วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

TONGPRINCE :: SOMEONE 2



ตองปริ้น.......2



            วันที่ 3 ของการเก็บตัว

           
            มองอะไรพี่ตอง ผมสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เมื่อไอ้เก่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามผมถามขึ้นมา ผมละสายตาจากสิ่งที่มองอยู่กลับมามองหน้ามัน ก็เห็นมันมองมาที่ผมอย่างสงสัย
            เรียกเสือกไหมล่ะแบบนี้
            มองไปเรื่อย ผมตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานอย่างตั้งใจอีกครั้ง
            ผมแอบเห็นนะว่าไอ้เก่งมันหันหลังกลับไปมองตรงจุดที่ผมวางสายตาไว้เมื่อครู่นี้
            แต่โชคดี...คนที่ผมมองอยู่เดินไปที่อื่นแล้ว
            ไม่เห็นมีอะไรเลย มันพึมพำ กับเรื่องบอลมึงจริงจังอย่างนี้ไหมเก่ง ทำไมเรื่องคนอื่นมึงถึงต้องตั้งใจขนาดนี้ด้วย
            จะแดกไหมข้าวอ่ะ ไม่ต้องสนใจกูมากก็ได้ ผมพูด มันหันหน้ากลับมาก่อนจะเบะปากใส่แล้วก็จบด้วยการกินข้าวพร้อมกับหันไปคุยกับคนอื่นอย่างออกรสชาติ
            เสือกเรื่องกูไม่ได้ก็เสือกเรื่องคนอื่นนะมึง เก่งสมชื่อมึงจริงๆ
            เสือกเก่ง....
            ผมมองกลับไปที่เดิมอีกครั้ง ก่อนจะนึกย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งนาทีก่อนหน้านี้ ที่ตรงนั้นเคยมีใครบางคนนั่งกดโทรศัพท์อยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย สีหน้าที่ไม่แสดงอะไร ทั้งๆ ที่ตรงนั้นก็มีไอ้อุ้มไอ้เจ รวมถึงคนอื่นๆ กำลังนั่งร้องเพลงกันอย่างเฮฮา
            แต่มันก็เพียงแค่ฟัง...และปรายตามอง

            ก็ไม่ได้พิเศษอะไร ผมก็แค่มองเฉยๆ


ผมก็แค่มองเด็กดอย....



