วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2558

SEX APPEAL :: NEWBACK :: เลว 10



เลว : 10




          สวย...
ทุกอย่างที่นี่ดูสวยไปหมด มีทุกอย่างที่ผมอยากมี มีทุกอย่างที่ผมไม่เคยมี
ผมยืนเงยหน้ารับลมอยู่ในสวนที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม มีแปลงดอกไม้เล็กๆ กุหลาบสีต่างๆ แข่งกันอวดโฉมให้ผมเห็น
ไหนจะต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงกันนั่นอีก
รู้สึกสบายมากๆ ในบ้านหมอนอกจากที่ห้องนอนก็คงเป็นที่นี่ทีผมชอบมากที่สุด เหมือนว่าผมได้อยู่คนเดียว
ธรรมชาติทำให้ผมผ่อนคลาย
มันเคยอยู่ในฝันของผมตอนเด็กๆ ว่าได้วิ่งเล่นในบ้านที่มีสนามหญ้า แปลงดอกไม้ และต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา
มันก็เป็นได้แค่ฝัน ฝันดีที่ผมเจอตอนหลับตา
แต่พอตื่นขึ้นมากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
          ชอบไหม เสียงดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมาอย่างตกใจ ผมหันกลับไปมองก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
          แม่ของหมอ.....
          ครับ ผมไม่รู้จะพูดอะไรเมื่อเจอแม่ของหมอยืนอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว
          ผมหันทั้งหน้าทั้งตัวกลับมาหาเขา เรายืนหันหน้าเข้าหากันโดยที่ผมยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ต่างจากแม่ของหมอที่เดินผ่านผมไปทางด้านหลัง
          ท่าทางของเธอดูก้าวย่างด้วยท่าทีสบายๆ
          ต่างจากผมที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ กลัวไปหมด กลัวทุกอย่างจะวนเข้าสู่จุดเดิม
          ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ
          ที่นี่เรามีกันแค่สามคนพ่อแม่ลูก เราสนิทกันมากและเราไม่เคยบังคับอะไรนิวเลยตั้งแต่เด็กจนโต เราทั้งสองคนตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะให้นิวเป็นคนเลือกชีวิตตัวเอง โดยที่เราจะเป็นเพียงแค่คนที่คอยดูอยู่ห่างๆ
          “…………….”
          ผมหมุนตัวกลับมาหาคนที่กำลังพูด
          แม่ของหมอหยิบดอกไม้ที่ร่วงตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาถือไว้ เขาก้มมองมันอย่างพิจารณาก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มมาให้ผม
