ตองปริ๊น......5
กลางดึกวันที่ 7
“ไปไหนมากวินทร์” เดินกลับเข้ามาในห้องพักก็เจอไอ้กอล์ฟนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ที่โซฟา
มันหันมาถามผมแต่ไม่ได้รอเอาคำตอบหรอกครับ
เพราะพอมันถามเสร็จก็กลับไปสนใจของในมือเหมือนเดิม
“ฟิตเนท แล้วนี่ทำไร” ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ไอ้กอล์ฟก็หันหน้าจอโทรศัพท์มาหาผม
“คุยกะมันหน่อยดิ” ผมมองหน้าจอก็เจอเด็กฝรั่งโบกมือมาให้ ยิ้มแป้นเชียว
“ไง ชัปปุยส์ สบายดี” ผมถามเป็นภาษาไทยหมดทุกคำ ผมรู้ว่าไอ้ปุยส์มันฟังออก
เพียงแต่ยังพูดไม่ค่อยได้
[สบายดี ยูล่ะ]
“สบายดี แล้วนี่จะกลับมาเมื่อไหร่
กลับมาช้าโดนพี่โก้ตัดชื่อออกนะเว้ย” ผมแกล้งแหย่
ไอ้ปุยส์คำรามใหญ่ มันกลัวมากๆ ว่าพี่โก้จะตัดมันออกจากทีมชาติ
เพราะทีมชาติไทยคือฝันที่ยิ่งใหญ่ของชัปปุยส์
[แปบเดียวๆ ไม่นาน
อย่าเพิ่งตัดไอสิ] ผมหัวเราะชัปปุยส์หนักมาก
หน้าตามันดูกังวลสุดๆ ว่าพี่โก้จะตัดมันออก
“5555555555555555555” ส่วนไอกอล์ฟก็ถือโทรศัพท์ไปขำแรงไป มันขำใหญ่มาก
ชอบหยอกให้งอนนะแล้วก็มาตามง้อเขาทีหลัง
[กอล์ฟ!] นั่นไงผิดคำพูดผมที่ไหน ชัปปุยส์ตะโกนกลับมาดังมาก
“โอ๋ๆ กูหยอกๆ
มึงเก่งขนาดนี้พี่โก้ไม่ตัดมึงหรอกน่า” ผมมองไอ้กอล์ฟด้วยสายตาเอือมระอา
มันทำหน้าแอ็บแบ๊วตอนง้อชัปปุยส์ด้วยนะ
“กูไปอาบน้ำละ
คุยกันดีๆ อย่าตีกัน”
“บ๊ายบายกวินทร์เร็วมึง”
ไอ้กอล์ฟหันหน้าชัปปุยส์ให้มาหาผมอีกครั้ง
ก่อนที่ผมจะโบกมือกลับไปให้คนที่อยู่สวิตแรงๆ
ผมเดินเข้ามาในห้องนอนซึ่งปกติเตียงริมหน้าต่างต้องเป็นของชัปปุยส์
แต่ครั้งนี้ไม่ใช่อีกแล้วเตียงนี้เป็นของผม ผมขอมานอนกับไอ้กอล์ฟเองล่ะ
มาอยู่ในบ้านหลังเดียวกับไอ้ต้นไอ้เจ น่าจะบันเทิงใจดี
อีกอย่างนะ
ผมโดนไล่ที่มา
ตอนนี้เตียงของผมเป็นของสุทธินันท์ ผมเคยนอนกับตั้มแต่ตอนนี้ไม่ใช่
ซ่า.....