            หลังจากซ้อมรอบเย็นก็เป็นช่วงเวลาพักผ่อน ตอนนี้เกือบหกโมงแล้วมีฝนตกลงมาปรอยๆ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตกลงมาห่าใหญ่ ทำให้พวกเราต้องซ้อมกันท่ามกลางสายฝน แม้จะหวั่นว่าไข้จะถามหาแต่พวกเราก็เลิกซ้อมไม่ได้ เป็นนักกีฬาต้องแข็งแรง
            ผมเดินมานั่งหลบฝนอยู่ในคอร์สแบต อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ สักพัก คิดอะไรเรื่อยเปื่อยแล้วค่อยกลับที่พัก เรื่องที่ผมอยากคิดคงหนีไม่พ้น
            เรื่องของตั้ม...
            วันนี้ทั้งวันเหมือนสวรรค์เล่นตลกกับผม ไม่ว่าจะหันไปไหน หรือไปที่ใดๆ ก็เจอตั้มกับพี่เอ็มสวีทกันตลอดเวลา
            เหมือนยิ่งเลี่ยงยิ่งเจอ
            แล้วแบบนี้ผมจะตัดใจได้ไง
            เอี๊ยด เอี๊ยดด
            ผมหันไปมองที่หน้าประตู เมื่อได้ยินเสียงพื้นรองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นโรงยิม ผมแปลกใจนะเพราะไม่คิดว่าจะมีใครคิดจะมาตีแบตกันในเวลานี้
            แล้วต้องแปลกใจหนักกว่าเมื่อผมเห็นหน้าคนที่เดินเข้ามาครบทุกคน
            ตั้ม แบ็ค เก่ง บาส และ......
            ไอ้เด็กหน้าตาย.....
            มากับเขาด้วยเหรอวะ
            ผมสงสัยจริงๆ ว่ามันอยากเล่น โดนบังคับหรือเต็มใจ หน้ามันไม่มีอารมณ์ใดๆ เลย
            อ้าว พี่ตอง มาทำอะไรที่นี่คนเดียวพี่ ตั้มทักเป็นคนแรก ผมยิ้มให้บางๆ ตั้มยิ้มให้ผมนะแต่ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันไม่ได้พิเศษไปกว่าคนอื่นเลย
            ก็แค่รอยยิ้มของน้องที่มอบให้คนเป็นพี่
            ว่าจะมาหลบฝน นี่ก็จะกลับละ ผมตอบกลับไป ตั้มพยักหน้าให้
ผมมองตั้มที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด มีข้อความเข้ามา ตั้มยิ้มร่าไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถูกส่งมาจากใคร ผมเลิกสนใจเลือกที่จะเบนสายตาไปมองไอ้คนที่ยืนอยู่ห่างออกไปไกลกว่าคนอื่นแทน
            แต่คนที่ถูกผมมองเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจ มันเดินหนีไปนั่งที่เก้าอี้เฉยเลย
            ทำไมต้องเมินกูขนาดนั้นวะ
            พี่จะกลับเลยหรือเปล่า อยู่เล่นแบตกับพวกผมก่อนไหม ไอ้แบ็คมันถาม ส่วนผมยืนเคว้งคนเดียว พวกมันทุกคนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ วางของและเตรียมวอร์มที่จะออกกำลัง
            เอาดิ กูเล่นด้วย ผมตอบออกไปสวนทางกับความต้องการเลย
เอาตามตรงไม่ได้อยากเล่นหรอก ผมอยากนอนแต่ปากไม่พูดตาม ผมแค่อยากจะเห็นว่าไอ้เด็กหน้าตายมันจะทำหน้ายังไงเวลาที่มันเล่นแบต
            กับผม......
            งั้นเดี๋ยวผมกับไอ้เก่งเล่นสองคน พี่ก็ไปเล่นกับพวกไอ้ตั้มละกัน เล่นคู่ไปเลย ไอ้บาสมันจัดแจงให้
            ดีสิ เข้าทางผมพอดี
            มึงมาคู่กับกู ผมรับไม้แบตมาจากไอ้แบค ก่อนจะชี้ไปที่ไอ้เด็กดอย มันเลิกคิ้วมองผมนิ่งๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายและเดินมาหยุดอยู่ข้างผม
            ก็ดูว่าง่ายดีนี่หว่า
            บอกไว้ก่อนว่าอย่าถ่วงผม มันพูดนิ่งๆ ก่อนจะเดินผ่านหน้าผมไปยืนรอในสนาม ผมอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ไอ้...ไอ้....

            กูขอถอนคำพูดเมื่อกี้ที่บอกว่ามึงว่าง่าย...ไอ้ห่าปริ้น!