          แม่ของหมอเดินเข้ามาใกล้ๆ ก่อนยื่นดอกไม้นั้นมาให้ผมถือไว้แล้วพูดอีกครั้ง
          ที่ผ่านมานิวไม่เคยพาใครมาบ้านนอกจากเพื่อนสนิท ถึงนิวไม่พูดแต่เราสองคนก็รู้ว่านิวกับแบ็คอยู่ในฐานะอะไร
          ผม.....ผมได้แต่กลืนก้อนสะอึกลงลำคอ
          โดนจับได้ซะแล้วเหรอ.....ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
          ผม....ต้องออกไปจากสวนในความฝันนี้แล้วเหรอ
          ผมก้มหน้ากำดอกไม้ในมือแน่นจนกลีบที่ช้ำอยู่แล้วช้ำเข้าไปอีก ผมค่อยๆ แบมือออกแล้วมองดอกไม้ที่อยู่ในฝ่ามือ
หมับ!
แต่จู่ๆ แม่ของหมอก็เดินเข้ามากอดผมไว้แล้วพูดที่ข้างหูของผม
น้ำเสียงที่ใจดี
อ้อมกอดที่อบอุ่นไม่แพ้ของหมอกำลังโอบรอบตัวผม
นิวรักแบ็ค พ่อกับแม่ก็รักแบ็คด้วย ดอกไม้แม้ว่ามันจะไม่ได้สวยเหมือนเด็ดจากต้นมันก็ยังคงเป็นดอกไม้ แม้กลีบดอกจะช้ำไปบ้างมันก็ยังคงเป็นดอกไม้อยู่วันยังค่ำ
.......คุณท่าน..... ผมตัวสั่นระริกเมื่อได้ฟังประโยคนั้น
และท้ายที่สุดก็จบด้วยปนะโยคที่ทำให้ผมกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป
เรียกแม่เหมือนที่นิวเรียกเถอะ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ
แม้จะตีความหมายได้หลายอย่างจากดอกไม้ที่ร่วงพื้นดอกนั้น แต่มันไม่สำคัญเลยสักนิดเมื่อเทียบกับความหมายทั้งหมดของประโยคที่มอบให้ผม
ผมยกมือขึ้นกอดคนตรงหน้าช้าๆ โดยไม่สนว่าเธอยินดีไหม
ดวงตาของผมมันร้อนผะผ่าวเหมือนว่าน้ำตามันจะไหลลงมา ผมกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ให้มันย้อนกลับเข้าไป
ฝ่ามือของอีกคนลูบหลังผมขึ้นลงช้าๆ เป็นการปลอบประโลม
สัมผัสนี้มันกำลังทำให้ผมรู้สึกผิดอยู่ในใจลึกๆ
ยิ่งอบอุ่นเท่าไหร่ หัวใจผมยิ่งร้อนรนมากเท่านั้น อึดอัดเหลือเกินกับความรู้สึกแบบนี้ เหมือนความคิดในหัวตีกันกับความผิดชอบชั่วดี
ผมกำลังจะเป็นบ้า......
ฮึก...ฮึก น้ำตาที่พยายามเก็บมันไว้ก็ไหลออกมาก่อนที่ผมจะซบหน้าลงที่บ่าของแม่ของหมอ
          และตอนนี้เขาก็เป็นแม่ของผมเช่นกัน
          แม่ครับ.......       
          มีอะไรบอกแม่ได้ทุกเรื่องต่อจากนี้ ให้ถือซะว่าแม่ของนิวก็คือแม่ของแบ็คด้วย
          ฮืออ ฮึก
          ผมจะทำยังไงดี
          ตอนนี้ไม่ใช่แค่บ้าน หมอหรือสัมผัสทางร่างกายเท่านั้นที่ผมต้องการ

