วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

TONGPRINCE :: SOMEONE 7




         
       ตองปริ๊น........7




       วันที่ 11 ในการเก็บตัว


       เคยเห็นไอ้ปริ๊นทำหน้าเหวี่ยงไหมครับ?

       “จะเดินตามทำไม ไปที่อื่นได้แล้วไป 
       ผมเดินตามมันตลอดทางเดินที่ไปห้องอาหาร มันชักสีหน้าและหันกลับมาไล่ผม สีหน้ามันดูหวาดระแวงและเหวี่ยงเอาเรื่อง แต่ผมกลับหัวเราะ
       “จะให้ไปไหนล่ะผมแกล้งถาม แต่ยังคงเดินตามมันไม่ห่าง แอบเห็นมันกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิด
       ฮ่าๆๆๆ น่ารัก...
       “ไปที่ไหนก็ได้มันตอบกลับมา ก่อนจะมองไปรอบๆ เหมือนกลัวคนจับได้
       คงกลัวเรื่องเมื่อวาน....
       ผมกับมันเป็นแฟนกันยังไม่ได้บอกใครเลย.....
       “งั้นก็จะอยู่ที่นี่แหละ มึงไปไหนกูไปด้วยมันหน้านิ่งแต่ผมหน้ามึนอ่ะเอาสิ มันทำท่าจะพุ่งเข้ามาต่อยแต่พอดีผมไวกว่าผมหลบทัน 
       นี่มันขึ้นง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ฮ่าๆๆ
       “เออ! ตามใจมันหันกลับไปก็ก้มหน้าก้มตาเดินเร็วขึ้น เหมือนไม่อยากให้ผมตามทัน 
       หนูปริ๊น....ขามึงสั้นจะหนีกูพ้นได้ไง
       ผมทิ้งระยะห่างให้มันออกตัวไปก่อน กลัวมันจะอึดอัดเหมือนกันเพราะมันเองก็ยังคงไม่ชินกับการโดนคุกคามแบบนี้ 
       ผมแค่อยากแกล้งเห็นมันชอบผลักไส ชอบไล่กันอยู่เรื่อย 


