วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

THAI IRAQ :: TONGPRINCE




           เนื่องในโอกาสที่เราเสมออิรัก.....2-2



          วันนี้ผมอยากให้มันอยู่กับผมที่นี่ ที่สนามราชมังพร้อมแฟนบอลครึ่งแสน แม้มันจะไม่ได้อยู่ในสนามแต่อย่างน้อยผมก็อยากให้มันนั่งมองผมมาจากบนอัฒจรรย์
          ปี๊ดดดด
          เอาเว้ย แค่ลูกเดียว ครึ่งหลังเรามาสู้กันใหม่ พี่มุ้ยเดินมาตบไหล่ผมหลังจบครึ่งแรก พวกเรากำลังทยอยออกจากสนาม
พี่มุ้ยเขายิ้มให้ตามฉบับผู้ชายอบอุ่น และผมก็ยิ้มตอบกลับไปให้เขา
          ผมยิ้มได้แม้ในใจจะรู้สึกผิดอยู่หน่อยๆ ก็ตาม เป็นธรรมดาที่เวลาโดนนำแล้วประตูอย่างผมจะรู้สึกโทษตัวเอง
          คิดถึง.....ตอนนี้ผมอยากได้กำลังใจ
          ผมรวมถึงถึงคนอื่นๆ กำลังเดินกลับเข้าไปในห้องพักผมเดินตามทุกคนไปอย่างช้าๆ ผมถอนหายใจในขณะที่กำลังถอดถุงมือ
          และก่อนที่จะเดินลงไปข้างล่างผมก็อดที่จะมองขึ้นไปบนอัฒจรรย์ไม่ได้
          ถ้าเป็นไปได้ผมอยากให้ปริ๊นอยู่ที่สนามตอนนี้
          และคำขอของผมก็เป็นจริง
          ปริ๊น... ผมเรียกชื่อของคนที่นั่งอยู่บนโซน VVIP มันมองมาที่ผมเหมือนรอให้ผมเงยหน้าขึ้นไปเจอมัน
          ผมยิ้มกว้างจนเผลอหัวเราะออกมา ผมยืนเท้าเอวมองมันซึ่งนั่งทำหน้านิ่งๆ ตามสไตล์ มันโกหกผมนี่หว่าที่บอกว่ามาดูไม่ได้
          แล้วก็ปล่อยให้นอยตั้งนานว่าแฟนไม่มาดู
          เราสบตากันแม้จะอยู่ไกลๆ แต่ผมรู้ว่ามันกำลังยิ้มมาให้ แม้จะไม่กี่วินาทีเพราะตอนนี้ผมต้องเดินลงไปข้างล่าง แต่มันเรียกพลังกายและพลังใจของผมได้มากโข
          กูรักมึง ผมพูดส่งท้ายแบบไร้เสียงก่อนจะเดินหายตามหลังสต๊าฟที่มาตามให้ผมไปพัก
          ในช่วงพักก็เป็นการแก้เกมส์และบอกแท็คติกใหม่ที่เราจะใช้กันในครึ่งหลัง พี่โก้มุ่งมั่นทำให้พวกผมจะท้อถอยไม่ได้
          แค่1ลูก ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาชนะ เวลาอีก 45 นาทีที่เหลือพี่โก้บอกพวกเราว่า พวกเราทำได้
ไม่ใช่แค่ 45 นาที แต่เป็นตั้ง 45 นาทีต่างหาก
เฮ้! ไทยแลนด์!”
เวลาพักผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้พวกเราเรียกพลังกันในห้องด้วยเสียงที่ดังที่สุดก่อนจะพากันเดินออกมาโดยมีพี่โก้นำหน้า
          กำลังจะลงสู่สนามผมหันหลังกลับไปมองตรงที่ปริ๊นนั่งอีกครั้ง มันยังคงมองมาที่ผม ผมยิ้มช้าๆ เมื่อมันกำลังพูดอะไรบางอย่างกับผม
          ผมรักพี่
          แม้จะไม่มีเสียงแต่ผมอ่านปากมันได้ เสียงเฮดังลั่นแต่มันกลบเสียงใจเต้นของผมไม่ได้เลยตอนนี้
          ดูกูนะปริ๊น...จับตามองกูให้ดีๆ
          ผู้ชายคนนี้.....กวินทร์ของมึง จะทำให้เต็มที่เพื่อทุกคน
          และเพื่อมึง....