          เพราะผมต้องการพ่อกับแม่ด้วย
          ผมขอโทษ......
          หรือบางทีผมควรจะหยุดสักที...

          ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนรถของหมอกำลังเดินทางกลับคอนโด ช่วงเย็นๆ แบบนี้รถค่อนข้างติดหนักแต่ไม่มีธุระด่วนอะไรเราเลยไม่เดือดร้อนกับมัน
ยังเจ็บอยู่ไหม รถติดไฟแดงหมอก็หันหน้ากลับมาถาม
ไม่ครับ ผมหันกลับไปยิ้มให้แล้วส่ายหัวเบาๆ
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ถูกหมอจับได้ว่าหัวแตกเพราะเผลอเอาผมไปทัดหูต่อหน้าหมอ ถูกบ่นไปชุดใหญ่เลยครับก่อนจะรีบทำแผลให้ผม
          แน่นอนว่าฝีมือหมอนิวสักอย่าง ผมไม่เจ็บเลยสักนิด
          หรือเพราะผมชาชินกับความเจ็บแบบนี้ก็ไม่รู้สิ มันไกลหัวใจผมเกินไป
          เดินยังไงให้หัวไปกระแทกประตูจนเลือดออกแบบนี้ อีกแล้ว หมอกำลังจะบ่นผมรอบที่สาม หลังจากรอบแรกที่บ่นตอนทำแผลและรอบสองบ่นตอนทานข้าวเย็นให้พ่อกับแม่เขาฟัง
          ผมโดนดุว่าไม่ระวัง
          แต่เชื่อไหม....ว่ามันไม่ใช่คำต่อว่าที่ทำให้ผมรู้สึกแย่
          กลับกันมันทำให้ผมอบอุ่นใจที่มีคนมาคอยห่วงใยแบบนี้
          โดยเฉพาะแม่และพ่อของหมอ....
          ขอบคุณนะที่พาผมไปบ้านหมอ ผมไม่ตอบคำถามนั้นแต่เลือกจะขอบคุณเขาด้วยคำขอบคุณที่ผมอยากมอบให้จากใจจริงๆ
          ในรอบหลายปีเลยมั้งที่ผมอยากขอบคุณด้วยความจริงใจไม่ใช่เสแสร้ง
          ผมบอกแล้วว่าคุณจะรักพวกท่าน หมอยิ้มกว้าง สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความสุขจนแสดงผ่านทางสายตา
          ผมเบือนหน้ากลับมามองตรงเมื่อหมอหันกลับไปสนใจถนนอีกครั้ง
          รักเหรอ.....นั่นสินะ
          หมอรักผมไหม ผมหันไปถามเขาแล้วก็ทำให้เขาหัวเราะจนเสียงดัง
          ฮ่าๆ ทำไมถามแบบนั้นล่ะอาทิตย์ ผมยกยิ้ม ชอบจังเลยว่าหมอเรียกผมด้วยชื่อจริงแบบนี้
          แค่อยากรู้
แม้กระทั่งตอนนี้ผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างหมอจะมาชอบผม เพราะกับดักที่ผมวางไว้เหรอ.....
          ผมรักคุณ ถ้าคุณอยากรู้ผมก็จะบอกคุณว่ารัก
          ผมยิ้มก่อนจะเอนตัวลงกับเบาะแล้วหลับตาลงช้าๆ
          หมอรู้จักผมดีแล้วใช่ไหมถึงกล้าบอกว่ารักผมแบบนี้ผมพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ รอยยิ้มของผมปรากฏขึ้นที่ใบหน้าเหมือนกำลังเยาะเย้ยตัวเอง
          ไม่หรอก.....
          ถ้าใครได้รู้จักผมจริงๆ คงไม่มีใครกล้าพูดว่ารักผมหรอก
          ไม่มี
          ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นยังไง ขอแค่คุณรักผมก็พอ หมอตอบกลับมา
          เหรอ......
          ผมหันหน้าออกไปทางหน้าต่างก่อนจะลืมตามองข้างทางที่มืดสนิทอยู่ด้านนอกนั้น
          เจ็บ....เจ็บแผลที่หัวตัวเองเหลือเกิน
          ผมยกมือขึ้นคลำที่ผ้าก็อตซ์ปิดแผลช้าๆ
          ผมเดินหน้ามาขนาดนี้แล้วจนผมได้ทุกอย่างที่ต้องการ ถ้าสุดท้ายผมต้องยอมเปิดเผยตัวเองเพื่อคำว่ารักจะเอาอะไรมารับประกันว่าสิ่งที่ผมได้รับมันจะยังอยู่ครบ
          ไม่ได้หรอก...
          ผมอยู่บนหลังเสือแล้ว เดินหน้ามาขนาดนี้ผมถอยหลังกลับไม่ได้หรอก
          ผมยอมเล่นละครเพื่อให้ได้ทุกอย่างมา เพราะความดีของผมที่แสดงให้ทุกคนได้เห็นต่างหากที่ทำให้ผมได้ทุกสิ่งที่ต้องการ
          ทำยังไงดี
          ตอนนี้ไม่ใช่แค่ของนอกกายเท่านั้นที่ผมอยากได้
          ผมอยากได้ความรัก....และครอบครัว

          อยากได้มันแบบถาวร…

          ผมต้องทำยังไง



         TBC_____SEX APPEAL NEWBACK เลว 11




จากเพจฟิคนักบอลไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น