       ผมนี่คงจะบ้า...โดนไล่แต่กลับยิ้มได้




        ตู้มมม! โครมมม! ฟิ้ววววว! ตู้มม

       เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็เจอคนจำนวนนับสิบกำลังสุมหัวดูอะไรสักอย่างซึ่งฉายอยู่บนจอขนาดใหญ่ เสียงเอฟเฟ็กต์ดังกระจายไอ้กอล์ฟเป็นคนเงยหน้าขึ้นมาชวน
       "ดูหนังด้วยกันเปล่ากวินทร์"
       ผมส่ายหน้าตอนที่มันทำท่าจะขยับที่ให้ผมนั่ง ผมโบกมือก่อนจะสอดส่ายสายตาหาใครคนหนึ่ง 
       คนที่เป็นแฟนของผม
       "นั่งด้วย" ผมเดินไปนั่งข้างไอ้ปริ้น มันนั่งกอดเข่าในปากคาบหลอดดูด ตั้งอกตั้งใจกับการดูหนังเอามากๆ 
       มันพยักหน้าอนุญาตโดยไม่ได้หันมามองด้วยซ้ำว่าเป็นใคร
       "เฮ้ย อย่าดิ" มันยกมือมาปัดมือผมที่กำลังลูบหัวมันอยู่ ไอ้ห่าขนาดนี้แล้วสนใจกูหน่อย
       "..........." ผมไม่พูดอะไรแต่ยังคงดื้อด้านแกล้งแหย่มันต่อไป
       "จิ๊ รำคาญ" มันหงุดหงิดแต่สายตายังคงจดจ้องไปที่จอโทรทัศน์
       ผมหันไปดูเรื่องราวของหนังที่กำลังฉาย เป็นหนังแอ็คชั่นแฟนตาซีชื่อดังมากๆ ผมว่าใครๆ ก็น่าจะเคยดูแต่ทำไมไอ้พวกนี้ถึงยังมาจับกลุ่มตั้งใจดูเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันไปได้
       ที่สำคัญมันกำลังแย่งความสนใจของไอ้ปริ๊นไปจากผม
       "........." ผมยิ้มเมื่อยืนหน้าเข้าไปเป่าลมใส่หูของมัน
       และคราวนี้ผมทำสำเร็จ
       "เหี้ย! บอกว่ารำ......คาญ..." มันหันหน้ากลับตวาดใส่ผม แต่พอมันเห็นว่าเป็นผมก็กลืนเสียงลงลำคอแทบไม่ทัน
       และที่สำคัญปากของมันเฉียดปากผมไปนิดเดียว....
       "รำคาญอีกไหม" ผมเขยิบตัวออกมาเท้าแขนไปข้างหลังเหยียดขาไปข้างหน้ากระดิกเท้าสบายใจ ตบท้ายหัวเราะให้กับหน้าเหวอๆ นั้นของไอ้ปริ้นมัน
       "จะดูหนัง" 
       "กูถามว่ายังจะรำคาญอีกไหม" ชอบนักล่ะเปลี่ยนเรื่องคุยเนี่ย ขอโทษครับน้องพี่ไม่ปล่อยผ่าน
       "ชอบเซ้าซี้อ่ะ" มันกัดหลอดจนตอนนี้ไม่สามารถดูดน้ำได้อีก หน้ามันตอนนี้ผมชอบที่สุด
       หน้าตอนเขิน....
       "แฟนกันเขาไม่รำคาญกันหรอก....กูก็แค่คิดถึงอยากอยู่ใกล้" ผมเขยิบหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ หูมัน รู้ว่ามันตั้งใจฟัง แม้จะทำเป็นเหมือนไม่สนใจ
       "บ้าป่ะวะ" ด่าแต่หน้าแดง มึงนี่ปากไม่ตรงกับใจจริงๆ
       เขินก็บอกว่าเขินเถอะน่า.......
       "หึหึ" ผมหัวเราะ 
       มันมองค้อนก่อนจะกลับไปดูหนังตามเดิม คนอื่นๆ ยังคงสนใจหนังตรงหน้า เว้นแต่ผมที่กำลังสนใจคนด้านข้าง
       ทำไมถึงไม่เบื่อเลยวะ.....
       แชะ!
       "ทำอะไร" มันหันมาถามเมื่อได้ยินเสียงกล้องถ่ายรูปจากไอโฟนของผม ผมยักไหล่ทำไมต้องบอก
       "ไม่บอกเว้ย" ผมก้มมองภาพที่แอบถ่ายมาได้ มันกำลังอ้าปาก........
       "พี่....."
       "555555555555" ผมหลุดขำดังมาก ทำไมมันตลกขนาดนี้วะ ขำหนักจนคนในห้องหันมามอง
       "เบาๆ พี่ผมดูหนังอยู่" ไอ้แบ็คหันมาว่า คนอื่นพยักหน้าเห็นด้วย ผมได้แต่กลั้นขำ
       "ขอโทษๆ" 
       ผมละสายตาจากคนพวกนั้นกลับมามองภาพในจอ ตลกหน้าเหวอ ปากอ้ากว้าง เป็นคนอื่นอาจไม่ตลกเท่านี้ แต่นี่คือไอ้ปริ้น.....
       "เอามาให้ผมดู" มันแบมือมาตรงหน้าของผม หน้าซีเรียสละ ดูหน้าด้วยไม่ใช่เพื่อนเล่น
       "โหดจังวุ้ย" ผมยื่นไปให้มันดู มันหยิบไปก่อนจะมองภาพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอก่อนจะช้อนตาขึ้นมามองหน้าผมช้าๆ
       "ลบ" มันพูดพร้อมนิ้วที่กดตรงรูปถังขยะ
       "เฮ้ย! อย่า....." ไม่ทันแล้ว มันโยนโทรศัพท์มาคืนผมแล้วมองหน้า
       โคตรหาเรื่อง
       "ลบทำไมวะ" 
       "ผมน่าเกลียด ถ่ายตอนเผลอแบบนั้นน่าตลกสิ้นดี" มันพูดนิ่งๆ ผมมองมือถือในมืออย่างเสียดาย
       ภาพแรก.....
       "ทำอะไร" มันขยับตัวหนีผมเมื่อผมกระเถิบตัวเข้าไปนั่งใกล้ๆ จนไหล่ผมซ้อนอยู่ข้างหลังแผ่นหลังของมัน แต่ผมก็รู้ทันนะจับแขนมันไว้ก่อน เอะอะหนีๆ 
       "มองกล้องเร็ว" ผมเปลี่ยนโหมดการทำงานของกล้องให้มาเป็นกล้องหน้า ผมฉีกยิ้มให้กล้องโดยมีมันนั่งทำหน้าตายอยู่ข้างๆ
