วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558

TONGPRINCE :: SOMEONE 10



ตองปริ๊น........10
         

PRINCE TALK


          2 อาทิตย์ต่อมา

          ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ
          ผมซ้อมบอลอยู่ในสนามมาร่วมสามสิบนาทีแล้วครับ ทุกคนในทีมไม่ว่าตัวจริงหรือตัวสำรองก็ถูกเรียกมาฟิตความพร้อมกันทั้งหมดในวันนี้ หลังจากกลับจากเก็บตัวทีมชาติทีมเราก็มีแข่งเก็บคพแนนมาเรื่อยๆ และเราจะมีแข่งกับสโมสรที่ใหญ่และน่ากลัวมากในวันพรุ่งนี้
        เมืองทอง ยูไนเต็ด
          ทีมนั้นที่มีเขา......กวินทร์
          เป็นสองอาทิตย์ที่ผมอยู่กับความเศร้าและเป็นสองอาทิตย์ที่เขาไม่ติดต่อผมมาเลยสักช่องทาง ในใจลึกๆ ก็แอบหวังนะครับว่าพี่ตองจะติดต่อผมมาเพื่ออธิบายอะไรก็ได้ แต่นี่ก็ไม่มี
มันชัดเจนอยู่แล้ว คำตอบทั้งหมดพี่ตองตอบผ่านสายตาที่มองตั้มในวันนั้นหมดแล้วจริงๆ
          พี่ปริ๊นโค้ชให้พี่ลงไหมพรุ่งนี้อ่ะ ไอ้ฟาร์มมันเดินมาเดาะบอลอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะถามขึ้น ผมส่ายหัวก่อนจะตอบ
          สำรองมั้ง ไม่รู้สิ มันพยักหน้าให้ก่อนจะเดินถือบอลไปหาคนอื่นในทีม อยู่กับผมก็ป่วนไม่สนุกมันหรอก
ผมกลับมาสนใจฟุตบอลที่อยู่ใต้เท้า จากแมตซ์ที่ผ่านมาโค้ชค่อนข้างกลัวสติของผม ผมลงเล่นในนัดที่แข่งกับสุพรรณ ผมหลบทุกคนจนไปถึงด่านสุดท้าย แต่จู่ๆ ผมก็ชะงักเมื่อถึงหน้าประตูและกำลังจะยิง ผมไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แต่ขาและสมองมันเป็นไปเอง
จำได้ว่าตอนนั้นโดนต่อว่าจากผู้ใหญ่ในทีมที่ผมไม่แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับการเล่นเพื่อทีม
ผมผิดเอง....
ผมก็หวังว่าพรุ่งนี้ผมจะไม่ถูกเรียกให้ลง ผมไม่อยากลง
ผมไม่อยากเจอพี่ตอง

ตื่อดือดึ้ง!
ผมกำลังสวมเสื้อหลังจากอาบน้ำเสร็จ เสียงไลน์แจ้งเตือนว่ามีคนส่งข้อความเข้ามา ตอนนี้เกือบๆ หกโมงเย็น หลังซ้อมเสร็จผมขอกลับห้องปฏิเสธการชวนจากคนในทีมว่าจะไปกินข้าวกันที้ร้านประจำ
BACK AD8 : กูมาถึงเชียงรายละนะ
BACK AD8 : *ติ๊กเกอร์*
ผมเปิดอ่านเป็นข้อความของไอ้แบ็คส่งมาพร้อมติ๊กเกอร์รูปหมีกอดหัวใจ ผมหลุดขำไม่คิดว่ามันจะแบ๊วได้
PRINCE : เจอกันพรุ่งนี้
ผมตอบกลับไปอย่างรวดเร็วและไม่นานก็ขึ้นว่าอ่านแล้วจากอีกฝ่าย ผมเปิดหน้าจอรอเขยิบตัวเองขึ้นไปนอนบนเตียงเพื่อจะคุยกับมัน
BACK AD8 : โดนกูยำเละแน่!
BACK AD8 : ระวังไว้เหอะมึง หึหึ
ผมหัวเราะให้กับประโยคของมัน มันใช่เหรอแบ็คผมขำไปก็พิมพ์ตอบกลับมันไป ขึ้นอ่านเลยเหมือนรออ่านอยู่แล้ว
PRINCE : มึงเพ้ออะไร
PRINCE : มึงลงไม่ได้
PRINCE : มึงมาเฝ้าไอ้นิว
PRINCE : อย่าเวิ่น
ผมหลุดขำไม่นานมันก็ตอบกลับมา
BACK AD8 : ไอ้ห่า!
