วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2558

MUIAUM :: แก้บน 5-0



MUI*AUM

          *จบในตอน*


          สวัสดีพี่ชื่อมุ้ย
        สวัสดีพี่มุ้ย......เทพมุ้ย


          “อุ้ม เป็นไร ผมหันไปมองเห็นพี่มุ้ยเดินถือถ้วยมาม่ามานั่งลงข้างๆ ผมยิ้มกว้าง
          “เป็นแฟนพี่ไงพูดจบก็เอนหัวซบที่ไหล่ เขยิบตัวไปใกล้ๆ ได้ยินเสียงไอพี่มุ้ย เขาสำลักมาม่าไอค่อกแค่กๆ บนหัว ผมหลุดขำ
          พูดไรเนี่ย ผมลุกมานั่งตัวตรงๆ หัวเราะกับอาการหวากผวาที่เกินจริง
          จะกี่ครั้งเทพมุ้ยก็ไม่เคยชิน....
          อุ้มแค่คิดถึงสมัยก่อนตอนเรารู้จักกันใหม่ๆ ผมพิงลงที่พักโซฟายกขาขึ้นมานั่งขัดสมาธิมองพี่มุ้ยซดมาม่าอีกครั้ง
          ผมนึกย้อนไปตอนที่รู้จักพี่มุ้ยครั้งแรก เรามาจากโรงเรียนเดียวกันห่างกันสองปี
จำได้เลยว่าวันนั้นผมไปขอเล่นบอลกับพวกรุ่นพี่ที่ผมไม่รู้จัก เป็นทีมโรงเรียนบางคนติดชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ดังมากๆ ไม่รู้คิดยังไงเดินเข้าไปแล้วยืนขอบสนามแล้วตะโกนดังลั่น
ผมอยากเล่นทีมเดียวกับพี่คนนั้น
ทุกคนเงียบกริบจากที่เฮๆ กันอยู่รอบๆ ก็พลอยเงียบไปด้วย นิ้วของผมชี้ตรงไปที่คนดังของทีมฟุตบอล คนดังของโรงเรียนและก็เป็นดาวซัลโวของทีมชาติไทยรุ่น U-19
ธีรศิลป์ แดงดา
 เล่นเก่งขนาดไหน
พี่มุ้ยเป็นคนเดินมาถามผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย พี่ๆ ในทีมเดินตรงเข้ามาหาผมโดยหยุดยืนข้างหลังพี่มุ้ย มองเผินๆ เหมือนยกพวกตีกันเลย
ก็ต้องลองดู แต่ผมคิดว่าผมเก่งพอจะเล่นกับพี่ได้
ไม่รู้ตอนนั้นไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงตอบเขาไปแบบนั้น จำได้ว่าตอนนั้นโดนแฟนๆ ของพี่ๆ นักฟุตบอลโห่ไล่ให้กลับไป
ผมโดนทุกคนหัวเราะเยาะเหมือนเป็นตัวตลกรวมถึงพี่ๆ ในทีม ตอนนั้นความมั่นใจเริ่มเหือดหาย สีหน้าแววตาที่มองมาเหมือนเห็นผมเป็นตัวตลกขบขัน
ยกเว้นพี่มุ้ยที่ยืนมองผมนิ่งๆ แล้วเอ่ยขึ้น
คิดว่าไหวก็มาลองดู แต่ถ้าทำทีมกูแพ้ รู้นะว่าต้องเจออะไร
ไม่แพ้แน่พี่
ตอนนั้นผมจำได้ว่ายิ้มกว้างอย่างดีใจสุดๆ หันหลังไปมองกลุ่มเพื่อนตัวเองที่โบกมือให้กำลังใจอยู่ถัดออกไปไม่ไกล ผมยักคิ้วให้พวกมัน