          ปี๊ด ปี๊ดดดดดดด

          เหี้ย!” ผมสบถกับตัวเองเมื่อเสียงนกหวีดเป่าจบเวลาดังขึ้น
          พวกเราทำได้.....
          แม้จะมีจราจลนิดหน่อยเมื่อกรรมการให้ใบเหลืองอุ้มในช่วงหมดเวลาไปแล้ว แต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
          เราพลาดฟรีคิก แม้จะเสียดายแต่ก็ทำได้แค่น้อมรับคำตัดสิน
          2-2
          1 แต้มที่โคตรมีค่า ทุกคนน้ำตาซึมผมเห็นเพราะผมเองก็อดไม่ได้ที่จะห้ามมันไม่ให้ไหล ในช่วงที่ได้ลูกจุดโทษเหมือนความหวังมันจุดประกาย
          อุ้มทำให้คนไทยในสนามได้ลุกขึ้นเฮ
          และ 3 นาทีต่อมาพี่เย็นก็เป็นคนที่ทำให้คนไทยได้ลุกขึ้นเฮอีกครั้ง
          กับทีมที่แข็งแกร่งอย่างอิรักเราสู้ได้ขนาดนี้ถือว่ามากแล้ว....แต่ผมรู้ว่ามันยังมากไม่พอ ตราบใดที่แฟนๆ ยังตามเชียร์
          พวกเราก็จะสู้ให้สุดใจเหมือนกัน
          “………….” ผมเงยหน้ามองไปตรงที่เดิมหลังจากเดินขอบคุณแฟนๆ รอบสนามฟุตบอลรวมทั้งถ่ายภาพกับสื่อมวลชน
          ปริ๊นไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้ว
          ผมกลับเข้าอาบน้ำพร้อมคนอื่น มันคงกลับไปตั้งแต่กรรมการเป่าหมดเวลา.....น่าน้อยใจจริงๆ
          เสร็จกันหมดแล้วนะ พวกเราพยักหน้าเมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมกลับไปเก็บของที่โรงแรมกันเรียบร้อยแล้ว
          กำลังจะก้าวขึ้นรถบัสก็เห็นใครบางคนยืนพิงรถที่จอดห่างจากรถบัสอยู่ไม่ไกล
          ถ้าจำไม่ผิดนั่นมันรถผม....แต่คนที่ยืนเนี่ยสิ
          เดี๋ยวขอกลับเองนะ พอดีมีคนมารับ
          อ้าว ไอ้ตอง!” พี่เย็นตะโกนเรียกแต่ผมไม่ได้หันกลับไปหรอกนะ คนตรงหน้าสำคัญมากกว่า
          ..............
          ยิ้มอะไร สนุกล่ะสิแกล้งกูเนี่ย มันอมยิ้มก่อนจะยื่นกุญแจรถผมมาให้ตรงหน้า ผมรับมาถือไว้แต่ยังไม่ได้เดินไป
          ไอ้ปริ๊นเลิกคิ้วมองมาที่ผมเหมือนสงสัย...
          หมับ!
          “คิดถึงมึงมากรู้ไหมเนี่ย จะมาทำไมไม่บอกวะปริ๊น ผมกอดมันแน่นทั้งตัว ให้มันแนบจนไม่มีช่องว่างลอดผ่าน
          เอาให้สมกับที่ผมคิดถึง...
          ไอ้ปริ๊นกอดตอบและซุกหน้าลงที่ไหล่
          ไม่คิดว่าพี่จะเห็นด้วยซ้ำ ตั้งใจจะมาดูเงียบๆ จบแล้วก็จะบินกลับคืนนี้ มันพูดแบบนั้นผมก็รีบดันตัวมันออก มองแบบหาเรื่อง
          กลับคืนนี้ มึงตลกละ มันขำผมพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ
          จริงๆ นี่ไงผมไปเอารถพี่มาเพื่อให้พี่ไปส่งที่ดอนเมือง มันทำหน้าเฉยชามากจนไม่รู้ว่าพูดจริงหรือกำลังหลอก บอกเลยถ้าไอ้ปริ๊นมันหลอกก็โคตรเนียน
          แม่ง!!
          “มึงเลิกคิดจะกลับได้เลย กูไม่ไปส่งแน่ มันเบะปากใส่
          จะออกค่าตั๋วให้ใหม่ใช่ไหม ไหนจะค่าข้าว ห้องพักล่ะ จะออกให้ใช่หรือเปล่า มันยืนเอามือไขว้หลัง สีหน้ามันถามเหมือนที่พูดมามันไม่มีปัญญาจ่าย
          กวนตีนหน้าตายจริงๆ
          กูออกให้หมดอ่ะ แลกกับคืนนี้มึงต้องอยุ่กับกู มันทำเป็นคิด แล้วคิดนานด้วยจนผมไม่ไหวจับแม่งยัดใส่รถเลย
          ปัง!
          ผมเดินอ้อมมานั่งฝั่งคนขับ หันไปมองไอ้ปริ๊นมันกำลังคาดเข็มขัดก่อนจะหันกลับมามองผม
          อะไร มันถามเมื่อเห็นว่าผมมองไปที่มัน