            แฮ่ก แฮ่ก...
            ไม่ไหว....กีฬาเหี้ยนี่เหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยมาก เห็นคอร์สเล็กๆ แค่นี้แต่กูวิ่งวนไปวนมาไกลกว่ารอบสนามฟุตบอลอีก
            ฟุบ
            เย้ ชนะเว้ยยย ผมทรุดลงนอนบนพื้นกางแขนขาพร้อมๆ กับเสียงของไอ้ตั้มตะโกนลั่นอย่างดีใจ มันชนะผมไปแบบฉิวเฉียด
            21 – 10 , 21 – 12 , 21 – 9
            เห็นไหมคะแนนห่างกันไม่เยอะ
ต้องยอมรับจริงๆ ว่าตั้มกับไอ้แบ็คเล่นแบตเก่งพอๆ กะเตะบอลเลย
            ผมหลับตาลงพักเหนื่อย อยากนอนตรงนี้นานๆ เมื่อกี้วิ่งรับลูกแบบลืมตาย ปากนี่อ้าตลอดต้องช่วยเอาอ็อกซิเจนเข้าปอดแบบด่วนๆ
แต่ไม่นานผมก็ต้องลืมตาตื่นมามอง เมื่อมีอะไรมาสะกิดที่ต้นขาคาดว่าน่าจะเป็นไม้แบตของใครสักคน
และคนๆ นั้นคงหนีไม่พ้นคู่เล่นแบตของผมเมื่อสักครู่นี้
อนาถมาก ฟังมันพูดนี่เหนื่อยกว่าเล่นแบตอีกครับ
พูดดีๆ หน่อยปริ้น แฮ่กๆ กูเล่นไม่เก่งนี่หว่า ผมตอบกลับ มันเบะปากส่ายหัวให้ผมแบบปลงๆ
จริงๆ ไอ้ปริ้นเป็นอีกคนที่เล่นแบตเก่งพอๆ กับไอ้ตั้มไอ้แบ็คเลยมันรับได้เกือบทุกลูก
ก็จริงพี่เล่นไม่เป็นแล้วยังอยากจะมาเล่น บอกแล้วไงว่าอย่าถ่วงผม ถ้ามันไม่พูดผมคงรู้สึกแย่น้อยกว่านี้ เริ่มสงสัยละว่ามันเกลียดอะไรผมหรือเปล่า
ผมนี่สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เลย จะสู้กับมันนี่ท่องนะโมพอจะช่วยได้ไหม หรือต้องบทชิณบัญชรถึงจะเอาอยู่
น่าเบื่อ มันพูดคำสุดท้ายก่อนที่หันหลังกลับแล้วปล่อยผมไว้ตรงนี้
แต่ผมไม่ปล่อยให้มันเดินไปแน่ๆ
หมับ!
เฮ้ย!”
เฮ้ยยยยยยย/เฮ้ยยยยยยยย/เฮ้ยยยยยยยย
อุก!”
ผมคว้าเข้าที่ไม้แบตของไอ้ปริ้น ตั้งใจแค่จะให้มันหันกลับมาหาผม อะไรวะอยู่ดีๆ มาด่าแล้วเดินจากไป จะมาปล่อยทิ้งไว้กลางทางแบบนี้ไม่ได้
แต่เหมือนว่าจะอยู่เหนือความคาดหมายของผมไปสักหน่อย เมื่อไอ้ปริ้นดันเสียหลักล้มลงมาทับผมแบบพอดิบพอดี
ทั้งไอ้ปริ้นและคนอื่นๆ พร้อมใจกันตะโกนเสียงดังลั่น
ส่วนผมจุกสิครับรอเหี้ยอะไร ไม่ได้โรแมนติกอะไรทั้งสิ้นตัดความคิดนั้นออกไปให้หมด
เข่ามัน....เต็มๆ น้องชายผมเลย
สัด........ ทำไมกูต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่คนเดียวด้วย
จุก!!
ผมค่อยๆ เงยหน้ามองมันที่ยังทับอยู่บนตัวผม จะอ้าปากยังไม่มีแรง พูดไม่ออก
เจ็บ.... มันพูดสั้นๆ ด้วยสีหน้าที่เปลียนไปนิดนึง หึ มันเป็นฝ่ายทับจะเจ็บอะไรวะ
ผมกำลังจะอ้าปากด่าที่มันลามปามด่าผมหลายครั้ง แถมยังล้มทับส่วนอ่อนไหวในท่วงท่าที่น่าหวาดเสียว แต่พอมองต่ำลงไปที่แขนก็ตกใจเมื่อข้อศอกมันมีรอยถลอกจนเลือดไหลซิบๆ
ไอ้ปริ้น! เป็นไรวะ ไอ้เก่งวิ่งเข้ามาดูเป็นคนแรก มันค่อยๆ พยุงไอ้ปริ้นขึ้นนั่ง
ส่วนผมก็รีบลุกขึ้นนั่งเหมือนกันก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ แผลไม่ใหญ่แต่ยังไงก็น่ากลัว คงเจ็บไม่น้อย
เล่นไรกันอ่ะพี่ เลือดออกเลย พี่โก้รู้โดนดุแน่ ไอ้บาสพูดสีหน้าจริงจัง
ผมนั่งหน้าหงอย เหมือนเรื่องกับตาลปัตป่ะวะ ทำไมกูโดนด่า เอ๊ะ กูว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาด
แผลแค่นี้ไกลหัวใจ จะโวยวายกันทำไมวะ ผมมองไอ้ปริ้นที่นั่งกุมข้อศอกอยู่ใกล้ๆ มันเงยหน้ามองผมก่อนจะส่ายหัวไปมา
แหนะ! ทำหน้าระอาใส่กูแบบนั้นคืออะไรวะ
ไอ้เด็กนี่!
คนอะไรสอนคนอื่น แต่ไม่เคยสอนตัวเอง มันพูดขึ้น ทำเอาผมและคนอื่นๆ งงเป็นไก่ตาแตก
หมายความว่าไงไอ้ปริ้น ผมถาม
เอ่อ.....กลับห้องกันไหม ดึกแล้ว ตั้มพูดแทรกคงเห็นว่าผมเริ่มมีสีหน้าไม่ดี ผมเองก็ไม่ได้พูดอะไร
อืม ไอ้ปริ้นตอบสั้นๆ มันจงใจไม่มองหน้าผม มันลุกขึ้นยืนพร้อมคนอื่นๆ ก่อนที่จะพากันไปเก็บของเพื่อจะกลับที่พัก
ส่วนผมมาแต่ตัว ก็เตรียมกับแต่ตัว
ถามจริงปริ้น มึงเกลียดอะไรกูป่ะ ผมที่ตั้งใจเดินรั้งท้ายพูดถามคนที่เดินนำหน้าไปไม่กี่ก้าวอย่างอดไม่ได้
มันชะงักฝีเท้าเมื่อผมถามคำถามจบ 4 คนข้างหน้าเดินห่างออกไปจนตอนนี้เหลือแค่ผมกับมัน มันเงียบและเดินต่อแต่ผมไม่ เดินเร็วขึ้นเพื่อไปขวางหน้ามันไว้จนมันต้องหยุดเท้าลง
ผมค้างคาใจว่ะ คนไม่เคยเจอกันแต่มันตั้งแง่กับผมเหลือเกิน ผมเองก็สงสัยว่าบางทีผมอาจจะเคยไปทำอะไรให้มันไม่พอใจในอดีต
เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเราควรต้องปรับทัศนคติที่มีต่อกันอย่างด่วนๆ
เกลียดอะไรกู ผมถามย้ำ มันถอนหายใจ
เปล่า มันปฏิเสธ ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องตอบแบบนี้
งั้นต่อไปนี้ก็ช่วยพูดกับกูให้มันดีๆ กูเป็นพี่เคารพบ้าง ผมกอดอกมองอย่างจริงจัง
มันยกมุมปาก ไม่ใช่ยิ้มแต่เหมือนเยาะเย้ย
จำเป็นเหรอ ในเมื่อพี่ยังไม่เคยเคารพตัวเองเลย มันตอบกลับมา แต่คำตอบของมันทำเอาผมงงหนักเข้าไปใหญ่
หมายความว่าไง กูไม่เข้าใจหรอกนะ
งั้นก็เชิญพี่โง่ต่อไป หลบผมจะกลับห้อง มันดันตัวผมให้พ้นทางมัน ส่วนผมก็ได้แต่มองตามหลังมันไปอย่างไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง พูดจากำกวมด้วยสีหน้าเรียบเฉยขนาดนั้นได้ยังไง
มึงคิดอะไรในใจกันแน่วะไอ้ปริ้น
แต่แล้วจู่ๆ มันก็หยุดเดินแล้วเอี้ยวตัวกลับมา ทำให้ผมต้องเงยหน้ามองมัน เงียบอยู่นานก่อนที่มันจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น
คนเราไม่ควรทำร้ายใครโดยเฉพาะหัวใจตัวเอง ถ้าคนที่ทำแบบนี้ได้ คือคนที่ผมมองว่าไร้ค่า ไม่น่าเคารพที่สุด ผมคิดว่าพี่น่าจะเข้าใจ มันพูดประโยคที่ยาวที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา พูดจบมันก็เดินจากไปเหลือไว้แค่ผมกับลมหนาว
ผมยืนค้างที่เดิม ฝนหยุดตกแล้วแต่ผืนหญ้ายังเปียกชุ่มอยู่ ประโยคสุดท้ายที่ไอ้ปริ้นทิ้งไว้ยังดังก้องอยู่ในหัวของผม
ผมคิดตามที่มันพูดอยู่หลายนาที ก่อนที่ผมจะหลุดยิ้มออกมา
หึ....
ก็ถ้าผมเข้าใจถูกต้องน่ะนะ…….

งั้นมึงอาสาจะมารักษาหัวใจกูที่ถูกกูทำร้ายไหมล่ะปริ้น....

ก็ถ้าผมเข้าใจถูกต้อง......ผมคงลืมตั้มได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน
ไม่แน่ก่อนจบแคมป์นี้....ผมอาจจะมีแฟนเหมืนคนอื่นก็ได้




มึงมันน่าสนใจจริงๆ นั่นล่ะไอ้เด็กดอย.....


            


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น