เลว :: 5
แกร๊ก
“ขอบคุณนะครับหมอ”
ผมหันกลับมาขอบคุณคนที่ยืนอยู่หน้าประตู
หมอส่งยิ้มมาให้ในขณะที่ผมยืนตรงข้ามกับเขา
บนตัวของผมมีเสื้อกันหนาวของหมอคลุมไว้อยู่
หมอยืนอยู่ด้านนอกส่วนตัวผมยืนอยู่ด้านใน
ผมยืนตัวสั่นเพราะอากาศกระทบตัว แม้จะมีเสื้อของหมอคลุมไว้อีกชั้น
แต่เสื้อผ้าด้านในเปียกหมดเสื้อของหมอคงไม่ช่วยเท่าไหร่
ผมจ้องหน้าเขาโดยที่เขาก็ก้มลงมามองผม
“คุณไม่เป็นอะไรแน่นะ”
เขายังไม่ยอมกลับไปแม้ว่าจะมาส่งผมถึงที่หมายตามที่เขาร้องขอตอนนั่งอยู่บนรถ
ผมยิ้มให้คำถามนั้น คำถามที่ดูเป็นห่วงเป็นใย
“แน่ครับ
ว่าแต่เสื้อหมอก็เปียกนี่ครับ เข้ามาเปลี่ยนเสื้อก่อนไหม ผมมีเสื้อตัวใหญ่หลายตัวหมอน่าจะใส่ได้”
ผมสั่งเกตเห็นรอยชื้นตรงชายเสื้อลามไปจนถึงช่วงหน้าอกของหมอ
ในเมื่อเขาช่วยผมไว้ผมก็น่าจะตอบแทนด้วยอะไรบ้างก็ยังดี
“ไม่เป็นไรหรอก” ผมยิ้มเจื่อนให้กับคำตอบนี้
“หรือว่าหมอรังเกียจ.....” ผมช้อนสายตาขึ้นมองช้าๆ ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่น
และแน่นอนว่าคนอย่างหมอต้องรีบปฏิเสธ
“ใครว่าผมรังเกียจ
เอาสิเพื่อให้อาทิตย์สบายใจ เดี๋ยวผมจะได้วัดไข้คุณด้วยเลย”
เขายิ้มกว้างจนผมเผลออดที่จะยิ้มตามไม่ได้
ผมเบี่ยงตัวให้หมอเดินเข้ามาข้างในก่อนที่ผมจะปิดประตูแล้วเดินตามหลังหมอเข้าไป
“ข้างนอกฝนยังตกหนักอยู่เลยนะเนี่ย” หมอนั่งลงบนเก้าอี้ที่วางไว้ชิดริมผนังเขามองออกไปทางหน้าต่างบานเล็กแล้วพูดขึ้น
ส่วนผมกำลังรินน้ำอุ่นใส่แก้วให้หมอ
“ช่วงนี้ก็คงตกแบบนี้ทุกวันล่ะครับ” ผมตอบเขาพร้อมกับเดินกุมแก้วมายื่นให้
“ขอบคุณครับ”
เขารับไปถือไว้ก่อนจะยกขึ้นจิบเพื่อไม่ให้ผมเสียน้ำใจ
ห้องของผมเป็นห้องเช่าที่เรียกว่าเล็กมากนะ
ผมว่าบ้านหมอคงไม่มีห้องไหนในบ้านที่เล็กเท่านี้แม้กระทั่งห้องน้ำ
ผมเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าจำได้ว่าเคยมีเสื้อที่ซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้อยู่หลายตัว
“เจอแล้ว”
ผมหยิบขึ้นมาถือไว้เป็นเชิ้ตโปโลสีกรม เดินกลับมาหาหมอที่นั่งมองผมอยู่
สีหน้าผมคงดูกังวลมากจนหมอจับทางได้
“ผมใส่ได้
ผมไม่ได้ติดแบรนด์ขนาดนั้น” เขาเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไร
ผมค่อนข้างที่จะแปลกใจมากทีเดียว
หมอยื่นมือมารอรับเสื้อจากมือผม
“ห้องผมเล็กไปหน่อย
ห้องน้ำก็แคบหมอเปลี่ยนได้ไหม” ผมชี้ไปทางห้องน้ำ
ถ้าหมอเข้าไปผมว่าต้องอึดอัดมากแน่ๆ
แต่อีกฝ่ายเอาแต่ยิ้ม
เขาลุกขึ้นก่อนจะปลดกระดุมตัวเองออกทีละเม็ด...