ยืนใต้สายน้ำให้ไหลผ่านกายไปเรื่อยๆ
ห้านาที หรือสิบนาทีก็จำไม่ได้ ได้ยินไอ้กอล์ฟตะโกนถามว่าเมื่อไหร่ผมจะอาบน้ำเสร็จ
ไม่ได้ตอบหรอกครับ เพราะเมื่อไหร่ก็คงเมื่อนั้น
‘กูก็ไม่คิดจะเอามึงเป็นตัวแทน
แต่กูจะเอามึงเป็นตัวจริง’
ประโยคเมื่อช่วงบ่ายที่ผมพูดกับไอ้ปริ๊นผุดขึ้นมาในหัว
ผมพูดตามความรู้สึกทุกอย่าง
ผมใช้เวลาคิดทั้งคืนและผมก็โตพอจะรู้ว่าผมคิดอะไรกับมันและคิดว่ามันก็รู้สึกเหมือนกันกับผม
แต่ดูเหมือนมันจะไม่เชื่อคำพูดผมสักเท่าไหร่
หรือผมจะเข้าใจผิดไปเองว่าไอ้ปริ๊นก็รู้สึกดีๆ กับผมเหมือนกัน
‘ทบทวนหัวใจตัวเองใหม่เถอะพี่ตอง
ทำร้ายหัวใจตัวเองคนเดียวก็เกินพอแล้ว อย่าเอาหัวใจคนอื่นไปย่ำยีด้วยเลย’
และนั่นก็เป็นประโยคสุดท้ายของมันที่พูดออกมา
ถือว่าเป็นประโยคปฏิเสธได้ไหม มันพูดแค่นั้นก่อนมันจะเดินหายไปปล่อยให้ผมคิดตามประโยคซับซ้อนของมันเพียงคนเดียว
“เชี่ยเอ้ย!” ผมสบถอย่างขัดใจ
ก็อก ก็อก ก็อก
“เสร็จยังพี่
พี่แช่น้ำนานเกินไปนะ เป็นอะไรหรือเปล่า” ผมหันไปมองที่ประตู
เสียงไอ้กอล์ฟตะโกนถามผมรอบที่สอง แต่คราวนี้ผมเลือกที่จะตอบมัน
“เสร็จแล้ว แปปนึง” ผมจัดการปิดน้ำ เอื้อมไปดึงผ้าขนหนูมาห่มช่วงล่างเอาไว้แล้วค่อยเดินออกไป
“โหห
นึกว่าจมน้ำตายไปแล้ว”
“ตายไปก็น่าจะดีเหมือนกัน” ผมพูดกลับไป ไอ้กอล์ฟหัวเราะใหญ่แล้วพูดขึ้น
“ขาดกวินทร์ไป
ชาติไทยจะอยู่ยังไงเล่า”
ผมยิ้มๆ
แล้วเดินไปแต่งตัว ไม่ได้ตอบอะไร เพราะถ้าให้ผมตอบจริงๆ ก็คงจะบอกมันว่า กูพูดจริง
ตอนนี้ผมอยากตาย
อยากรู้ว่าถ้าผมตาย.....จะสนใจไหม
ไอ้ปริ๊นจะสนใจผมบ้างหรือเปล่า.....
วันที่ 8 ในการเก็บตัว
“ไปกินข้าวด้วยกันเปล่าพี่ตอง” ไอ้ต้นมันถามตอนเดินออกมาจากห้องนอน คงเห็นผมนั่งอยู่ที่โซฟาเลยชวน
“ไม่ล่ะ ไปกันเถอะ” ผมตอบ สักพักไอ้เจก็เดินตามไอ้ต้นออกมาแล้วกำลังจะอ้าปากถามอะไรผม
“กินข้า....”
“ไม่หิว ไปกินกันเลย” แต่ผมก็ชิงตอบตัดบทไอ้เจไปซะก่อน รำคาญปากห้อยๆ ของมันไม่อยากให้มันพูดเยอะ
ไอ้ต้นมันล็อคคอไอ้เจให้เดินออกไปด้วยกัน
ส่วนไอ้กอล์ฟน่าจะไปที่สระว่ายน้ำตั้งแต่เช้า เห็นเมื่อคืนมันบอกเอาไว้
“ไปด้วยดีกว่า” เครียดๆ ก็อยากออกกำลังถ้าได้ออกกำลังด้วย แช่น้ำเย็นๆ
ด้วยคงช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้างว่าป่ะครับ
งั้นก็จัดเลยไม่รอละ
“อ้าวกวินทร์ นึกไงมาสระ” เดินโผล่หน้าเข้ามาก็มีคนถามอย่างให้ความสนใจ ไม่ใช่ใครไอ้ทูนะครับ
มันลอยคออยู่ใกล้ๆ เด็กฝรั่งเศษ ถัดไปก็มีไอ้ตังกับไอ้แบ็ค
ส่วนไอ้กอล์ฟนอนหลับอยู่บนเตียงข้างสระ มึงมาออกกำลังจริงป่ะเนี่ย
แล้วทายสิครับว่ามีไอ้แบ็ค....น่าจะมีใครด้วย
“ไง” ผมไม่ตอบคำถามของไอ้ทู
แต่เลือกเอ่ยทักให้ไอ้ปริ๊นที่นั่งหย่อนขาลงน้ำห่างออกไปไม่ไกล
มันไม่ลงไปว่ายกับเขามัวแต่นั่งมอง
แต่มันก็แค่ปรายตามามอง
มันทำท่าเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูดจนมีบางคนพูดขึ้นแทนมัน มันเลยหันหน้าหนีผม
คงเป็นเพราะผมยืนห่างไปไกลมั้งครับ
ไอ้พวกในสระเลยไม่รู้ว่าผมทักใคร
“ผมเหรอ สบายพี่
ลงมาเร็วๆ “ ไอ้ทูกวักมือยิกๆ ไอ้เสือกกูไม่ได้พูดกับมึง
ผมส่ายหน้าให้ก่อนจะเดินไปถอดรองเท้าไว้ใกล้ๆ
เตียงที่ไอ้กอล์ฟนอน ยกแขนขึ้นถอดเสื้อถอดกางเกงแล้ววางไว้ด้วยกัน
ตู้ม!
