหมอด้วยซ้ำ มันเร็วเกินไปจนตอนนี้ผมเริ่มกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆ
          นึกไม่ออกถ้าพ่อแม่หมอไม่ชอบผม.....
          ผมยังไม่อยากเป็นศัตรูกับครอบครัวของหมอหรอกนะ
          เลิกขมวดคิ้วได้แล้ว ไปกันเถอะเดี๋ยวจะสาย หมอใช้นิ้วชี้จิ้มลงตรงหว่างคิ้วของผม บดคลึงไปมาให้ผมคลายปมคิ้วออกจากกัน
          ผมเดินตามหมอออกไปพร้อมกับกล่องอาหารที่ผมลุกขึ้นมาทำเองตั้งแต่เช้ามืด
          เกิดมาผมไม่เคยสัมผัสคำว่ากลัวมาก่อน
          และนี่จะเป็นครั้งแรก

          กลัวเหรอ
          หมอหันมาถามเมื่อหมอขับรถเข้าจอดในโรงจอดรถ ใช้เวลาเกือบชั่วโมงจากคอนโดจนตอนนี้เรามาถึงบ้านของครอบครัวพ่วงจันทร์
ผมหันมองหมอ แววตาของผมคงตอบทุกอย่างชัดเจนแล้ว หมอยิ้มให้ก่อนจะพูดปลอบใจ
          อย่ากลัว คุณต้องรักพวกท่านแน่ๆ
          รักเหรอ.....
          ผมหันกลับไปมองบ้านที่อยู่นอกหน้าต่างรถ บ้านที่ใหญ่เหมือนวัง บ้านในฝันที่ผมอยากได้ อยู่ใกล้แค่นี้แท้ๆ
          คนอื่นๆ ที่ผ่านมันเป็นแค่รักแบบฉาบฉวย ไม่มีใครคิดจะยกย่องผู้ชายที่เจอตามผับแบบผมออกหน้าออกตาหรอก
          ไม่เคยมี.....
          ต่อให้ผมแสร้งทำว่าเป็นคนดีมากแค่ไหน สุดท้ายทุกคนก็เลือกคนที่เหมาะสมกับตัวเองอยู่ดี
          ยกเว้นหมอฐิติพันธ์
          เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อแสดงให้ผมเห็นว่าเขาพร้อมจะคบกับผมแบบเปิดเผย
          รู้สึกดีที่ในที่สุดหมอกํตกหลุมของผม แม้ว่าผมจะออกแรงขุดไม่มากแต่ผลลัพธ์ที่ได้มันก็ทำให้ผมพอใจ
          ความหวังของผมแค่ได้อยู่กับหมอจนกว่าผมจะรู้สึกว่าอิ่มตัว
          แต่นี่มันออกจะเกินความตั้งใจของผมไปสักหน่อย
          วันนี้ ตอนนี้ เป็นครั้งแรกที่ผมต้องเข้าหาผู้ใหญ่ ผมไม่รู้ว่าพ่อแม่ของหมอดูคนเก่งมากแค่ไหน เขาจะจับนิสัยผมได้หรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ผมกังวล
          ผมยังได้จากหมอไม่พอเลย
          ผมไม่ยอมเลิกกับหมอง่ายๆ แน่
          ถ้าสุดท้ายแล้วสถานการณ์มันบังคับให้ผมต้องเลวกับพ่อแม่ของหมอ
          ผมก็จำเป็นต้องทำ
          คุณหนูของป้า กำลังเดินข้ามประตูบ้านหลังงาม ก็มีผู้หญิงรูปร่างท้วมมีอายุวิ่งมากอดหมอที่ยืนอ้าแขนรอรับ
          ผมยืนมองภาพนั้นด้วยความประหลาดใจ
          ไม่กลับมานานเลยนะคะ พอป้ารู้ว่าคุณนิวจะมาป้าทำของโปรดของคุณหลายอย่างเลย
          ขอโทษครับ พอดีงานที่โรงพยาบาลยุ่งมากจริงๆ หมอตอบกลับด้วยรอยยิ้ม อีกฝ่ายก็ส่ายหัวบอกไม่เป็นไร มืออูมๆ คู่นั้นลูบหน้าลูบตาหมอด้วยความห่วงปนคิดถึง
          ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่....แต่ทำไมเขาสองคนถึงแสดงความรักกันแบบนี้ล่ะ
คนที่เลี้ยงหมอมาเหรอ...
ผมไม่รู้จักความรักแบบนี้สักเท่าไหร่.....
อ๊ะ!
เพื่อนคุณนิวใช่ไหมคะ มาป้ากอดที ผมตกใจที่จู่ๆ ก็โดนดึงไปกอดไว้แน่น ฝ่ามือคู่นั้นลูบหลังผมช้าๆ
ผมเกร็งตัวในตอนแรกก่อนจะผ่อนคลายลง
ทานข้าวกันนะ เชิญค่ะ คุณๆ รอที่โต๊ะเรียบร้อย ฝ่ายนั้นพูดรวดเดียวจบ รอยยิ้มของคนใจดีถูกจุดประกายตั้งแต่ตอนแรกยันตอนนี้ตอนที่เขาหันหลังให้แล้วเดินนำพวกผมไปทางห้องอาหาร
ไม่ชิน.....
ผมไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้ และตอนนี้มันเริ่มทำให้ผมรู้สึกระแวดระวัง
อะไรที่นิ่งๆ สงบในตอนแรก
มักจะมีคลื่นแรงโหมกระหน่ำซัดกลับมาในตอนสุดท้ายทุกครั้งไป
คนแบบผมมันอยู่ในโลกแคบและโหดร้าย ธรรมดาที่ผมจะไม่ไว้ใจใคร
แม้กระทั่งพ่อแม่ตัวเอง
แม่ครับ
ทันทีที่เราสองคนปรากฏตัวที่ห้องอาหาร หมอก็ละจากผมเดินเข้าไปหาคุณหญิงแม่ของเขาที่ยืนอ้าแขนรอรับ
กอดอีกแล้วเหรอ.....
ผมกำมือแน่น รู้สึกเกร็งขึ้นมาอีกรอบ
พ่อครับ แม่ครับนี่อาทิตย์ หมอหันกลับมาหาผมก่อนจะแนะนำผมให้กับแม่ของเขาและผู้ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ
สวัสดีครับ ผมยกมือขึ้นไหว้
สีหน้าของทั้งสองคนมองผมเหมือนประหลาดใจ ผมก้มหน้าลงต่ำช้าๆ
เอาเลย....ผมชินแล้วถ้าต้องเจอคำด่าหรือคำดูถูกจากคนที่อยู่สูงกว่า แต่ผมขอแรงๆ และเจ็บๆ ให้ถึงใจนะ เพราะผมมันคงตายด้านไปแล้ว
ฉากเรียกน้ำตาอาจจะต้องนำมาฉายตั้งแต่เจอกันครั้งแรก
ผมเงยหน้าขึ้นช้าๆ ไล่มองพ่อและแม่ของหมอทีละคน
 “มาทานข้าวกับแม่มาลูก อาทิตย์ทานได้ไหม แม่ของหมอยิ้มกว้างมาให้ รวมถึงท่านประธานที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะก็ค่อยๆ คลี่ยิ้มมาให้ผม
ครับ ผมยืนช็อคอยู่กับที่จนหมอต้องเป็นคนเดินมาสะกิดให้ผมหลุดจากภวังค์
ทำไมไม่ใช่แบบที่ผมคิด
ผมบอกแล้วว่าคุณจะรักพวกท่าน ไปเถอะทานข้าวกัน หมอก้มลงมาพูดใกล้ๆ ก่อนจะดึงมือผมลงไปนั่งข้างๆ เขา
รักเหรอ......
ทานเยอะๆ นะ บนโต๊ะมีของโปรดนิวแต่อาทิตย์ทานได้ใช่ไหม เอ...แม่เรียกอาทิตย์ได้หรือเปล่า ตอนที่แม่ของหมอถามผม เธอมีสีหน้ากังวลประกอบกับคำพูดของตัวเอง
ไม่สิ...มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ
ผม......
เรียกแบ็คก็ได้ครับ ผมตอบก่อนจะค่อยๆ หยิบช้อนและส้อมมาถือไว้ช้าๆ
งั้นแม่เรียกแบ็คแล้วกัน ผมพยักหน้าให้
ผมมองทั้งสามคนสลับไปมาอย่างประหลาดใจ เสียงหัวเราะแบบนั้นคืออะไร ไหนจะรอยยิ้มที่ทั้งสามคนมอบให้กันจนเหลือเผือแผ่มาถึงผมนั่นอีก
ผมไม่เคยเห็นเลย
กับครอบครัวตัวเอง ผมก็ไม่เคย....
สวัสดีครับ
แต่ในขณะที่ความสุขบนโต๊ะอาหารกำลังดำเนินไป รวมถึงตัวผมที่เริ่มคลายความเกร็ง แขกรับเชิญก็ปรากฏขึ้นในฉากละครอย่างพอดิบพอดี
บาส มาลูกมาทานข้าว
แม่ของหมอตบลงที่เก้าอี้ตัวข้างๆ ผมหันหน้ากลับมาวางสายตาไว้ที่จานข้าวตัวเอง หมอยื่นมือมาลูบที่ขาผมช้าๆ
หมอคิดว่าผมกำลังกลัว...
ผมไม่พูดอะไรจนเมื่อเก้าอี้ตรงข้ามผมถูกจองด้วยผู้ชายคนนั้น เพื่อนสนิทของหมอที่นั่งลงและยกยิ้มมาให้ผม
สวัสดีอาทิตย์ คนตรงข้ามผมเป็นคนเอ่ยทัก
ผมเงียบไม่ตอบอะไรได้แต่ยิ้มส่งให้ ฝ่ายนั้นเขายิ้มเหมือนคนเหนือกว่าผม ทั้งปากและตาของเขาคนนั้นชัดเจนว่ากำลังเยาะเย้ยและถากถางผม
ผมได้แต่กัดฟันและลงมือทานข้าว ท่ามกลางเสียงพูดคุยที่สนิทสนมของทั้งสี่คน
ผมเหมือนถูกตัดออกจากการสื่อสาร
มีแค่หมอเท่านั้นที่คอยหันมาถามผมเหมือนพยายามดึงให้ผมกลับเข้าสู่วงสนทนา รวมถึงพ่อแม่หมอที่คอยถามผมเป็นบางที
แต่ไม่นานก็ถูกเปลี่ยนหัวข้อคุยกันในสิ่งที่ผมไม่รู้

ฉลาดนี่......ฉลาดมากที่เลือกจะเปิดศึกต่อหน้าพ่อแม่ของหมอแบบนี้
แต่ขอโทษนะ....

ผมเล่นละครได้ทุกที่ทุกเวลา.....ก็บอกแล้วไง ผมทำได้
ถ้ามันจำเป็น




TBC_____SEX APPEAL NEWBACK เลว 8




จากเพจฟิคนักบอลไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น