          มึงเอารถกูมาได้ไง ผมสงสัยเลยถามแต่มันนั่งเงียบไง ทำไมมันชอบกวนตีนวะไอ้เราก็ยิ่งใจร้อนอยู่
          เอ๊ะหรือว่า....
          แม่กูเหรอ นี่มึงเอารถมาจากแม่กูใช่ไหม มันนิ่งไม่ตอบ แต่ผมว่าชัวร์จะมีใครที่มีกุญรถผมล่ะ แล้วอีกอย่างคืนนี้แม่บอกผมไว้ว่าจะมารับ
          ผมค่อยๆ ยิ้มกว้างเมื่อรู้คำตอบจากความเงียบของมัน
          พี่ยิ้มทำไม มันถามในขณะที่ผมออกรถ
          ยิ้มสิ ดีใจที่เห็นมึงเข้ากับแม่กูได้ไง ผมพูดไปและคิดว่ามันน่าจะเขินนะ
          ก็แค่เอารถป่ะวะ มันบ่นพึมพำๆ แต่ผมได้ยินไง รู้สึกรักแม่มากกว่าเดิมเป็นสองเท่า กลับบ้านไปจะหอมซ้ายหอมขวาเลยคอยดู
          สรุปไม่กลับนะคืนนี้ กูไม่ไปส่งอ่ะ ผมขับรถไปทางโรงแรมที่พักในขณะที่ผมก็ถามมันไปด้วย
          แล้วคิดว่าผมได้อะไรกลับมาครับ...
          เออ เอาแต่ใจตัวเองชิบเป้ง หือ.....ถ้ามึงจะบ่นหนักขนาดนี้นะปริ๊น...
          ช่างมึง กูไม่ให้กลับอยู่ดี
          กลับบ้านเลยแล้วกัน ของกูเดี๋ยวให้เด็กๆ เก็บให้ ผมเลี้ยวรถกลับไปอีกทางเมื่อคิดได้ว่าไม่น่าจะกลับไปโรงแรมแล้ว
          มีแต่พวกเสื้อผ้ากับของใช้บางอย่างเดี๋ยวให้ไอ้เทคจัดการ
          นิสัยอ่ะ ผมยักไหล่ขับรถไปไลน์ไปหาไอ้เทคไป มันจัดการให้อยู่แล้วสบายมากนี่ก็เห็นว่าต้าไปรับ ก็ดีนะเปิดตัวดี
          กลับมาถึงบ้านก็เกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว ไฟดับสนิทแม่ผมคงนอนตั้งแต่ 4 ทุ่ม เขาก็ไปดูนะครับแต่หนีกลับก่อนปล่อยไอ้ปริ๊นไว้กับรถของผมไง
          แม่ผมเคยบอกว่าผมรักใครเขาก็รักด้วย
          แม่พูดประโยคนี้กับผมตอนที่ผมพาปริ๊นมาที่บ้านครั้งแรก ผมไม่ได้พูดหรือแสดงอะไรออกไปนะผมมั่นใจ คนอื่นๆ ก็เคยมานอน
          แต่กับปริ๊นแม่ดูออก......
          เขาไม่เคยพูดหรือถามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของผม แต่แม่จะพูดเสมอว่าคนที่ตองรักคือคนที่แม่รัก
          งั้นแม่คงต้องรักปริ๊นเยอะๆ แล้วครับ
          มึงอาบเลยนะ กูไม่อาบใหม่แล้ว ขี้เกียจ ผมนอนลงบนที่นอนกางแขนกางขาออกกว้าง
          ผมหลับตาลงในหัวย้อนไปเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้
          หืม ผมลืมตามองเมื่อจู่ๆ หัวของผมก็ถูกยกขึ้นก่อนจะมีตักของใครบางคนมารองไว้ข้างล่าง
          ผมบอกพี่หรือยังว่าพี่เก่งมาก มันก้มหน้าลงมองมาที่ผม มือมันลูบเบาๆ ที่หัวของผม
          ยัง แต่มึงบอกรักกูแล้ว มันยังยิ้มและผมก็ยิ้มตาม
          ผมเขยิบตัวอีกนิดให้ตัวเองนอนสบายขึ้น เพิ่งรู้ว่าตักคนนอนสบายกว่าหมอนเยอะเลย ยิ่งเป็นตักของคนที่รัก สบายจนอยากนอนไปตลอดชีวิต
          แต่คิดอีกที...ไม่ได้นอนตักก็ขอให้ได้นอนกอดกันทุกวันแทนก็น่าจะโอเค
          พี่ก็บอกรักผมเหมือนกัน มันย้อน ผมมองก่อนจะลุกขึ้นมานอนบนหมอนเหมือนเดิมแต่ไม่ลืมดึงไอ้ปริ๊นลงมานอนข้างๆ ด้วย
          มันกอดเอวผมไว้แน่น ส่วนผมก็กอดมันเต็มสองแขน
          ให้กูบอกใหม่ไหมล่ะ ผมแตะหน้าผากตัวเองลงบนหน้าผากของมัน จนใบหน้าเราห่างกันไม่กี่เซ็น บางอย่างที่มันสงบเริ่มถูกปลุกให้ตื่น
          ผมดันไอ้ปริ๊นให้ราบไปกับเตียงโดยที่ผมนอนทับช่วงบนของมัน

