MUI*AUM
เนื่องในโอกาสที่เราเสมออิรัก.....2-2
เฮฮฮฮฮฮฮ ไทยแลนด์!!!!
เสียงเชียร์ดังทั่วสนามราชมังไม่ว่าเราจะเดินผ่านตรงไหนก็จะมีเสียงปรบมือพร้อมกับเสียงตะโกนคำว่าไทยแลนด์ดังกระหึ่มไปทั่ว
ผมมองทุกคนด้วยความสุขล้นใจ
ภาพแห่งประวัติศาสตร์
ภาพที่เราได้เห็นคนไทยมาเชียร์จนล้นสนาม
มันผ่านมากี่ปีแล้วที่ไม่เคยเกิดปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
ผมดีใจที่ในวันนี้ผมได้เห็นมัน
“หืม” ผมหันหลังกลับไปเมื่อมีมือใครบางคนมาสะกิดที่หลัง
ผมมองเห็นกัปตันที่ยืนขมวดคิ้วน้อยๆ
อยู่ข้างหลังเมื่อผมหันหน้ากลับมา อุ้มยิ้มมาให้แต่แววตามันที่ส่งมากลับตรงกันข้าม
อุ้มกำลังเฟลผมรู้
ไม่บ่อยที่ผมจะเห็นอุ้มเฟลหรือรู้สึกแย่
ครั้งสุดท้ายที่ผมเห็นน่าจะเป็นซีเกมส์เมื่อ 4 ปีก่อน
ปีที่อุ้มโดนใบแดงและทำให้ตรอบแรก
ปีที่ตกต่ำที่สุดของผู้ชายที่ชื่อธีราทร
แม้ว่าวันนี้กัปตันของเราจะยังยิ้มสู้กล้องหลังเกมส์จบ
แต่ผมรู้ดีว่าข้างในมันไม่ได้ยิ้มตามปากเลยสักนิด
ดีใจที่วันนี้ทีมชาติไทยเก็บได้
1แต้ม
แต่กับลูกสุดท้ายที่เกือได้ฟรีคิก
มันก็ดึงอารมณ์ดีใจของอุ้มออกไปหมดเหมือนกัน
มันค้างคาและดีใจได้ไม่สุด
ผมยิ้มกลับไปให้มันหยุดยืนกับที่ในขณะที่คนอื่นๆ
ค่อยๆ เดินผ่านผมไปช้าๆ รวมถึงอุ้มที่ก้าวขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้าผม
“กอดอุ้มหน่อย” อุ้มเรียกร้องเหมือนเด็กที่ต้องการกำลังใจจากผู้ใหญ่สักคน
ผมมองคนตรงหน้าก่อนจะดึงตัวมันมากอดไว้ในอ้อมแขนของผม
ท่ามกลางนักข่าว สต๊าฟโค้ช เพื่อนร่วมทีมรวมถึงแฟนบอลหลายหมื่น
ผมกอดอุ้มไว้แน่นโดยไม่แคร์สายตาของใคร
ในเมื่อตอนนี้อุ้มต้องการกำลังใจ
และผม
ธีรศิลป์คนนี้ก็เป็นกำลังใจที่ดีที่สุดของธีราทรอยู่แล้ว
“มึงเก่งมาก
เก่งที่สุด” ผมลูบหลังอุ้มเบาๆ
มันกอดเอวผมไว้แน่นแนบหน้าลงกับบ่าของผมสักพัก มันก็ผละตัวออก
“ผมได้ใบเหลือง” คิดไว้ไม่ผิดว่ามันต้องเฟลเรื่องนี้
“มึงทำดีที่สุดแล้ว
ต่อให้สุดท้ายมึงจะได้ใบแดงก็ไม่มีใครว่ามึง”
อุ้มทำหน้าที่กัปตัน
ผมว่าช่วงท้ายอุ้มไม่ผิดที่เข้าไปเจรจา อุ้มแบกความหวังของทุกคนเอาไว้บนบ่า
ในนาทีที่นกหวีดเป่าให้เราได้ฟรีคิก ก็เหมือนกับจุดประกายความหวังมาให้
แต่จู่ๆ
ก็เป็นนกหวีดอันเดิมที่ดับความหวังของเรา
กรรมการเป่าหมดเวลาทั้งๆ
ที่เราไม่มีโอกาสได้สัมผัสลูกฟรีคิกนั้นเลยสักนิดเดียว
แน่นอนว่าอุ้มมันต้องไม่ยอมในฐานะกัปตัน
“ผมรู้สึกแย่” มันพูดทั้งๆ ที่ปากยิ้ม ผมลูบหัวอุ้มช้าๆ
“มองไปรอบๆ สิอุ้ม ทุกคนกำลังดีใจที่วันนี้เราได้
1แต้ม มึงไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่” มันมองไปรอบๆ ตามที่ผมบอก
เสียงคนไทยตะโกนขอบคุณพวกเราดังลั่นสนาม
ทุกคนกำลังยิ้มมาให้พวกเรา
อุ้มน้ำตาไหล....
