เลว : 10
สวย...
ทุกอย่างที่นี่ดูสวยไปหมด มีทุกอย่างที่ผมอยากมี
มีทุกอย่างที่ผมไม่เคยมี
ผมยืนเงยหน้ารับลมอยู่ในสวนที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม
มีแปลงดอกไม้เล็กๆ กุหลาบสีต่างๆ แข่งกันอวดโฉมให้ผมเห็น
ไหนจะต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงกันนั่นอีก
รู้สึกสบายมากๆ
ในบ้านหมอนอกจากที่ห้องนอนก็คงเป็นที่นี่ทีผมชอบมากที่สุด
เหมือนว่าผมได้อยู่คนเดียว
ธรรมชาติทำให้ผมผ่อนคลาย
มันเคยอยู่ในฝันของผมตอนเด็กๆ
ว่าได้วิ่งเล่นในบ้านที่มีสนามหญ้า แปลงดอกไม้ และต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงา
มันก็เป็นได้แค่ฝัน ฝันดีที่ผมเจอตอนหลับตา
แต่พอตื่นขึ้นมากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“ชอบไหม” เสียงดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นมาอย่างตกใจ
ผมหันกลับไปมองก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
แม่ของหมอ.....
“ครับ” ผมไม่รู้จะพูดอะไรเมื่อเจอแม่ของหมอยืนอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว
ผมหันทั้งหน้าทั้งตัวกลับมาหาเขา
เรายืนหันหน้าเข้าหากันโดยที่ผมยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ต่างจากแม่ของหมอที่เดินผ่านผมไปทางด้านหลัง
ท่าทางของเธอดูก้าวย่างด้วยท่าทีสบายๆ
ต่างจากผมที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำ
กลัวไปหมด กลัวทุกอย่างจะวนเข้าสู่จุดเดิม
ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ
“ที่นี่เรามีกันแค่สามคนพ่อแม่ลูก
เราสนิทกันมากและเราไม่เคยบังคับอะไรนิวเลยตั้งแต่เด็กจนโต
เราทั้งสองคนตกลงกันไว้แล้วว่าเราจะให้นิวเป็นคนเลือกชีวิตตัวเอง โดยที่เราจะเป็นเพียงแค่คนที่คอยดูอยู่ห่างๆ”
“…………….”
ผมหมุนตัวกลับมาหาคนที่กำลังพูด
แม่ของหมอหยิบดอกไม้ที่ร่วงตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาถือไว้
เขาก้มมองมันอย่างพิจารณาก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มมาให้ผม
แม่ของหมอเดินเข้ามาใกล้ๆ
ก่อนยื่นดอกไม้นั้นมาให้ผมถือไว้แล้วพูดอีกครั้ง
“ที่ผ่านมานิวไม่เคยพาใครมาบ้านนอกจากเพื่อนสนิท
ถึงนิวไม่พูดแต่เราสองคนก็รู้ว่านิวกับแบ็คอยู่ในฐานะอะไร”
“ผม.....” ผมได้แต่กลืนก้อนสะอึกลงลำคอ
โดนจับได้ซะแล้วเหรอ.....ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
ผม....ต้องออกไปจากสวนในความฝันนี้แล้วเหรอ
ผมก้มหน้ากำดอกไม้ในมือแน่นจนกลีบที่ช้ำอยู่แล้วช้ำเข้าไปอีก
ผมค่อยๆ แบมือออกแล้วมองดอกไม้ที่อยู่ในฝ่ามือ
หมับ!