ผมโดดลงสระจนน้ำกระจายเป็นวงกว้าง
ตอนลงน้ำได้ยินเสียงด่าทอไม่มากตามมาด้วย
“อ่า” โผล่ขึ้นจากน้ำก็เสยผมที่ปรกหน้าปรกตา มีเสียงวี้ดวิ้วลอยมา
คาดว่าน่าจะมีคนแซว
“หล่อบาดใจจริงๆ
เว้ยโกลสโมสรกู”
ไอ้ตังครับมันหันไปแซวผมกับไอ้แบ็คอย่างออกรสชาติ
“บาดใจจริงหรือเปล่า” ผมถามแต่สายตาหันไปมองคนที่นั่งตีขาอยู่ข้างไอ้แบ็ค มันมองมานะแต่ก็หลบตาทำเป็นไม่ได้มอง
หึ
“จริงดิ
ไอ้ปุยก็ไอ้ปุยเหอะ ไม่สู้ผมพูดเลย” ไอ้แบ็คครับ ผมยิ้มกริ่ม
“ถ้าอย่างกูไปจีบใครสักคนมึงว่าจะสำเร็จไหม” ผมค่อยๆ ว่ายน้ำไปใกล้ๆ พวกมันตอนที่คำถามจบลง สายตาผมมองไปที่คนๆ
คนเดียว
ทำไมมึงถึงทำให้กูเป็นบ้าได้ขนาดนี้วะ
“โหหหห
ไม่มีใครโง่ไม่รักพี่หรอก” จึกดิ....มีไอ้ตั้มไงมึง
แล้วตอนนี้กูว่าน่าจะมีอีกคนที่ไม่ยอมรักกู....
แต่กูจะไม่ยอมให้คนๆ
นี้ตกไปเป็นของคนอื่นเหมือนตั้มหรอก กูจะทำทุกวิธีเพื่อให้ได้มันมา ต้องแลกอะไรกูก็ยอม
สัดพูดดีไปอีกกูเนี่ย....
“กูก็หวังให้เป็นแบบนั้น” ผมพูดยิ้มๆ หันไปมองไอ้ปริ๊น มันแสร้งไม่สนใจผม
อย่าแอ๊บน่าเมื่อกี้กูเห็นมึงมองกูไอ้ห่า
“มาดำน้ำแข่งกันไหม” ไอ้ทูมันถามขึ้นซึ่งตอนนี้มันกำลังเป็นเบาะให้ไอ้โดเกาะลอยไปลอยมา
“เอาดิ ใครแพ้วิดพื้น” ผมบอกกติกา
“จัดไปพี่ พี่ก็รู้ปอดผมใหญ่” ไอ้แบ็คโอ้อวด
อวดไปเหอะมึงกูเห็นมึงหอบก่อนไอ้นิวทุกทีเวลาพวกมึงสองคนออกกำลังกายด้วยกัน
ส่วนออกกำลังอะไรนั้นไปคิดกันเอาเอง
“ได้....แต่มันต้องเล่นด้วย” ผมชี้ไปที่ไอ้เด็กดอย
“ไม่เล่น” มันตอบทันทีที่ผมชี้หน้ามัน
“ไม่ได้ ต้องเล่น” มันทำท่าจะลุกขึ้นหนีแต่ผมไวกว่า
ผมว่ายไปใกล้มันนานแล้วเพียงแต่มันไม่ทันสังเกต และแน่นอนมันหนีไม่พ้นหรอก
ผมตะครุบขามันไว้ได้ก่อน
ตู้มมม!!
“เฮือก.!”
มันตะกุยน้ำขึ้นมาก่อนหอบเอาอากาศเข้าปอดอย่างแรง จะขำก็ขำจะสงสารก็สงสาร
สีหน้ามันดูไม่ค่อยจะไหว
แต่มันดันเสือกน่ารักไง....ผมจะทำไงดี
“เล่นไรวะ แม่ง!” พอมันคืนสติได้ก็โวยวายใหญ่โต ตีมือลงน้ำให้น้ำมันสาดมาโดนหน้าผมด้วยนะ
สงสัยโมโหแรง
“55555 มึงตลกว่ะปริ๊น” ไอ้แบ็คกับไอ้ตังขำกร๊าก ไม่บ่อยนะที่มันจะทำหน้าเหวอให้คนอื่นเห็น
“สัด! กูไม่เล่นๆ” มันโวยวาย
“กลัวแพ้?”