“หมอ!”
ผมรีบหันหลังให้เมื่อเขาถอดเสื้อที่อยู่บนตัวออกไป
“เปลี่ยนตรงนี้ก็ได้
ไม่เห็นต้องเข้าห้องน้ำเลย” ผมสูดลมหายใจเข้าปอดเยอะๆ
รู้ไหมว่าคุณไม่คิดอะไร...
แต่ผมคิด
“ไหนมาให้ผมวัดไข้คุณหน่อย” เวลาผ่านไปไม่ถึงนาที เขาก็เอ่ยขึ้นทำให้ผมหันกลับไปมอง
หมอสวมเสื้อตัวนั้นได้อย่างพอดี
แปลกตานะสำหรับผมเพราะไม่เคยเห็นเขาใส่เสื้อแบบอื่นนอกจากเชิ้ตสีอ่อน
“ครับ”
ผมนั่งลงบนเตียงที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเก้าอี้ที่หมอนั่ง
“คุณไม่มีปรอทเหรอ” ผมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาถาม
ปรอท?
ทำไมผมต้องมีของพรรค์นี้ติดไว้ในห้องด้วย
“ไม่มีสินะ”
เขารู้ทางผมอีกแล้ว ผมพยักหน้าให้เขาเบาๆ เป็นการยืนยันว่าไม่มี
“เอ๊ะ”
เขายืนมาวัดไข้ที่หน้าผากของผม ผมเอนตัวถอยหลังไปเรื่อยๆ
หนีสัมผัสจากฝ่ามือที่เย็นชืดของหมอ
“คุณจะเอนตัวหนีทำไม” เขากลั้นยิ้มแล้วถามขึ้น ส่วนผมก็เขยิบออกห่างไปอีกนิด
เอนตัวหนีเหรอ.....ใครบอกหมอกันล่ะ
“งั้นผมจะนั่งจับตัวคุณไว้ตรงนี้” ตอนนี้หมอย้ายจากเก้าอี้มานั่งลงบนเตียงเดียวกับผมแทน
เขาจับแขนผมไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็วางไว้บนหน้าผากของผม
ผมเกร็งตัวเกร็งหน้ารับสัมผัสนั้น
เห็นไหม...ว่าตอนนี้หมอเขยิบเข้ามาใกล้ผมอีกนิดแล้วนะ
ผมไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าหานะ....จะว่าผมไม่ได้
“คุณคงป่วยแล้วล่ะอาทิตย์
แต่ดูเหมือนในห้องคุณจะไม่มียาแม้กระทั่งพารา”
เขาชักมือกลับไป สีหน้าดูเคร่งเครียดกว่าตอนแรก
ยาเหรอ....
“ไม่มี”
ผมไม่มีของพวกนั้นหรอก อย่างที่บอกผมไม่เคยป่วย
แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าผมก็จะต้านทานเจ้าพวกไว้รัสนี้ไว้ไม่ไหว
ตากฝนนานสองชั่วโมงขนาดนั้น แข็งแรงยังไงก็ต้องล้ม
“เฮ้อ
เอาไว้ผมจะขนยาขากโรงพยาบาลมาไว้ที่ห้องคุณสักครึ่งโหล
คนอะไรอยู่คนเดียวแล้วไม่ยอมพกยาติดห้องไว้” เขาบ่นผมชุดใหญ่
ส่วนผมได้แต่นั่งฟังด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
เขาพูดเหมือนจะดูแลผมต่อไปไม่ใช่แค่วันนี้
ถ้าถึงตอนนั้น....เกิดผมป่วยขึ้นมาผมจำเป็นต้องมียาติดห้องไว้ไหม....จะง่ายกว่าถ้าผมมีหมอประจำตัว
คุณคิดว่ายังไง....