แต่จู่ๆ
แม่ของหมอก็เดินเข้ามากอดผมไว้แล้วพูดที่ข้างหูของผม
น้ำเสียงที่ใจดี
อ้อมกอดที่อบอุ่นไม่แพ้ของหมอกำลังโอบรอบตัวผม
“นิวรักแบ็ค
พ่อกับแม่ก็รักแบ็คด้วย ดอกไม้แม้ว่ามันจะไม่ได้สวยเหมือนเด็ดจากต้นมันก็ยังคงเป็นดอกไม้
แม้กลีบดอกจะช้ำไปบ้างมันก็ยังคงเป็นดอกไม้อยู่วันยังค่ำ”
“.......คุณท่าน.....” ผมตัวสั่นระริกเมื่อได้ฟังประโยคนั้น
และท้ายที่สุดก็จบด้วยปนะโยคที่ทำให้ผมกลั้นน้ำตาไม่ไหวอีกต่อไป
“เรียกแม่เหมือนที่นิวเรียกเถอะ
เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ”
แม้จะตีความหมายได้หลายอย่างจากดอกไม้ที่ร่วงพื้นดอกนั้น
แต่มันไม่สำคัญเลยสักนิดเมื่อเทียบกับความหมายทั้งหมดของประโยคที่มอบให้ผม
ผมยกมือขึ้นกอดคนตรงหน้าช้าๆ
โดยไม่สนว่าเธอยินดีไหม
ดวงตาของผมมันร้อนผะผ่าวเหมือนว่าน้ำตามันจะไหลลงมา
ผมกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ให้มันย้อนกลับเข้าไป
ฝ่ามือของอีกคนลูบหลังผมขึ้นลงช้าๆ เป็นการปลอบประโลม
สัมผัสนี้มันกำลังทำให้ผมรู้สึกผิดอยู่ในใจลึกๆ
ยิ่งอบอุ่นเท่าไหร่ หัวใจผมยิ่งร้อนรนมากเท่านั้น
อึดอัดเหลือเกินกับความรู้สึกแบบนี้ เหมือนความคิดในหัวตีกันกับความผิดชอบชั่วดี
ผมกำลังจะเป็นบ้า......
“ฮึก...ฮึก” น้ำตาที่พยายามเก็บมันไว้ก็ไหลออกมาก่อนที่ผมจะซบหน้าลงที่บ่าของแม่ของหมอ
และตอนนี้เขาก็เป็นแม่ของผมเช่นกัน
“แม่ครับ.......”
“มีอะไรบอกแม่ได้ทุกเรื่องต่อจากนี้
ให้ถือซะว่าแม่ของนิวก็คือแม่ของแบ็คด้วย”
“ฮืออ ฮึก”
ผมจะทำยังไงดี
ตอนนี้ไม่ใช่แค่บ้าน
หมอหรือสัมผัสทางร่างกายเท่านั้นที่ผมต้องการ
เพราะผมต้องการพ่อกับแม่ด้วย
ผมขอโทษ......
หรือบางทีผมควรจะหยุดสักที...
ตอนนี้ผมนั่งอยู่บนรถของหมอกำลังเดินทางกลับคอนโด
ช่วงเย็นๆ แบบนี้รถค่อนข้างติดหนักแต่ไม่มีธุระด่วนอะไรเราเลยไม่เดือดร้อนกับมัน
“ยังเจ็บอยู่ไหม” รถติดไฟแดงหมอก็หันหน้ากลับมาถาม
“ไม่ครับ”
ผมหันกลับไปยิ้มให้แล้วส่ายหัวเบาๆ
เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ถูกหมอจับได้ว่าหัวแตกเพราะเผลอเอาผมไปทัดหูต่อหน้าหมอ
ถูกบ่นไปชุดใหญ่เลยครับก่อนจะรีบทำแผลให้ผม
แน่นอนว่าฝีมือหมอนิวสักอย่าง
ผมไม่เจ็บเลยสักนิด
หรือเพราะผมชาชินกับความเจ็บแบบนี้ก็ไม่รู้สิ
มันไกลหัวใจผมเกินไป
“เดินยังไงให้หัวไปกระแทกประตูจนเลือดออกแบบนี้” อีกแล้ว หมอกำลังจะบ่นผมรอบที่สาม
หลังจากรอบแรกที่บ่นตอนทำแผลและรอบสองบ่นตอนทานข้าวเย็นให้พ่อกับแม่เขาฟัง
ผมโดนดุว่าไม่ระวัง
แต่เชื่อไหม....ว่ามันไม่ใช่คำต่อว่าที่ทำให้ผมรู้สึกแย่
กลับกันมันทำให้ผมอบอุ่นใจที่มีคนมาคอยห่วงใยแบบนี้
โดยเฉพาะแม่และพ่อของหมอ....