          ไม่..... มันกำลังจะปฏิเสธแต่ผมไม่อนุญาต 



         By NanZnn 



         ขออ่านแบบเต็มไม่คัทได้ที่ไลน์  Line ID : chjkkvdds


       จากเพจฟิคนักบอลไทย

THAI IRAQ :: MUIAUM



         MUI*AUM

          เนื่องในโอกาสที่เราเสมออิรัก.....2-2




          เฮฮฮฮฮฮฮ ไทยแลนด์!!!!
          เสียงเชียร์ดังทั่วสนามราชมังไม่ว่าเราจะเดินผ่านตรงไหนก็จะมีเสียงปรบมือพร้อมกับเสียงตะโกนคำว่าไทยแลนด์ดังกระหึ่มไปทั่ว
          ผมมองทุกคนด้วยความสุขล้นใจ
          ภาพแห่งประวัติศาสตร์ ภาพที่เราได้เห็นคนไทยมาเชียร์จนล้นสนาม มันผ่านมากี่ปีแล้วที่ไม่เคยเกิดปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
          ผมดีใจที่ในวันนี้ผมได้เห็นมัน
          หืม ผมหันหลังกลับไปเมื่อมีมือใครบางคนมาสะกิดที่หลัง
          ผมมองเห็นกัปตันที่ยืนขมวดคิ้วน้อยๆ อยู่ข้างหลังเมื่อผมหันหน้ากลับมา อุ้มยิ้มมาให้แต่แววตามันที่ส่งมากลับตรงกันข้าม
          อุ้มกำลังเฟลผมรู้
          ไม่บ่อยที่ผมจะเห็นอุ้มเฟลหรือรู้สึกแย่ ครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นน่าจะเป็นซีเกมส์เมื่อ 4 ปีก่อน ปีที่อุ้มโดนใบแดงและทำให้ตรอบแรก
          ปีที่ตกต่ำที่สุดของผู้ชายที่ชื่อธีราทร
          แม้ว่าวันนี้กัปตันของเราจะยังยิ้มสู้กล้องหลังเกมส์จบ แต่ผมรู้ดีว่าข้างในมันไม่ได้ยิ้มตามปากเลยสักนิด
          ดีใจที่วันนี้ทีมชาติไทยเก็บได้ 1แต้ม
          แต่กับลูกสุดท้ายที่เกือได้ฟรีคิก มันก็ดึงอารมณ์ดีใจของอุ้มออกไปหมดเหมือนกัน
          มันค้างคาและดีใจได้ไม่สุด
          ผมยิ้มกลับไปให้มันหยุดยืนกับที่ในขณะที่คนอื่นๆ ค่อยๆ เดินผ่านผมไปช้าๆ รวมถึงอุ้มที่ก้าวขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้าผม
          กอดอุ้มหน่อย อุ้มเรียกร้องเหมือนเด็กที่ต้องการกำลังใจจากผู้ใหญ่สักคน
          ผมมองคนตรงหน้าก่อนจะดึงตัวมันมากอดไว้ในอ้อมแขนของผม ท่ามกลางนักข่าว สต๊าฟโค้ช เพื่อนร่วมทีมรวมถึงแฟนบอลหลายหมื่น
          ผมกอดอุ้มไว้แน่นโดยไม่แคร์สายตาของใคร
          ในเมื่อตอนนี้อุ้มต้องการกำลังใจ
          และผม ธีรศิลป์คนนี้ก็เป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของธีราทรอยู่แล้ว
          มึงเก่งมาก เก่งที่สุด ผมลูบหลังอุ้มเบาๆ มันกอดเอวผมไว้แน่นแนบหน้าลงกับบ่าของผมสักพัก มันก็ผละตัวออก
          ผมได้ใบเหลือง คิดไว้ไม่ผิดว่ามันต้องเฟลเรื่องนี้
          มึงทำดีที่สุดแล้ว ต่อให้สุดท้ายมึงจะได้ใบแดงก็ไม่มีใครว่ามึง