“ผมไม่เคยป่วย นี่เป็นครั้งแรก แค่กๆ” พูดถึงป่วยอาการเจ็บคอก็เริ่มหนักขึ้นจนผมไอ
“นั่นไงล่ะ
คุณไปเปลี่ยนเสื้อก่อนดีกว่า” ผมก้มมองตัวเอง เพิ่งสังเกตว่ายังอยู่ในชุดที่ชื้นเสี่ยงต่อการเป็นหวัด
ผมลุกขึ้นตามที่หมอสั่งอย่างว่าง่าย
ถอดเสื้อแขนยาวของหมอออกมาถือไว้ ก่อนจะหันกลับไปพูดกับคนที่นั่งอยู่บนเตียงของผม
“เดี๋ยวผมซักให้นะ
แล้วจะเอาไปคืนให้”
“ได้ครับ”
เขายิ้มกลับมาให้ก่อนจะกลับไปสนใจสิ่งที่อยู่ในมือ
มีสายโทรเข้า
เครื่องไอโฟนแสนแพงมันกำลังสั่นรอให้เจ้าของกดรับ
หมอลุกขึ้นยืนหันหน้าเข้าหาหน้าต่างและกำลังหันหลังให้ผม
“ไงบาส…..นิวยังไม่ถึงบ้านครับ”
บาส.....ผู้ชายคนนี้อีกแล้วเหรอ....
ทำไมคุณถึงดื้อด้านแบบนี้นะ....เตือนแล้วไงว่ายังไงคุณก็แพ้
เพล้ง!
“เดี๋ยวนิวก็กลับ เอ๊ะ! อาทิตย์!....แค่นี้นะบาส!”
ผมนั่งลงกับพื้นมือข้างหนึ่งยันลงบนเศษแก้วที่ตกแตกกระจายจนมีเลือดไหล
ส่วนมืออีกข้างจับที่ขมับของตัวเอง
แก้วน้ำที่หมอดื่มไปเมื่อไม่กี่นาก่อนหน้านี้
ตอนนี้มันตกลงมาแตกด้วยฝีมือของผม
ไม่สิ......ผมไม่ได้ตั้งใจต่างหาก
“อาทิตย์ คุณเป็นอะไร” หมอถลาเข้ามาหาผม เขารีบจับมือผมที่มีรอยเลือดขึ้นจากเศษแก้วพวกนั้น
เขามองมาด้วยแววตาเป็นห่วง
ผมเบนสายตามองโทรศัพท์ของหมอที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะ.....
“ผมหนาว.....” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
ครั้งนี้มันไม่ได้เสแสร้งผมรู้สึกป่วยขึ้นมาจริงๆ
นับว่าป่วยครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดีแล้วกัน
“จริงๆ เลย”
เขาอุ้มผมขึ้นจากพื้นก่อนจะไปวางผมลงบนเตียง
ผมเบี่ยงหน้าหลบสัมผัสจากฝ่ามือของหมอ
ได้ยินเขาสบถบางอย่างเมื่อรับรู้ไอร้อนผ่านตัวของผม
ผมนอนอยู่บนเตียงสัมผัสของหมอ หายไป
แต่ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากทางห้องน้ำแทน
และไม่นานหมอก็เดินออกมาด้วยกะละมังใบเล็กพร้อมผ้าชุบน้ำ
“ไม่”
เขาพยายามจะแกะกระดุมเสื้อผมเพื่อเช็ดตัว แต่ผมไม่ยอม
ผมดิ้นไปอีกฝั่งของเตียงจนหมอต้องดึงตัวผมไว้
ผ้าหมาดๆ ถูกลากผ่านทั่วใบหน้าและลำคอจนผมขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว
“อย่าดิ้นสิ นี่คุณกำลังพยศนะ” ได้ยินเสียงบ่นแต่ผมยังคงดิ้นหนีต่อไป หมอกลับมาปลดกระดุมเสื้อผมอีกครั้ง
และครั้งนี้ผมจับสาบเสื้อเอาไว้
“อาทิตย์!”