ผมเดินไปรับเสื้อตัวนอกสีน้ำเงินมาสวมใส่ ได้ยินเสียงโห่ร้องอย่างไม่ยินดีดังขึ้นมาเป็นระยะ แต่ผมยักไหล่ไม่แคร์ ผมแคร์คนเดียวคือเจ้าของฉายาฟิลิเป้คนนั้น
มึงเล่นตำแหน่งไหน
พี่มุ้ยเดินมาถามตอนที่เรากำลังเตรียมตัวลงสนาม ผมขมวดคิ้ว นั่นดิวะผมจะเล่นตำแหน่งไหนดีปกติเล่นกองกลางแต่ดูจากทรงแล้วพี่ๆ ที่เป็นกองกลางคงไม่ยอมให้ผมลงแน่
มึงถนัดซ้ายไหม
พี่มุ้ยถามต่อเมื่อเห็นผมเงียบไม่ตอบ ผมรีบพยักหน้าแล้วรีบตอบ
ถนัดพี่ จริงๆ ก็ถนัดสองข้างแต่ถนัดซ้ายมากสุด
งั้นไปเล่นปีกซ้าย อย่าทำให้กูผิดหวังล่ะ
เขาพูดทิ้งท้ายพร้อมยกยิ้มน้อยๆ ไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินลงสนามตามเพื่อนๆ เขาไป ผมยืนค้างอยู่กับที่ประมาณห้าวินาทีก็โดนคนข้างหลังผลักให้ออกเดินซะที
ก็นะ....รอยยิ้มพี่มุ้ยที่ส่งมามันทำให้ผมก้าวขาไม่ออกจริงๆ
ปี๊ดดดด
เราเล่นเกมส์สั้นครึ่งละ 20 นาที ไม่รวมทดเวลา ลูกถูกเขี่ยด้วยฝ่ายสีน้ำเงิน เพียงแค่นาทีแรกประตูฝ่ายสีแดงก็ได้ทำงาน พี่มุ้ยจ่อยิงแต่ตรงตัวประตูมากเกินไป ฝ่ายสีแดงรับได้
ผมวิ่งๆ เดินๆ อยู่ในสนามลูกฟุตบอลแทบจะไม่มาทางผมเลย ไม่ส่งให้ไม่ว่า ไม่สนใจด้วยซ้ำว่ายังมีปีกซ้ายเป็นผมอยู่ตรงนี้ และถึงแม้ว่าผมจะบังเอิญได้บอลจากการยิงไกล แต่ไม่นานมันก็จะถูกแย่งไปจากคนในทีมเดียวกัน
กูไม่ไว้ใจ กูขอลูกนะ
นี่คือคำพูดของคนที่อยู่ในทีม....ผมได้แต่ปล่อยไปอย่างเสียดาย ผมหันไปมองพี่มุ้ยเขามองมาทางผมแต่ไม่นานเขาก็หันหน้ากลับไป
ยิงเลย!’
ในช่วงห้านาทีสุดท้ายของครึ่งแรกผมได้รับลูกจากพี่คนหนึ่งในทีม พี่คนนั้นตะโกนมาเมื่อหน้ากรอบเขตโทษมีผมยืนอยู่เพียงคนเดียว ผมเรียกความมั่นใจแล้วยิงลูกออกไป
โห่ๆๆๆๆ
เสียงโห่ดังสนั่นเมื่อลูกที่ผมยิงลอยข้ามคานออกไปไกล ผมยืนหอบมองโอกาศครั้งแรกของผม พัง พังไม่เป็นท่า ผมมัวแต่ตื่นเต้นจนลืมคำนวนความแม่นยำไป
อ่อน
คนในทีมเดินมาพูดคำนี้กับผม ผมมองทุกคนอย่างโมโห ใครจะตั้งใจ ผมข่มอารมณ์ไม่ให้วิ่งไปต่อยหน้าใคร ก่อนจะเดินกลับไปที่ตำแหน่งตัวเอง
ผมเริ่มวิ่งอีกครั้งก่อนหมดเวลา พยายามไม่สนใจเสียงรอบข้างที่มันบั่นทอนกำลังใจ ได้ยินเสียงของเพื่อนผมตะโกนเชียร์ฝ่าเสียงด่ามาอยู่ไกลๆ
ซึ้งฉิบหาย
แต่แล้วทีมสีน้ำเงินของเราก็พลาดท่า โดนอีกฝ่ายสวนกลับขึ้นมาทำประตู
เฮ้ๆๆๆๆ