       หน้าประจำที่ไม่ต้องฆ่าก็ตายได้
       "ไม่เอาพี่ตอง" มันยกมือปิดหน้าพยายามเบี่ยงตัวหลบ ผมก็เอนตามสิครับ บังคับจับมือมันออกจากการบดบังนั้น
       "ไม่ถ่าย" มันเอนตัวหลบผมที่พยายามบังคับให้ถ่ายรูปคู่กับผมให้ได้
       "ฮ่าๆ รูปเดียวมาเร็วๆ" ผมล็อคคอมันจนตอนนี้หน้ามันมาชิดกับหน้าผมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกแล้ว 
        มันขืนตัวสุดกำลัง ยิ่งมันทำท่าทางแบบนั้นผมยิ่งอยากแกล้ง แล้วมันจะสู้ผมได้ไหมถามหน่อยเถอะ นี่ใคร กวินทร์บินได้นะครับ
        "ไม่อยากถ่ายยย~" มันเริ่มงอแงละ ผมอึ้งไปนิดไม่เคยเห็นมันโหมดนี้ และเหมือนมันจะรู้ตัวว่าเผลอใช้น้ำเสียงออดอ้อนกับผม
        กลายเป็นว่าทั้งผมทั้งมันอึ้งสนิททั้งคู่
        มันยกมือขึ้นเกาแก้ม มองเพดาน มองหน้าต่างไปเรื่อย 
        "อะแฮ่มมมม" 
        และก่อนที่ผมกับมันจะมีใครได้พูดอะไร เสียงกระแอมไอจากใครบางคนก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา แล้วก็เดาไม่ยากด้วย
        "พี่มุ้ยยยย ถ่ายรูปกันเถอะน้าาาาา" มองกัปตันทีมเอาหัวไปซบไหล่ผัวแล้วคลอเคลียไปมาด้วยความระอา พี่มุ้ยก็ไม่ว่าอะไรยิ้มอย่างเดียว ออกจะเอ็นดูไอ้อุ้มเกินไปด้วยซ้ำ มันทำอะไรก็ว่าดี
        อุ้มว่าดี พี่มุ้ยก็ว่าดี ประมาณนั้น
        "พี่แบ็คคคคค ถ่ายรูปกันน้าาาาา" ไอ้นิวชูสองนิ้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนแก้มมันแทบจะรวมร่างกับแก้มไอ้แบ็คอยู่แล้ว ไอ้ห่านี่ฉวยโอกาสนี่หว่า
        "มึงไม่ได้หลอกแตะอั๋งกูใช่ไหมนิว" ไอ้แบ็คยังระแวงอ่ะคิดดู
        "โดวววววว" ไอ้นิวงอแงใส่ทันทีเมื่อโดนไอ้แบ็คจับได้
        ผมมองคนน้บสิบตรงหน้าอย่างยิ้มๆ รู้ว่าพวกมันตั้งใจแซวแต่ผมไม่เขินหรอกนะ ก็เรื่องจริงจะเขินทำไม แต่ไอ้ตัวข้างๆ นี่ดิ.....
        "เขินไหม" ผมถาม มันหันหน้ากลับมามองผมก่อนจะพยักหน้าลงช้าๆ สีหน้ามันยังไม่ได้เปลี่ยนไปจากปกติเท่าไหร่ เพิ่มเติมมาคงเป็นริ้วแดงๆ บนแก้มนั้น
        "สรุปสั้นๆ มาดิไอ้ตอง" ไอ้อุ้มนี่ขี้เสือก ประเด็นคือผัวตามใจไม่เคยห้ามปราม
        "เรื่อง?" แกล้งตีหน้าเซ่อ 
        ไอ้พวกตรงหน้าดูหงุดหงิดกับความกวนของผม พวกมันคงจะรู้ระแคะระคายบ้างแล้ว ให้ผมเดาน่าจะมาจากไอ้ทู ปากไม่มีหูรูดเดี๋ยวให้ไอ้โดตบ
         "มึงสองคนนี่ยังไง" นิ้วมันส่ายไปมาสลับระหว่างผมกับไอ้ปริ๊น
         ผมกับปริ๊นหันมามองหน้ากันอย่างตั้งใจก่อนจะหันกลับไปมองที่ทุกคนอีกครั้ง
         "เขาเรียกว่าอะไรเนี่ยอุ้ม อยากรู้เรื่องคนอื่น" ผมบอก
         "พี่มุ้ย มันด่าอุ้มเสือก!" โวยวายๆ รำคาญเนอะ พี่มุ้ยก็เอาแต่ยิ้มมองไอ้อุ้มด้วยสายตาเอ็นดู  ลูบหัวลูบผมให้ไอ้อุ้มใจเย็นลง โหหห แบบนี้ไม่ไหว
         ผมชอบคนไม่ค่อยพูดมากกว่า......
         ชอบ....
         "ไปแล้วนะ ผมหิว" ไอ้ปริ๊นหนีเอาตัวรอดด้วยการลุกขึ้นแล้ววิ่งออกไป หิวตรงไหนในเมื่อนี่ยังไม่ถึงมื้อเย็นเลย
         มื้อเที่ยงยังไม่ย่อยด้วยซ้ำ
         "ไปละเว้ย" ผมลุกขึ้นตามไอ้ปริ้นไป ทิ้งให้ไอ้พวกนั้นนั่งงงกับความสงสัยที่ค่อนข้างถูกต้องไว้แบบเดิม
         แต่ไม่ทันได้ก้าวพ้นประตูเสียงจากข้างหลังทำให้ผมต้องหยุดหันกลับไปมอง
         "พี่ตอง!"
         ไอ้แบ็คเป็นคนตะโกนเรียกผมโดยมีไอ้นิวนั่งพิงไหล่อยู่ด้านข้าง รวมถึงทุกคนที่มองตรงมาทางนี้
         "............." ผมเงียบแต่มันคงรู้ว่าผมยังคงฟัง
         "พี่เดินตามมันไป เพราะมันพิเศษสำหรับพี่แล้วใช่ไหม ไอ้ปริ๊นมันเป็นคนสำคัญของพี่แล้วใช่หรือเปล่า"
         คำถามของไอ้แบ็คเหมือนคำพูดแทนใจทุกคนในตอนนี้ ผมคิดว่าอย่างนั้น เรื่องของผมกับไอ้ปริ๊นคงไม่ได้มีแค่พวกมันสี่คนรู้อย่างที่เคยบอกผมไว้อีกแล้ว
         ผมยิ้มๆ มองเพื่อนในทีมที่จ้องมาที่ผม นอกจากความอยากรู้ก็คงมีความรู้สึกเป็นห่วงแฝงมาในสายตาของทุกคนด้วย 
         ยกเว้นไอ้อุ้มคนเดียวที่ไม่ห่วงมันแค่เสือก
         "ไม่ตอบได้ป่ะวะ........." ผมพูดเว้นช่วงประโยค ไอ้พวกนั้นดูไม่ค่อยพอใจที่ผมลีลา