หมอจับแขนผมตรึงไว้ทั้งสองข้างเหมือนกำลังโมโห ผมร้องอื้ออึงแต่หมอก็ปลดกระดุมออกหมดจนได้
ตอนนี้ผมเปลือยท่อนบนต่อหน้าเขาแล้ว...
“มะ หมอ....”
ผมปรือตามองคนที่กำลังเช็ดตัวผมช้าๆ
หมอก้มมองลงมาเขาดูจะชะงักฝ่ามือเล็กน้อยเมื่อมองผม
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
หมอเองก็เช่นกัน....
“อาทิตย์......” เขาเอ่ยชื่อผม
เหมือนมีแรงบางอย่างดึงดูดหมอเข้าหาผม
และดึงดูดผมให้เข้าหาหมอ.....ผมหลับตาเมื่อสัมผัสบางอย่างกำลังจะเข้ามาใกล้
“อื้ออออ”
ริมฝีปากของเขาประทับลงบนปากของผม
เหมือนไฟที่มีเถ้าถูกจุดติดขึ้นมาเมื่อมีคนเติมเชื้อใส่เข้าไป
มือของหมอบีบที่ข้อมือผมแน่นขึ้นจนท่อนบนของผมแอ่นขึ้น
เราแลกจูบกันโดยที่ตอนนี้ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว....
ผมลืมตามองคนที่อยู่ด้านบน
หมอมองมาที่ผมและสายตาของเขายิ่งทำให้ผมต้องการ
แต่เหมือนทุกอย่างยังคงไม่ราบรื่นอย่างที่ผมคิดไว้
ครืดดดด ครืดดดดด
“อ๊ะ...”
เสียงสั่นครืดดังมาจากโต๊ะที่ตั้งอยู่ปลายเตียง
หมอผละตัวออกจากผมก่อนจะรีบขึ้นไปหยิบมากดรับ
มือทั้งสองข้างของผมถูกละไว้อย่างไม่ใยดี
“ว่าไงบาส”
อีกแล้ว........
“ตอนนี้เหรอ.....นิว.....เอ่อ...” หมอหันมามองผมที่นอนอยู่บนเตียง
ไม่รู้หรอกว่าคุยอะไรแต่ให้เดาอีกฝ่ายคงโทรมาตามให้หมอกลับบ้าน
คงรู้แล้วสิว่าตอนนี้อยู่กับผม
“ผมอยู่ได้”
นั่นคือสิ่งที่ผมพูดออกไปพร้อมกับยิ้มไปให้เขา หมอดูลังเลที่จะตัดสินใจ
ผมก็ช่วยให้หมอตัดสินใจได้ง่ายขึ้นไงล่ะ....
เห็นไหมว่าผมนางเอกขนาดไหน
หมอคลายปมที่คิ้วออก เขายิ้มน้อยๆ
ส่งให้ผมก่อนจะพูดตอบกลับคนปลายสาย
“ขอโทษนะบาส....นิวคงไม่กลับบ้านวันนี้”
หมอพูดจบก็ตัดสายทิ้งเขาเหมือนจะปิดเครื่องไปด้วยซ้ำก่อนจะวางมันลงไว้ที่เดิม
หมอเดินกลับมาหาผมที่นอนเกือบเปลือยอยู่บนเตียง
“ทำไม....”
ผมไม่ทันได้ถามก็โดนหมอจู่โจมอีกครั้ง
สายตาของหมอที่ผมไม่เคยเห็น....ดุดันและท้าทายดีจริงๆ....
“ผมอยากอยู่กับคุณ”
แล้วคิดว่าผมจะปฏิเสธหมอได้ไหม....ไม่ได้หรอก
เพราะผมก็อยากอยู่กับหมอเหมือนกัน
ผ่านคืนนี้ไป.....ผมจะได้เป็นนางเอกจริงๆ ซะที
บาส....คุณต้องรับบทนางร้ายแล้วล่ะ
TBC_____SEX APPEAL NEWBACK เลว 6
จากเพจฟิคนักบอลไทย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น