เสียงเฮดังสนั่นเมื่อฝ่ายสีแดงทำประตูได้ในช่วงนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก คนที่ยิงเข้าเรียนอยู่ชั้นเดียวกันกับผม แต่คนนั้นติดทีมชาติชุดเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จึงได้เขยิบขึ้นมาเป็นนักกีฬาคนต้นๆ ของโรงเรียน
เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์
พักครึ่งทีมสีน้ำเงินเดินออกมาพักด้วยสีหน้าผิดหวัง ผมเดินไปนั่งตรงม้านั่งที่อยู่ห่างออกมา ทุกคนมองมาที่ผม ตอนเดินผ่านได้ยินพี่คนหนึ่งพูดกับพี่มุ้ยว่า เลือกคนผิด
ผมเอาผ้าเย็นซับเหงื่อคลายร้อน มองไปรอบๆ ก็สงสัยทำไมต้องจริงจังกันขนาดนั้นด้วย ฟุตบอลคือกีฬากระชับมิตรไม่ใช่เหรอ แต่คิดอีกทีมันไม่ใช่กับโรงเรียนนี้
แพ้.....คืออ่อน
ชนะ.....คือเก่ง
อย่าคิดมาก มึงแค่ยังไม่ได้รับโอกาส
ผมเงยหน้ามองคนที่มายืนทับเงาของผม พี่มุ้ยเป็นคนพูดประโยคนั้น ผมหันมองซ้ายขวา ไม่มีใครมีแค่ผมที่นั่งอยู่คนเดียว
เพื่อนพี่อาจจะพูดถูก ผมอาจจะบ้าไปเองที่มาขอร่วมทีม
ผมเงยหน้าตอบเขา พี่มุ้ยยื่นมือมาเขกลงตรงกลางหัวแรงๆ สองที ผมร้องยกมือขึ้นจับอัตโนมัติ
อย่าทำกูขายขี้หน้าดิ กูเป็นคนให้มึงได้เล่นนะ
ผมยู่ปาก ก็อยากจะทำนะแต่เท้าไม่เคยได้สัมผัสลูกจะไปมีโอกาสตอนไหนกัน ผมมองพี่มุ้ยเขายังคงก้มหน้ามายิ้มให้
ถ้าบอลไม่วิ่งมาหา มึงก็ต้องวิ่งเข้าใส่ เมื่อลงสนามมึงไม่จำเป็นต้องกลัวใคร ถ้ามึงมั่นใจว่าเท้าซ้ายของมึงมันวิเศษพอ
ผมฟังพร้อมกับก้มลงมงปลายเท้าของตัวเอง
นั่นสินะ...
เชื่อในความสามารถของตัวเอง การที่มึงมาตะโกนขอเล่นบอลกับทีมโรงเรียนได้ ก็ไม่มีอะไรที่มึงต้องกลัว
ผมจะทำให้ได้ ผมจะต้องทำให้ได้
ผมมองลูกฟุตบอลที่อยู่กลางสนามด้วยความแน่วแน่ เงยหน้ายิ้มให้พี่มุ้ยอีกครั้ง เขาเดินไปหาเพื่อนโดยหันกลับมาพูดกับผมอีกประโยคนึงก่อนจะเดินไป
พิสูจน์ให้กูเห็น ว่ากูเลือกคนไม่ผิด
ผมมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นเดินไป เขาหันกลับมามองผมพร้อมยกนิ้วให้ ผมพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวลงครึ่งหลัง
ส่งลูกมาให้กู
เริ่มเกมส์ได้แปดนาที ผมยืนใช้เท้าเหยียบบอลอยู่ริมเส้น พี่คนเดิมตะโกนขอบอลจากผมให้ส่งให้เขา ผมมองพี่คนนั้นก่อนจะมองปลายเท้าตัวเองช้าๆ พาลนึกไปถึงคำพูดของพี่มุ้ย