“ขอบคุณนะที่พาผมไปบ้านหมอ”
ผมไม่ตอบคำถามนั้นแต่เลือกจะขอบคุณเขาด้วยคำขอบคุณที่ผมอยากมอบให้จากใจจริงๆ
ในรอบหลายปีเลยมั้งที่ผมอยากขอบคุณด้วยความจริงใจไม่ใช่เสแสร้ง
“ผมบอกแล้วว่าคุณจะรักพวกท่าน” หมอยิ้มกว้าง สีหน้าเขาเต็มไปด้วยความสุขจนแสดงผ่านทางสายตา
ผมเบือนหน้ากลับมามองตรงเมื่อหมอหันกลับไปสนใจถนนอีกครั้ง
รักเหรอ.....นั่นสินะ
“หมอรักผมไหม” ผมหันไปถามเขาแล้วก็ทำให้เขาหัวเราะจนเสียงดัง
“ฮ่าๆ
ทำไมถามแบบนั้นล่ะอาทิตย์” ผมยกยิ้ม
ชอบจังเลยว่าหมอเรียกผมด้วยชื่อจริงแบบนี้
“แค่อยากรู้”
แม้กระทั่งตอนนี้ผมก็ไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างหมอจะมาชอบผม
เพราะกับดักที่ผมวางไว้เหรอ.....
“ผมรักคุณ
ถ้าคุณอยากรู้ผมก็จะบอกคุณว่ารัก”
ผมยิ้มก่อนจะเอนตัวลงกับเบาะแล้วหลับตาลงช้าๆ
“หมอรู้จักผมดีแล้วใช่ไหมถึงกล้าบอกว่ารักผมแบบนี้”
ผมพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ รอยยิ้มของผมปรากฏขึ้นที่ใบหน้าเหมือนกำลังเยาะเย้ยตัวเอง
ไม่หรอก.....
ถ้าใครได้รู้จักผมจริงๆ
คงไม่มีใครกล้าพูดว่ารักผมหรอก
ไม่มี
“ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะเป็นยังไง
ขอแค่คุณรักผมก็พอ” หมอตอบกลับมา
เหรอ......
ผมหันหน้าออกไปทางหน้าต่างก่อนจะลืมตามองข้างทางที่มืดสนิทอยู่ด้านนอกนั้น
เจ็บ....เจ็บแผลที่หัวตัวเองเหลือเกิน
ผมยกมือขึ้นคลำที่ผ้าก็อตซ์ปิดแผลช้าๆ
ผมเดินหน้ามาขนาดนี้แล้วจนผมได้ทุกอย่างที่ต้องการ
ถ้าสุดท้ายผมต้องยอมเปิดเผยตัวเองเพื่อคำว่ารักจะเอาอะไรมารับประกันว่าสิ่งที่ผมได้รับมันจะยังอยู่ครบ
ไม่ได้หรอก...
ผมอยู่บนหลังเสือแล้ว
เดินหน้ามาขนาดนี้ผมถอยหลังกลับไม่ได้หรอก
ผมยอมเล่นละครเพื่อให้ได้ทุกอย่างมา
เพราะความดีของผมที่แสดงให้ทุกคนได้เห็นต่างหากที่ทำให้ผมได้ทุกสิ่งที่ต้องการ
ทำยังไงดี
ตอนนี้ไม่ใช่แค่ของนอกกายเท่านั้นที่ผมอยากได้
ผมอยากได้ความรัก....และครอบครัว
อยากได้มันแบบถาวร…
ผมต้องทำยังไง
TBC_____SEX APPEAL NEWBACK เลว 11
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น