BACK AD8 : ว่าแต่พรุ่งนี้มึงโอเคนะ
ผมอ่านคำถามนั้นของมันก็สงสัย โอเคเรื่องอะไรผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องอาการบาดเจ็บของผมเพราะก่อนหน้านี้ผมข้อเท้าพลิกต้องไปหาหมอ
PRINCE : กูโอเค แข็งแรงดี
BACK AD8 : ไม่ได้หมายถึงเรื่องขา
BACK AD8 : หมายถึงเรื่องจิตใจ
BACK AD8 : พี่ตองลงเป็นประตูมือ1 ถ้ามึงต้องเจอมึงโอเคใช่ไหม?
จะให้ผมตอบยังไงกลับไปดี ตอนนี้หัวใจผมมันเต้นรัวเหมือนตีกลอง แค่ได้อ่านชื่อผมยังมือสั่นขนาดนี้
ผมจ้องมองข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอนั้นอยู่นาน ถือมันค้างเอาไว้อย่างนั้นจนไอ้แบ็คส่งติ๊กเกอร์หมีร้องไห้มาให้ผมเมื่อเห็นผมเงียบไปเกือบสองนาที
สุดท้ายผมก็เลือกจะตอบข้อความมันกลับไป
PRINCE : ถึงกูไม่โอเคกูจะทำอะไรได้
PRINCE : ไม่ต้องห่วง ความรู้สึกแบบนี้กูสัมผัสมันจนชินแล้ว
PRINCE : กูเจ็บคนเดียวมาสองปีแล้วนี่มึงก็รู้
PRINCE : กูคงไม่ดีไปกว่านี้หรอก
ผมกดออกจากหน้าต่างสนทนา แม้ว่าไอ้แบ็คมันจะส่งอะไรมาอีกหลังจากนั้นผมก็เลือกที่จะไม่เปิดอ่าน
อยากย้อนเวลากลับไปจัง.....
ย้อนกลับไปในวันที่ผมไม่รู้จักคนชื่อกวินทร์เลยยิ่งดี เจ็บปวดนะตกหลุมรักคนที่ไม่มีวันหันมามองเราเนี่ย มันทรมานอย่างหาอะไรเปรียบไม่ได้เลย รักต่อไปก็เจ็บปวด เลิกรักก็เสียใจ
จะเลือกทางไหนก็เป็นตายเท่าๆ กัน

วันต่อมา.....
14.30 น.
ผมเดินเข้ามาในสนามพร้อมกับไอ้ฟาร์มและคนอื่นในทีม อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าทีมเชียงรายกำลังจะเจอศึกหนัก เพราะฉะนั้นจะซ้อมเล่นๆ เหมือนทุกวันไม่ได้
พวกเราทีมเหย้าได้สิทธิ์ในการเป็นเจ้าบ้านซ้อมในสนามก่อนจนถึงสี่โมง หลังจากนั้นจนถึงหกโมงก็เป็นของทีมเยือนได้ลงสนามเพื่อปรับตัว ก่อนที่จะกลับเข้าไปเก็บตัวในห้องรอเวลาหนึ่งทุ่มตรงการแข่งขันก็จะเริ่มขึ้น
สรุปพี่ลงป่ะ ไอ้ฟาร์มมันถามขึ้นหลังจากมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างสนาม ผมกำลังใส่สตั๊ดส่วนมันกำลังใส่ถุงเท้า
น่าจะสำรอง ผมไม่ค่อยได้ลงตัวจริงเท่าไหร่ถ้าเจอทีมใหญ่ๆ อย่างบุรีรัมย์หรือชลบุรี แล้วนี่เจอทีมอันดับสองของตารางก็น่าจะแนวเดิมคือลงสำรองไว้
ผมอยากลงตัวจริงอ่ะพี่ อยากเจอพี่มุ้ยกับพี่ตัง มันจะไปกวนตีนเขาอ่ะดิ ผมส่ายหัว อยากลงก็ไปขอโค้ชนู่นไป