อุ้มก้มหน้า
ก่อนที่มันจะยกแขนขึ้นเช็ดน้ำตานั้นทิ้งไป
“ขี้แงเอ้ย” ผมกอดคอมันให้เดินตามผมมา ในเมื่อตอนนี้ทุกคนเริ่มเดินนำไปไกลแล้ว
พวกเราทุกคนเดินวนจนครบรอบใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมง
แต่ไม่นานเลยกับการเดินเพื่อไปขอบคุณทุกคนที่มาเชียร์
ผมคิดว่าพวกเราไม่เหนื่อยเท่าพวกเขาด้วยซ้ำ
จบจากพิธีในสนามก็คงต้องถึงเวลาแยกย้าย
พวกเราเองก็ต้องกลับไปเก็บของที่โรงแรมเพื่อกลับบ้านใครบ้านมัน
แต่เหมือนจะไม่ง่าย
กว่าจะผ่านด่านน้องๆ
แฟนบอลก็ใช้เวลาไปร่วมชั่วโมง แต่ผมรู้สึกดีนะ พวกเขาเชียร์เราเต็มที่
แค่ถ่ายรูปตอบแทนผมทำได้สบายมาก
แม้จะเจอน้องๆ
บางคนที่โหวกเหวกโวยวายลั่นโรงแรมก็ตาม
“พี่มุ้ย” กำลังเดินออกจากโรงแรมหลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อย เสียงเรียกจากด้านหลังก็ทำให้ผมหยุดหันกลับไปมอง
ผมยืนรออุ้มกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาหาผม
“ว่าไง” สีหน้าอุ้มดีขึ้นเยอะ เยอะมากๆ
แม้จะยังไม่กลับมาเป็นอุ้มคนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็ดีกว่าตอนที่อยู่ในสนาม
อุ้มเดินมากอดแขนผมก่อนจะออกเดินจนผมต้องเดินตาม
“อ้อนกูเหรอมึง”
มองไอ้อุ้มเดินกอดแขนแล้วก็ได้แต่ยิ้ม หึ
มันเงียบไม่ตอบจนสักพักมันถึงเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผม
“อุ้มจะไปนอนกับพี่”
“ห้ะ!” ผมตกใจ กำลังจะเดินถึงรถที่จอดไว้ ก็รีบหันกลับมามองมัน
“ไปเถอะ ง่วงแล้ว” มันเดินนำไปรอที่รถ ผมค่อยๆ ยิ้มแล้วส่ายหัว
ขอถอนคำพูดที่บอกว่าอุ้มยังหายไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ
ผมว่าตอนนี้มันหายเกินร้อยแล้วมากกว่า
ผมว่ามันไม่น่าจะง่วงจริง
“พี่มุ้ย
กอดอุ้มอีกได้ไหม กอดอุ้มเยอะๆ”
อุ้มมันเอาขาเกี่ยวเอวผมไว้ทั้งสองข้าง
มันไม่ยอมให้ผมลุกหนีจากตัวมันเลย
แม้เราจะปลดปล่อยรอบแรกไปแล้วแต่เหมือนว่าอุ้มจะไม่พอ
ผมล้มตัวลงทาบทับมันอีกครั้ง
“แต่มึงจะไม่ไหวเอานะ
นอนพักเถอะ” ลูบผมมันเบาๆ แต่อุ้มส่ายหัว
อุ้มยกตัวขึ้นชิดกับผม
แขนมันคล้องอยู่ที่คอก่อนมันจะโน้มคอผมลงไปหามันจนหน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบ
สีหน้ามันดูเพลียมาก
แต่มันไม่ยอม
“อุ้มอยากให้พี่มุ้ยรักอุ้มเยอะๆ
นะพี่มุ้ย อุ้มขอ” ตามันเริ่มฉ่ำวาวเหมือนคนจะร้องไห้
เสียงมันแหบแห้งและร้องขอจนผมใจแข็งไม่ไหว
“ถ้าพรุ่งนี้มึงเดินไม่ไหวห้ามโทษกูนะ”
By NanZnn ❤
ขออ่านแบบเต็มไม่คัทได้ที่ไลน์ Line ID : chjkkvdds
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น