เลว :: 3
2 อาทิตย์ผ่านไป
“กลับบ้านกัน”
ผมกำลังเก็บของใส่กระเป๋า
ไอ้ตังมันเตรียมตัวกลับบ้านเรียบร้อยแล้ว มันกำลังนั่งรอด้วยการส่องไอจีอยู่ใกล้ๆ
“ยังไม่กลับว่ะ” รูดซิปกระเป๋าอย่างสุดท้ายก่อนจะหยิบมันขึ้นพาดบ่า
ไอ้ตังเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างสงสัย
ส่วนผมก็ได้แต่มองไม่ได้ตอบอะไร มันน่าจะรู้ว่าผมจะไปที่ไหนนอกจากห้องนอน
“ไหวเหรอวะ
มึงเที่ยวติดๆ กันมาหลายคืนแล้วนะ”
ผมยิ้มมุมปากให้กับคำถามนั้น
มีอะไรที่ไม่ไหว....ถ้าผมไม่ไปสิ
ผมจะทำงานไม่ได้
ผมแค่อยากปลดปล่อย
“วันนี้ไม่ดึกหรอก
กูนัดคนไว้แล้ว” ผมกับไอ้ตังเดินออกไปพร้อมกัน
ฟ้าข้างนอกมือดสนิท ห้างก็ใกล้จะปิดคนในร้านเหลือน้อยลงทุกที
ตอนนี้เหลือแค่พนักงาน
“น้อยๆ
ลงหน่อยเหอะว่ะ แล้วไหนหมอของมึงไปถึงไหนแล้ว”
ผมชะงักขาที่กำลังจะก้าวออกจากร้าน
หันสายตาไปมองไอ้ตังซึ่งมันมองมาที่ผมด้วยสายตาปนห่วงใยส่งมาให้
ผมหันกลับมามองไปข้างหน้า
หมอเหรอ.......
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ทำให้ผมต้องไปหาที่ปลดปล่อยแก้เครียดทุกคืน
ผมไม่สามารถทนคิดอะไรฟุ้งซ่านได้
หมอหายไปสองอาทิตย์แล้ว....
สองอาทิตย์ก่อนผมไปโรงพยาบาลเพื่อไปหาหมอ
แต่กลับพบว่าหมอไม่อยู่ ไปต่างประเทศกับบอร์ดบริหารคนอื่น ใจความจับได้ว่าไปนานถึง
14วัน
สองอาทิตย์ที่ผมไม่ได้เจอหมอเลย
เรียกคิดถึงได้หรือเปล่า.....คิดถึงเลยต้องไปหาคนอื่นแบบนี้ไง
“ไปนะ” ผมไม่ตอบอะไรไอ้ตังแต่เลือกจะตัดบทด้วยการเดินแยกกับมันมา
มันไม่เรียกเพราะรู้ว่าผมไม่มีทางหันไปหา ผมมุ่งตรงไปที่บันไดเลื่อนแทนการใช้ลิฟต์
ผมอยากมองเห็นผู้คนรอบๆ
ตัว คู่รักที่พากันควงแขนมาเดินห้าง
“หึหึ”
ผมหลุดหัวเราะเมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งส่งยิ้มมาให้ผมในขณะที่แฟนของตัวเองก็เดินอยู่ข้างๆ
ผมเลือกที่จะหลบสายตาก่อนที่เราจะเดินสวนทางกัน
น่าตลกจริงๆ
ขอโทษนะตอนนี้ผมมีเป้าหมายเดียว
ผมคงตอบรับไมตรีที่คุณมอบให้ไม่ได้
“อยู่ไหนครับ
นิวรออยู่ที่เดิม”
เสียงคุ้นหูดังลอยมาเข้าหู
กำลังจะก้าวลงบันไดเลื่อนที่จะพาลงสู่ชั้นแรกก็ต้องหยุดชะงักและชักเท้ากลับมา
ผมมองหาต้นเสียงที่น่าจะอยู่แถวนี้
“กลับแล้วเหรอ อ่า
โทษทีนิวไม่เห็นข้อความ ไม่เป็นไรๆ อืมๆ”
ผมเดินเข้าไปใกล้ผู้ชายที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อน
แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอกเหมือนวันที่เจอกันในร้านหนังสือ เขายืนหันหลังให้ผม