โค้ชอยู่กลางสนามไปบอกดิ ผมบู้ยปากไปตรงตำแหน่งของโค้ช ไอ้ฟาร์มเงยหน้าไปมองก่อนจะทำท่าตกใจ
ใครจะกล้า ผมแค่ล้อเล่นหรอกน่า มันนั่งขำบ้าบอของมันไป ส่วนผมเลิกสนใจไร้สาระ
หลังจากแต่งตัวเสร็จผมก็ลงไปซ้อมกับคนอื่น สิบเอ็ดตัวจริงรวมถึงตัวสำรองอีกห้าคนซ้อมตามแผนของโค้ช ไม่มีอะไรมากหรอกครับแค่ทวนแท็กติกกันอีกครั้ง ไม่ได้ลงแรงมากเพราะเดี๋ยวจะหมดแรงก่อนได้แข่งจริงเสียก่อน
เลิกซ้อมๆ ทีมเยือนเขามารอแล้ว กำลังซ้อมโหม่งอยู่ขอบสนามเสียงของโค้ชก็ดังขึ้นจนพวกเราทุกคนหันไปมอง รวมถึงผมด้วย
ทีมเชียงรายหยุดการซ้อมทุกอย่างพร้อมกับค่อยๆ เดินกลับออกไปที่ห้องพักนักกีฬาแม้กระทั่งคู่ซ้อมของผมก็ปล่อยลูกฟุตบอลวางไว้ที่พื้นหญ้าแล้วเดินกลับไปเช่นเดียวกัน
ไม่นาน....ผู้มาใหม่ก็เดินเข้ามาในสนามเรื่อยๆ จนตอนนี้ในสนามเต็มไปด้วยผู้เล่นสวมเสื้อซ้อมสีแดงตัดดำ
ปริ๊น!” ผมหลุดจากภวังค์เมื่อมีคนเรียกชื่อของผม ผมหันมองรอบตัวตอนนี้ในสนามเหลือแค่ผมที่เป็นผู้เล่นของทีมเชียงราย
ว่าไง ผมยิ้มให้ก่อนจะจับมือมันเข้ามาใกล้แล้วใช้ไหล่กระแทกกันเหมือนทุกครั้งที่เจอแล้วทักทาย
ซ้อมเสร็จแล้วก็ไปดิ สนามนี้ของทีมกูนะเว้ย ไอ้ตังมันหัวเราะ โบกมือไล่ให้ผมไปไกลๆ กวนตีนไปอีก
เออ ไปและ ผมส่ายหัวส่วนไอ้ตังมันหัวเราะเยาะผมไม่หยุด ผมยกนิ้วกลางให้อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเดินออกจากสนามไป
กึก
อีกแค่ไม่กี่ก้าวผมก็จะเดินหนีเขาพ้นแล้วแท้ๆ แต่ทำไมต้องให้เจอ
ผมชะงักเมื่อคนที่กำลังเดินสวนมาคือประตูบินได้ของทีมเมืองทอง ผมตั้งใจจะเดินผ่านตอนที่เขามัวแต่ก้มหน้าใส่ถุงมือแต่ก็ไม่รอด พี่ตองเงยหน้าขึ้นมาพอดี เขาเห็นผมเหมือนกัน ผมมองเขาแค่เพียงแวบเดียวก็หลบสายตาแล้วเดินผ่านไปเหมือนเขาไม่มีตัวตน
หมับ
ปริ๊น... ผมค่อยๆ ดึงแขนที่พี่ตองจับอยู่ออกมาช้าๆ หันไปมองเขานิ่งๆ โดยไม่ได้พูดอะไร
ทำสายตาเจ็บปวดทำไม....ในเมื่อพี่เลือกจะรักตั้มก็อย่าทำสายตาแบบนี้กับผม ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าลดศักดิ์ศรีของตัวเอง อย่ารักคนอื่นจนหน้ามืดตามัว
บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำแบบนั้น.....ให้ผมทำมันคนเดียวก็พอ
ผมเดินจากมาโดยปล่อยเขาไว้ตรงนั้น ไม่มีเสียงเรียกหรือร้องขออะไรจากผู้ชายคนนั้น พอแล้วมั้ง มันควรพอได้แล้ว
18.55 น.