เมื่อลงสนามมึงไม่จำเป็นต้องกลัวใคร ถ้ามึงมั่นใจว่าเท้าซ้ายของมึงมันวิเศษพอ

ผมส่ายหัวเลือกที่จะเป็นคนเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ผมมองเห็นโอกาสจากช่องว่างเล็กๆ ของกองหลังทีมสีแดงที่ยืนอย่างหละหลวม
ผมมองไปตรงที่ว่างหน้าประตูเป็นจุดเดียวที่ทีมเราจะยิงเข้าได้ แต่ตรงหน้าผมมีตัวประกบมากไปผมผ่านไม่ได้แน่
อุ้ม ส่งมา
เสียงจากกลางสนามทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง พี่มุ้ยวิ่งนำไปรอตรงจุดที่ผมมองเอาไว้ จุดเดียวที่จะทำให้เราได้ประตู
ซึ่งขึ้นอยู่กับการส่งของผม....
ส่งลูกมาให้กู กูส่งให้ไอ้มุ้ยเอง
คนข้างหลังตะโกนขึ้น สีหน้าเขาไม่ไว้ใจและทำท่าจะวิ่งเข้ามาแย่งลูกจากเท้าของผม ผมไม่ให้เขาทำแบบนั้น ผมพาลูกหนีก่อนจะมองหาจังหวะสวยๆ
โยนมา!’
ผมมองไปที่พี่มุ้ยอีกครั้งเขาตะโกนเร่งให้ผมส่งบอลให้ ผมเรียกความมั่นใจก่อนจะกะจังหวะและคำนวนทุกอย่าง ผมใช้เท้าซ้ายสัมผัสลูกและยิงมันออกไปให้พี่มุ้ยที่ยืนรอ
ตุ้บ!
เฮ้ๆๆๆๆๆๆ
กองเชียร์สีน้ำเงินเฮลั่นสนามเมื่อลูกบอลจากปลายเท้าของผมโด่งข้ามกองหลังไปตกที่เท้าพี่มุ้ยพอดิบพอดี และเทพก็ไม่ทำให้ผิดหวังเล็งให้แม่นยำแล้วจ่อยิงจนเป็นประตู
ผมตะโกนเหมือนเป็นคนยิงเข้า วิ่งไปหาพี่มุ้ยที่ถูกทุกคนรุมกอด ชะงักเมื่อแทรกคนพวกนี้เข้าไปหาพี่มุ้ยไม่ได้
หมับ
เก่งมาก
พี่มุ้ยฝ่าทุกคนมากอดผมไว้ตอนที่ผมตัดสินใจจะหันหลังกลับไปที่เดิม เขาลูบหัวผมเบาๆ ทำให้ผมยกมือขึ้นตบหลังเขาแลกกัน
ผมยิ้มแก้มปริส่วนพี่มุ้ยยกนิ้วให้ผม
ตอนนี้ทีมสีแดงและสีน้ำเงินเสมอกัน 1-1 ถ้าจบแบบนี้ก็ดูดีทั้งคู่ แต่คงไม่ได้ชาติชายอัสสัมต้องไม่มีคำว่าเสมอ
ผมวิ่งขึ้นลงตามลูกฟุตบอล ตอนนี้พี่มุ้ยเป็นคนเลี้ยงลูกมาจากกลางสนาม ผมมองท่วงท่าการขยับตัวของพี่มันด้วยความชื่นชม
อุ้มรับ!’
ผมมองไปที่พี่มุ้ย เขาเตรียมยิงไกลส่งลูกมาให้ผมที่ยืนไม่ไกลจากหน้าประตู ผมกระพริบตาไม่คิดว่าเขาจะส่งมาให้ตอนไม่ได้สติแบบนี้ มัวแต่ชื่นชมจนเพลิน
อุ้ม!’
เขาตะโกนอีกครั้งตอนลูกมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของผม เขายืนหอบส่วนผมยกยิ้มมุมปากส่งไปให้เขา
ผมเบี่ยงตัวกลับมาพร้อมทั้งเลี้ยงลูกบอลไปหน้าประตู ผมอยู่ในกรอบเขตโทษที่มีกองหลังวิ่งตามมาเป็นพรวน
โอกาสแรกผมทำหลุดลอยไปเพราะผมไม่มีความมั่นใจ แต่ครั้งนี้ผมจะทำให้พี่มุ้ยรู้ว่าพี่มันเลือกคนไม่ผิดที่มาร่วมทีม
ฟิ้ววว ตุ้บ!
เฮ้ๆๆๆๆๆๆ
เสียงจากกองเชียร์ทีมสีน้ำเงินดังขึ้นอีกรอบ เมื่อลูกบอลที่ยิงด้วยเท้าซ้ายตุงตาข่ายทีมสีแดงอย่างสวยงาม
เย้ๆๆๆๆ ทำได้โว้ยยยยย
ผมร้องลั่นสนามอย่างดีใจ ความรู้สึกเหมือนเห็นลูกสอบติดหมอแต่ไม่ใช่ มันพูดออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยยิงเข้าแต่นั่นมันเทียบไม่ได้กับการมาร่วมทีมกับนักเตะที่เป็นขวัญใจ
ครั้งแรกในการเล่นบอลกับคนที่เป็นทีมชาติ.....
เก่งว่ะ
สุดยอด มึงก็เก่งนี่หว่า
บรรดาสารพัดจะเยินยอผมถูกรุมด้วยพี่ๆ ในทีมที่มาแสดงความยินดี ผมยิ้มให้พวกเขา ดีใจที่เป็นที่ยอมรับหลังจากเล่นมาจนเกือบจบเกมส์
แต่ทุกคนไม่ใช่คนที่ผมต้องการ
ผมมองลอดทุกคนที่ยืนกอดผมไปเห็นพี่มุ้ยยืนห่างออกไป เขายืนกอดอกแล้วยกนิ้วให้ ผมฝ่าวงล้อมคนพวกนั้นแล้ววิ่งเข้าไปหา
หมับ!
ขอบคุณนะพี่
ผมพุ่งเข้ากอดพี่มุ้ยเต็มตัว ซบหน้าลงกับบ่าแม่งภูมิใจว่ะ เกิดมาไม่เคยรู้สึกมีความสุขในการเล่นฟุตบอลขนาดนี้มาก่อน
มึงเก่งอยู่แล้ว
เขาลูบหัวของผม
ผมชอบให้เขาสัมผัสผมแบบนี้เวลาเรากอดกัน