         "..............กูต้องรีบไปตามแฟนอ่ะ" 

          ผมพูดต่อจนจบก็มีเสียงด่าและเวทนาดังลอยมาเข้าหูอย่างต่อเนื่อง มองหน้าไอ้แบ็คนิดหน่อยยิ้มให้มันก่อนจะเดินออกจากห้องไป

         "ปริ๊น!"

          ตะโกนเรียกคนที่ยืนอยู่ไกลออกไป มันยืนอยู่ตรงสวนหย่อมเล็กๆ ของแคมป์ยืนหันหลังให้ก่อนจะหันหน้ากลับมามองตามเสียงเรียก
          ผมยืนที่เดิมระยะห่างไม่มาก แค่อยากจะพูดอะไรสักอย่างกับมัน
          "พร้อมจะเดินไปข้างหน้ากับกูไหม" ผมถามมันทำหน้างงๆ
          "อะไร?"
          "มือกูใหญ่พอจะจับมือมึงไว้ แล้วมึงล่ะจะยอมให้จับหรือเปล่า" ยื่นมือไปตรงหน้ามัน มันคลายปมคิ้วที่ขมวดกันไว้ออกใแล้วเงยหน้ามามองผม
          "พี่ตอง...."
          "กูไม่ใช่คนดี แล้วตอนนี้กูก็ยังไม่พร้อมจะพูดคำว่ารักกับมึงแต่ว่า.....มึงรอได้ไหม ไม่นานหรอกกูสัญญา"
          มือผมยังยื่นค้างอยู่ตรงหน้ามันอย่างรอคอย ระยะห่างสามก้าวไม่ไกลเกินมันจะยื่นมือกลับมาจับกับของผมหรอก
          "พี่มั่นใจในตัวผมได้ยังไง ผมเอง....ก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย" มันถามผมกลับบ้าง
          "ชอบด่ากูด้วยมึงอ่ะ" ผมแกล้งพูด มันทำหน้านิ่งเหมือนเดิม แต่ในใจคงด่าผมอยู่แน่ๆ
          "จริงจังอยู่นะ" มันบอก
          ผมหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะพูดตอบมันด้วยน้ำเสียงที่จริงจังไม่ต่าง ตั้งใจฟังให้ดีนะปริ้น ทุกอย่างกูพูดมาจากใจ
          "กูอยู่กับมึงแล้วกูมีความสุข อนาคตกูยังไม่คิดจะมองไปถึงตรงนั้น ในเมื่อปัจจุบันมันดีมากๆ สำหรับกู"
          มันมองหน้าผมด้วยใบหน้าเรียบเฉย จนผมกังวล
          "เราจะผ่านทุกอย่างไปด้วย มึงเป็นคนเดียวที่กูอยากจับมือพาไปทุกๆ ที่"
           หมับ
           มันวางมือลงบนมือของผมแผ่วเบาเมื่อผมพูดจบ ไอ้ปริ๊นเดินเขยิบเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ ก่อนจะพูดขึ้น

           "ฝากดูแลมันด้วยนะพี่"
           แน่นอนปริ๊น.....กูจะดูแลให้ดีที่สุด



           รอไม่นานหรอกปริ๊น กูจะบอกรักมึงให้ได้เต็มปากเต็มคำจริงๆ สักที





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น