ผมเดินออกมาที่สนามพร้อมด้วยผู้เล่นตัวจริงที่อยู่ในชุดพร้อมแข่ง ผมนั่งลงที่เก้าอี้ผู้เล่นสำรอง เสียงกองเชียร์ดังสนั่นทั้งทีมเหย้าและทีมเยือน เสียงกลองเสียงร้องเพลงมันส่งผลต่อพละกำลังของนักเตะเอามากๆ แม้เมืองทองจะมาเป็นทีมเยือนแต่กองเชียร์เขาเยอะไม่แพ้ทีมเราเลย
ปี๊ดดดด
เสียงนกหวีดดังขึ้นการแข่งขันก็เริ่มต้น ฝ่ายเมืองทองได้เขี่ยลูกก่อน ผมนั่งดูเกมส์ในสนามอย่างลุ้นระทึก พูดเลยว่าเกมส์เชียงรายค่อนข้างเป็นรอง ฝ่ายทีมเยือนบุกหนักมาก เราเองก็เล่นเกมส์รับเสียด้วยไม่หวังชนะของแค่เสมอได้ 1 แต้ม
จบครึ่งแรกพวกเราทำได้ 0 – 0 ขอแค่เล่นได้แบบนี้ไปจนครับเก้าสิบนาที ใช้เวลาพักประมาณยี่สิบนาทีผู้เล่นทุกคนก็ถูกเรียกลงสนามอีกครั้ง
ไงมึง ไอ้แบ็คเดินมาหาผมถึงเก้าอี้ฝั่งเชียงรายเลยครับ เกมส์ครึ่งหลังเริ่มต้นแล้ว ผมหันกลับมามองมัน สภาพภายนอกมันดูปกติดีไม่เหมือนคนเพิ่งผ่าตัดมา ผมเขยิบให้มันนั่งลงข้างๆ
สบายดี ไอ้นิวมันลงด้วยนิ
ใช่ กูอยากลงว่ะ คิดถึงสนามจะแย่ สีหน้ามันเศร้าลง ผมทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ตบไหล่
ไอ้แบ็คหันมามองหน้าผมคำถามที่สื่อผ่านสายตามันมาผมเข้าใจดี ผมยิ้มให้ก่อนจะส่ายหัวให้มันรู้ว่าผมไม่เป็นอะไร เรื่องแค่นี้
ถ้ามึงต้องลงไปเจอกับเขา มึงจะโอเคใช่ป่ะวะ ไอ้แบ็คมองไปที่ประตูฝั่งตัวเอง ผมมองตามไป เขาอยู่ในเสื้อสีเทาสีหน้ามุ่งมั่นยามที่ขยับร่างกายไปมา
ผมหันหน้ากลับมาหาไอ้แบ็ค
กูอนุญาตให้มึงเตะอัดพี่ตองได้เท่าที่มึงอยากทำ มันพูดขำๆ ทำเอาผมหลุดยิ้ม ถ้าทำได้ก็ดีน่ะสิ
เฮ้ย
เสียงตะโกนดังขึ้นเรียกความสนใจของผมกับไอ้แบ็คได้เป็นอย่างดี ทีมของผมลุกขึ้นยืนเกือบทั้งหมดเมื่อมีผู้เล่นคนหนึ่งในทีมบาดเจ็บจากการโดนสกัดของกองหลังเมืองทอง
ผมหันไปมองเมื่อมีมือมาสะกิดที่ไหล่ โค้ชส่งสัญญาณให้ผมเริ่มวอร์มร่างกาย เมื่อตำแหน่งนั้นต้องส่งผมลงไปแทน
สู้ๆ มึงได้โอกาสอัดเขาคืนละ ไอ้แบ็คลุกขึ้นยืน มันยิ้มให้ก่อนจะขอตัวเดินกลับไปยังที่นั่งของฝั่งตัวเอง
ผมวอร์มไม่นานก็ต้องลงสนามพยายามวิ่งไปเรื่อยๆ ให้เครื่องมันร้อน เหลือเวลาอีกไม่เกินยี่สิบนาทีตอนนี้ยังเสมอ0-0
ตุ้บ!
ผมยืนหอบเมื่อลูกฟุตบอลที่ผมเตะออกจากเท้าปลิวเข้าสู่มือของนายทวารเมืองทองอย่างแม่นยำ พี่ตองเงยหน้ามามองผม แต่ผมหันกลับไปหาเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ
เวลาดำเนินไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ช่วงทดเวลา ทีมเมืองทองจากที่บุกหนักในตอนแรกเริ่มแผ่วปลาย พวกผมเองก็ใช่ว่าจะไม่เหนื่อย เกมส์รับเริ่มละหลวมเมืองทองหวิดได้ประตูจากการสกัดพลาดก็หลายรอบแต่ก็ถือว่ายังควบคุมได้ดี
ทดเวลา 3 นาที
ขอแค่จบสามนาที 1แต้มก็ไม่น่าผิดหวัง เสียงกองเชียร์ดังสนั่นยิ่งใกล้จบเกมส์ยิ่งลุ้นระทึกหัวใจ
ปริ๊น!” ผมหันไปมองในขณะที่วิ่งอยู่ปีกด้านซ้าย เพื่อนในตำแหน่งกองกลางเป็นคนตะโกนเรียกผม ช่องว่างที่เกิดขึ้นทำให้ผมรู้ว่าควรทำยังไง
ผมวิ่งเข้าไปรอที่กรอบเขตโทษ ลูกบอลถูกส่งจากปลายเท้าค่อยๆ ลอยโด่งข้ามกองหลังของเมืองทองจนมาตกที่ตัวผม
จะด้วยเสียงเชียร์หรืออะไรก็แล้วแต่ทำให้ผมหลีกกองหลังจนพาบอลไปจ่อที่หน้าเขตโทษ ผมชะงักเท้าที่กำลังจะง้างยิง พี่ตองมองมาที่ผมด้วยสายตาที่จริงจัง
นั่นสิ....ผมก็ต้องจริงจังเหมือนกัน
ผมก็ต้องทำเพื่อทีม
ฟิ้วว! ตุ๊บ!