          อุ้มทำหน้าที่กัปตัน ผมว่าช่วงท้ายอุ้มไม่ผิดที่เข้าไปเจรจา อุ้มแบกความหวังของทุกคนเอาไว้บนบ่า ในนาทีที่นกหวีดเป่าให้เราได้ฟรีคิก ก็เหมือนกับจุดประกายความหวังมาให้
          แต่จู่ๆ ก็เป็นนกหวีดอันเดิมที่ดับความหวังของเรา
          กรรมการเป่าหมดเวลาทั้งๆ ที่เราไม่มีโอกาสได้สัมผัสลูกฟรีคิกนั้นเลยสักนิดเดียว
          แน่นอนว่าอุ้มมันต้องไม่ยอมในฐานะกัปตัน
          “ผมรู้สึกแย่ มันพูดทั้งๆ ที่ปากยิ้ม ผมลูบหัวอุ้มช้าๆ
          มองไปรอบๆ สิอุ้ม ทุกคนกำลังดีใจที่วันนี้เราได้ 1แต้ม มึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่ มันมองไปรอบๆ ตามที่ผมบอก
          เสียงคนไทยตะโกนขอบคุณพวกเราดังลั่นสนาม ทุกคนกำลังยิ้มมาให้พวกเรา
          อุ้มน้ำตาไหล....
          อุ้มก้มหน้า ก่อนที่มันจะยกแขนขึ้นเช็ดน้ำตานั้นทิ้งไป
          ขี้แงเอ้ย ผมกอดคอมันให้เดินตามผมมา ในเมื่อตอนนี้ทุกคนเริ่มเดินนำไปไกลแล้ว
          พวกเราทุกคนเดินวนจนครบรอบใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ไม่นานเลยกับการเดินเพื่อไปขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์
          ผมคิดว่าพวกเราไม่เหนื่อยเท่าพวกเขาด้วยซ้ำ
          จบจากพิธีในสนามก็คงต้องถึงเวลาแยกย้าย พวกเราเองก็ต้องกลับไปเก็บของที่โรงแรมเพื่อกลับบ้านใครบ้านมัน
          แต่เหมือนจะไม่ง่าย
กว่าจะผ่านด่านน้องๆ แฟนบอลก็ใช้เวลาไปร่วมชั่วโมง แต่ผมรู้สึกดีนะ พวกเขาเชียร์เราเต็มที่ แค่ถ่ายรูปตอบแทนผมทำได้สบายมาก
          แม้จะเจอน้องๆ บางคนที่โหวกเหวกโวยวายลั่นโรงแรมก็ตาม
          “พี่มุ้ยกำลังเดินออกจากโรงแรมหลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อย เสียงเรียกจากด้านหลังก็ทำให้ผมหยุดหันกลับไปมอง
          ผมยืนรออุ้มกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาผม
          ว่าไง สีหน้าอุ้มดีขึ้นเยอะ เยอะมากๆ แม้จะยังไม่กลับมาเป็นอุ้มคนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ดีกว่าตอนที่อยู่ในสนาม
          อุ้มเดินมากอดแขนผมก่อนจะออกเดินจนผมต้องเดินตาม
          อ้อนกูเหรอมึงมองไอ้อุ้มเดินกอดแขนแล้วก็ได้แต่ยิ้ม หึ มันเงียบไม่ตอบจนสักพักมันถึงเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผม
          อุ้มจะไปนอนกับพี่
          “ห้ะ!” ผมตกใจ กำลังจะเดินถึงรถที่จอดไว้ ก็รีบหันกลับมามองมัน
          ไปเถอะ ง่วงแล้ว มันเดินนำไปรอที่รถ ผมค่อยๆ ยิ้มแล้วส่ายหัว
          ขอถอนคำพูดที่บอกว่าอุ้มยังหายไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ ผมว่าตอนนี้มันหายเกินร้อยแล้วมากกว่า