ผมยืนรอจนคนตรงหน้าเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง
“สวัสดีครับ” ผมเอ่ยทักออกไป ดูเหมือนเขาจะสะดุ้งนิดหน่อยที่ผมเรียก คนตรงหน้าค่อยๆ
หันกลับมา
“คุณอาทิตย์” เขายิ้มเมื่อเห็นผม ผมหรี่ตามองสงสัยนิดหน่อยที่เขาจำชื่อผมได้
ผมคลี่ยิ้มช้าๆ
เก็บทุกอย่างไว้ในใจ ก่อนจะเอ่ยถามคนตรงหน้า
“หมอมาทำอะไรที่นี่ครับ” ผมยืนเอามือไขว้หลังก่อนจะเอ่ยถาม จริงๆ
ก็พอเดาได้จากการคุยโทรศัพท์เมื่อกี้ แต่อยากถามให้มั่นใจมากกว่า
“มารับเพื่อนน่ะครับ
แต่พอดีเขากลับไปตั้งแต่ตอนเย็น ผมไม่ได้อ่านข้อความเลยมาเก้อเลย ฮ่าๆ”
หมอหัวเราะน้อยๆ
ยกมือเกาท้ายทอยเหมือนคนกำลังเขิน ผมหลุดยิ้มให้กับภาพนั้นก่อนจะกลับมาทำหน้าปกติเมื่อหมอเงยหน้ามามองผม
“เพิ่งเลิกงานเหรอครับ”
“ครับ
กำลังจะกลับบ้าน” ผมยิ้มตอบ.....
ใช่ที่ไหนกัน....ผมกำลังจะไปในที่ที่มันสนุกกว่าบ้านต่างหาก
“อ่า....”
เขาพยักหน้าประมาณว่าเข้าใจในสิ่งที่ผมตอบ
ผมยิ้มส่วนเขาก็ยิ้ม
จนผมรู้สึกว่ามันเงียบเกินไปเลยเอ่ยทำลายบรรยากาศนั้น
“ผมขอตัวนะครับ” พูดพร้อมกับทำท่าจะหมุนตัวหันหลังให้เขา
บันไดเลื่อนเป็นจุดหมายที่ผมจะเดินไป
ไม่ใช่หรอกครับ....จุดหมายคือคนที่อยู่ด้านหลังผมต่างหาก
“เดี๋ยวครับ!” เขาเรียก ผมหยุดเดินก่อนจะหันกลับไปมอง
“ครับหมอ”
“ไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมได้ไหม
เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง”
ผมฟังประโยคของหมอด้วยความรู้สึกที่ตีรวนในอก
ผมมีนัดนะ....นัดที่สำคัญ
“ได้ครับ ฝากด้วยนะ”
แต่ไม่สำคัญเท่าหมอฐิติพันธ์หรอก ใดๆ
ในโลกผมสามารถยกเลิกมันได้
“เชิญครับ”
เขาผายมือให้ผมเดินนำเขาไปก่อน ผมหลุดขำก่อนจะโค้งหัวให้เล็กน้อยเป็นการขอบคุณ
ทำไมมันดูเป็นใจขนาดนี้
ผมมาถึงร้านอาหารโดยใช้เวลาการขับรถของหมอราวๆ ครึ่งชั่วโมง
หมอไม่ได้ขับช้าแต่ก็ไม่ได้เร็วจนเกินกฏหมายกำหนด
ขึ้นมาบนรถสิ่งที่ผมสัมผัสได้คือความอนามัย
ไม่มั่นใจว่าหมอทุกคนเป็นเหมือนกันหมดไหม
แต่เหมือนว่าผมจะได้กลิ่นแอลกอฮอลจากเบาะของหมอด้วย
แปลกดี
“สั่งเลยนะ”
หมอบอกแบบนั้นผมก็ได้แต่ยิ้มรับ
ก่อนจะมาทานร้านนี้ผมปฏิเสธไปแล้วว่าขอร้านไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ร้านอาหารหรูๆ
เป็นข้างทางก็จะดีมากๆ หมอไม่พูดอะไรเอาแต่ยิ้มจนมาจอดที่นี่ถึงได้รู้ว่าเป็นร้านที่แพงขึ้นชื่อ
หมอบอกนี่คือร้านกลางๆ ของหมอแล้ว
ไม่แพงเลยหมอขอจ่ายเอง
ผมทำท่าจะเถียงแต่เขายกมือห้าม
แบบนั้นก็ได้....ถ้าหมออยากทานร้านนี้ผมก็จะไม่ขัด