เฮ้!!!!!!!
เสียงเฮลั่นสนามตามมาด้วยเสียงกลองเสียงโห่ร้องดีใจ ผมยืนหอบหายใจมองลูกฟุตบอลที่ตุงตะข่ายด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ถูก
ไอ้ปริ๊นนน
พี่ปริ๊นนน เย้ๆๆ
ผมถูกทุกคนกอดและยกจนตัวลอย จนผมอดไม่ได้จะร่วมส่งเสียงเฮไปกับทุกคนในทีมด้วย
ปิ๊ด ปิ๊ด ปี๊ดดดดดด
เสียงสัญญาณจากกรรมการเป่าบอกหมดเวลาการแข่งขัน ทีมของผมเฮลั่นจากการเก็บสามแต้มในบ้านได้ ส่วนเมืองทองแน่นอนว่าเขาก็คงผิดหวังเพราะนั่นคือนาทีสุดท้าย แต่เกมส์ก็คือเกมส์ครับจบเกมส์พวกเราก็จับมือ กอดคอเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม
พี่ตองเลือดกำเดาไหล
เสียงจากข้างหลังทำให้ผมหันไปมองอย่างอัตโนมัติ เห็นไอ้ตังกับไอ้นิวเดินเข้าไปดูพี่ตองที่มีทิชชู่อุดที่จมูก
อืม โดนบอลอัดเขาตอบน้องในทีมเขา ผมหันกลับมามีคนมาจับมือด้วยเยอะแยะ
ตอนไหนวะ ไอ้นิวถาม
ตอนสุดท้าย คนยิงประตูเชียงรายเขายิงอัดหน้ากู
กึก
ผมตัวแข็ง ไม่กล้าหันไปรู้สึกว่าเสียงเขาพูดอยู่ใกล้ๆ ตัว เหมือนเด็กที่กลัวความผิดเลยนะผมเนี่ย
โหหหหห แรงงงงงงงง ไอ้ตังมันตะโกน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะของมันกับไอ้นิว ได้ยินเสียงพี่ตองด่าอะไรมันไปหลายประโยคอยู่เหมือนกัน แต่ผมไม่อยากฟังเลยเดินห่างออกมา
ผมยังคงไล่จับมือและกอดกับคนอื่นไปทั่ว และตั้งใจจะแลกเสื้อกับพี่มุ้ย ไอดอลของผม
หืม อะไร ผมกำลังจะวิ่งไปหาพี่มุ้ยที่ยืนเขี่ยบอล แต่ก็ไม่ได้ไปมีคนมาจับคอเสื้อผมเอาไว้ก่อน
ไม่ต้องแลกเสื้อกับใคร พี่ตองทำตาดุใส่ผม
มีสิทธิ์อะไรมาสั่งวะ?
อย่ายุ่ง!” ผมสะบัดมือเขาออกจากคอเสื้อผม
ตอนนี้บนตัวพี่ตองไม่มีเสื้อแล้วคงแลกกับประตูทีมผมเรียบร้อย แล้วยังไงมาห้ามผมทำไม ไม่ได้เป็นอะไรกันไม่ต้องมายุ่ง
มึงทำกูเลือดออกนะปริ๊น พี่มันชี้ๆ ไปที่รูจมูกยังมีคราบเลือดที่แห้งแล้วติดอยู่เลย
ต้องสงสารไหม?
สมน้ำหน้า นึกย้อนไปตอนที่เตะก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก ตอนนั้นมันเกิดอารมณ์ชั่วร้ายขึ้นมาในหัวพอดี ไม่ทันได้ไตร่ตรองเท้าก็ลั่นออกไปแล้ว เต็มๆ หน้าพี่ตองเลยเขารับไม่ทันลูกหลุดไปเข้าประตู


ก็แค่นั้น....ผมไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น