          ผมว่ามันไม่น่าจะง่วงจริง

          พี่มุ้ย กอดอุ้มอีกได้ไหม กอดอุ้มเยอะๆ
          อุ้มมันเอาขาเกี่ยวเอวผมไว้ทั้งสองข้าง มันไม่ยอมให้ผมลุกหนีจากตัวมันเลย แม้เราจะปลดปล่อยรอบแรกไปแล้วแต่เหมือนว่าอุ้มจะไม่พอ
          ผมล้มตัวลงทาบทับมันอีกครั้ง
          แต่มึงจะไม่ไหวเอานะ นอนพักเถอะ ลูบผมมันเบาๆ แต่อุ้มส่ายหัว
          อุ้มยกตัวขึ้นชิดกับผม แขนมันคล้องอยู่ที่คอก่อนมันจะโน้มคอผมลงไปหามันจนหน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบ
          สีหน้ามันดูเพลียมาก แต่มันไม่ยอม
          อุ้มอยากให้พี่มุ้ยรักอุ้มเยอะๆ นะพี่มุ้ย อุ้มขอ ตามันเริ่มฉ่ำวาวเหมือนคนจะร้องไห้ เสียงมันแหบแห้งและร้องขอจนผมใจแข็งไม่ไหว


          ถ้าพรุ่งนี้มึงเดินไม่ไหวห้ามโทษกูนะ


         By NanZnn 



       ขออ่านแบบเต็มไม่คัทได้ที่ไลน์  Line ID : chjkkvdds





จากเพจฟิคนักบอลไทย