อ่อสมัยที่มึงอ้วนเป็นหมูแล้วมาขอกูเล่นบอลอ่ะนะ
เสียงของพี่มุ้ยทำผมหลุดออกจากภวังค์ เหตุการณ์ในอดีตทั้งหมดที่กำลังอยู่ในหัวถูกคำพูดเขาตีออกเป็นเสี่ยงๆ
ผมหันไปมองค้อนใส่คนที่ซดน้ำมาม่าคำสุดท้ายก่อนจะวางถ้วยลงไว้ที่โต๊ะโทษฐานที่พูดจาไม่เข้าหู
ไม่ได้อ้วน ตอนนั้นมันยังไม่ยืด ผมตอบพี่มุ้ยนั่งกอดอกมองยิ้มๆ ให้ผม
5555 โอเคมึงน่ารักอยู่แล้ว พอใจยัง ผมเบะปาก ตบหัวแล้วลูบหลังนี่หว่า
ผมไม่พูดอะไรแต่เลือกที่จะเขยิบเข้าไปใกล้ๆ แล้วกอดเขาไว้ทั้งตัว ซบหัวลงที่บ่าของพี่มุ้ย ผมไม่พูดเขาก็ไม่พูด แต่แปปเดียวพี่มุ้ยก็เลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ
ขอบคุณนะตอนนั้นที่เลือกผม ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของพี่มุ้ย
หมายถึงเลือกเล่นบอลหรือเลือกมาเป็นแฟน เขากอดผมไว้แล้วโยกตัวไปซ้ายขวา มือของเขายังลูบหัวผมเบาๆ เพราะรู้ว่าผมชอบมัน
ทั้งสอง ผมรักพี่มากนะ เงยหน้าขึ้นมาบอกที่หูพี่มุ้ย ก่อนจะซบหน้าลงกับบ่าอีกครั้ง
กูก็รักมึงอุ้ม
ผมยิ้มกว้างกระชับแขนเพื่อกอดพี่มุ้ยให้แน่นขึ้น ส่วนพี่มุ้ยก็ทำเหมือนกันกับผมก่อนจะกดปลายจมูกที่กลางกระหม่อมอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ

ผมพิสูจน์แล้วนะ.....ว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา





พี่เลือกคนไม่ผิดจริงๆ




By NanZnn

ฟิคแก้บนเนื่องในโอกาสที่เมืองทองชนะบีจี 5 - 0 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น