ผมแกล้งถาม มุขบ้านๆ ครับไอ้ที่แบบถามให้อีกฝ่ายโมโหเพราะเหมือนโดนหยามอะไรเทือกๆ
นี้
แต่ผมก็เลือกที่จะพูด
“ใช่ กลัวแพ้” ไอ้ห่า ตอบง่ายๆ มึงไม่เคยดูละครเหรอปริ๊น มึงต้องตอบว่าได้
ผมจะเล่นด้วยแบบนี้สิ เสียแผนจริงๆ
“กูไปละ เล่นกันไปละกัน” มันบอกทุกคนก่อนจะว่ายน้ำไปขึ้นฝั่ง ผมลอยคอมองมันเดินไปใส่รองเท้าก่อนจะมีเสียงดังขึ้นจากข้างหลัง
“ไปตามดิพี่....ถ้าคนนี้พี่ยังไม่คิดจะตาม
พี่ก็จะเสียมันไปเหมือนตั้มนะ” ไอ้ตังมันพูดให้ผม
ส่วนคนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
O_O!
“พวกมึงรู้”
ผมเบิกตากว้างมองไอ้ห้าหกตัวตรงหน้าด้วยแววตาหวาดระแวง
รู้ได้ไง และใครรู้อีก
“เรื่องที่พี่ชอบตั้ม เอาจริงๆ
เขารู้กันเกือบทั้งแคมป์นั่นแหละพี่
แต่ไม่มีใครพูดอะไรเพราะเห็นว่าตั้มก็เป็นแฟนพี่เอ็มและพี่เองก็ไม่ได้คิดจะแย่งตั้มมาเป็นของตัวเอง
ทุกคนเลยเลือกที่จะเงียบ” ไอ้ตังพูดต่อ
ผิดละตังกูเคยคิดที่จะแย่งตั้มเพียงแต่ตั้มไม่มีวันทิ้งป๋ามาหากูต่างหาก
“แต่กับไอ้ปริ๊น
ไม่มีใครรู้หรอกพี่นอกจากพวกผมสี่คน.......กับไอ้ตั้ม”
“ตั้มก็รู้....”
“ตั้มมันรักพี่เหมือนพี่ชายแท้ๆ
มันสนใจพี่ตลอดนั่นแหละ แล้วคิดว่าการที่พี่ชอบมองไอ้ปริ๊นบ่อยๆ
จะรอดพ้นสายตาตั้มหรือไง”
ไอ้แบ็คพูดเสริมขึ้นมาทำเอาผมไปแทบไม่เป็น
“ไม่ต้องห่วง
ไอ้ปริ๊นไม่รู้เรื่องนี้หรอก วางใจเถอะพี่เดินหน้าจีบมันแบบเต็มกำลังได้เลย
พวกผมเอาใจช่วย”
พวกมันทั้งสี่คนพูดให้กำลังใจผมจนตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้น
เห็นน้องๆ ยิ้มให้ผมก็ได้แต่ขอบคุณพวกมันในใจ
“งั้นกูไปตามมันก่อน” ผมบอกก่อนจะว่ายไปที่ขอบสระแล้วพาตัวเองขึ้นไป
แต่ขณะที่ผมกำลังจะเดินตามไอ้ปริ๊นไปเสียงของไอ้แบ็คก็ดังขึ้นจนผมต้องหันไปมอง
สีหน้า แววตา ท่าทาง ของมันดูจริงจังมากกับสิ่งที่กำลังจะพูด
“แต่ขอให้พี่คิดให้ดีนะ ว่าสิ่งที่พี่จะทำคือรักไม่ใช่เหงา
ไอปริ๊นมันเพื่อนผม...ถ้ามันต้องเสียใจ ผมไม่ยอมแน่”
ผมกับไอ้แบ็คจ้องหน้ากัน
มันเองก็ดูจะจริงจังกับคำขู่นั้น ส่วนผมล่ะจริงจังขนาดไหน
“ไม่ต้องห่วง.....มันจะไม่มีวันเสียใจ............................
..........................................เพื่อนมึงจะไม่เสียใจที่ได้รักกู”
ผมคิดว่าผมก็จริงจังพอที่จะเริ่มต้นกับใครสักคนสักที
ผมเสียตั้มไปเพียงเพราะคำว่าไม่กล้า....แต่ผมจะไม่ยอมเสียไอ้ปริ๊นไป
อย่างที่บอกผมไม่คิดจะเอามันเป็นตัวแทนใคร.....
เพราะตอนนี้ในใจผมมีแต่มันคนเดียว......
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น