“อาหารมาแล้วค่ะ” พนักงานหน้าตาน่ารักเดินมาเสิร์ฟอาหารลงบนโต๊ะ
รอไม่นานเลยอาหารทุกอย่างก็มาจนครบ
ผมไม่ได้สั่ง ทั้งหมดนี้หมอเป็นคนเลือกเอง
ตามหลักแล้วผมต้องเกรงใจเขาสิถูกต้องไหม....ถ้าผมสั่งแหลกรานหรือเรียกร้องจะมาร้านแพงๆ
ผมจะเป็นนางเอกของหมอได้ยังไง
เราทานอาหารด้วยกันเกือบชั่วโมง
ได้รู้นิสัยอีกอย่างคือหมอเป็นคนคุยสนุกและเป็นคนชวนคนคุยเก่งมาก
ผมได้แต่ตอบโดยที่แทบจะไม่ได้ถามอะไรเลย
“อาทิตย์มีแฟนหรือยัง”
“แค่กๆ”
ผมสำลักน้ำเมื่ออีกฝ่ายถามคำถามนี้กับผม
หมอส่งทิชชู่มาให้ผมเช็ดปากและจมูก
ผมเงยหน้ามองอีกคนช้าๆ หมอกอดอกมองมาที่ผมยิ้มๆ ส่วนผมได้แต่มองเขากลับไป
“อาทิตย์มีแฟนหรือยัง”
เขาถามย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผมเงียบ
หมอเรียกชื่อจริงของผมโดยที่เขาเป็นคนขอเรียกเอง
“ยังครับ”
ผมยังไม่มีจริงๆ ยอมรับว่าตกใจที่หมอถามผมแบบนี้
มันควรจะเป็นผมสิที่เป็นคนยิงคำถามเรื่องแฟน
มันจะง่ายขนาดนี้เชียวเหรอ
“ครับ งั้นกลับเถอะเดี๋ยวผมไปส่ง” เขาอมยิ้มก่อนจะเรียกพนักงานมาเก็บเงินค่าอาหาร
ผมนั่งมองอีกฝ่ายไม่วางตา ก่อนจะค่อยๆ
ยิ้มทีละนิดจนผมต้องก้มหน้าหลบกลัวว่าหมอจะเห็นรอยยิ้มนี้
รอยยิ้มที่รู้สึกเป็นผู้ชนะ
หมอขับรถมาส่งผมที่หอพัก
ตอนขับเข้ามาหมอถามว่าผมอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอ
มันค่อนข้างทรุดโทรมและเปลี่ยวจนน่ากลัว
“ขอบคุณนะครับ” ผมปลดเข็มขัดนิรภัย ก่อนจะหันไปขอบคุณ
หมอนั่งหันหน้ามาหาผมและพยักหน้าให้
“ขอบคุณที่ไปทานข้าวเป็นเพื่อนนะ”
“ไม่เป็นไรครับ”
ผมสิต้องขอบคุณที่หมอสานต่อจุดเริ่มต้นที่ผมปูทางเอาไว้โดยที่ผมแทบจะไม่ต้องออกแรงอะไรเลย
ผมไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายขนาดนี้
บางทีผมอาจจะต้องขึ้นไปเก็บของบนห้องลงกล่องลัง
ผมคงจะได้ย้ายบ้านในไม่ช้า
“ฝันดีครับ”
“เช่นกันครับ”
ผมบอกคำสุดท้ายก่อนจะเปิดประตูเพื่อลงจากรถ
แต่มีบางอย่างดังขึ้นเรียกความสนใจของผมเสียก่อน
RRRrrrr
“ครับ นิวกำลังจะกลับบ้าน
ไปรับที่บ้านเพื่อนเหรอ ได้สิ”
[………………………..]
“ครับ เดี๋ยวนิวไปรับ
บาสรอแปปนึงนะ”
ผมลงมายืนข้างรถพอดีกับประโยคสุดท้ายจบลงพอดี
หมอโบกมือให้ผมก่อนจะขับรถออกไปโดยที่ผมได้แต่มองตามไปจนสุดสายตา
บาสเหรอ....
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่หมอสินะ
ปัญหามันอยู่ที่ผู้ชายคนนี้....ผมจะจัดการยังไงดี
TBC_____SEX APPEAL NEWBACK เลว 4
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น