วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2558

TONGPRINCE :: SOMEONE 6




ตองปริ้น.......6



            วันที่ 10 ในการเก็บตัว



            ซ่าๆๆๆๆ
            ผมยืนมองสายฝนโปรยปรายด้านนอกมาหลายนาที เย็นนี้พี่โก้งดซ้อมนอกสนามแต่เปลี่ยนให้ไปเข้าฟิตเนทเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย ตอนนี้โค้ชทุกคนค่อนข้างกังวลว่าเราอาจจะซ้อมได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เนื่องจากสายฝนที่กระหน่ำอย่างไม่ปราณีใคร
            น่าเบื่อว่ะ ตกหนักมากอ่ะ ผมหันไปมองคนที่เดินมาพูดอยู่ข้างๆ แปลกใจนิดหน่อยเมื่อเห็นหน้า
            ...........
            “เป็นไงช่วงนี้ ไม่ค่อยได้คุยกันเลย พี่เอ็มมองออกไปด้านนอกในขณะที่ถามผม ผมจึงเลือกหันหน้ากลับมาจุดเดิม
            ก็ดีพี่ แล้วพี่อ่ะช่วงนี้เป็นไง ผมถามกลับบ้าง น่าตลกดีอยู่ด้วยกันมาตั้งหลายวัน แต่ดันถามคำถามที่ไม่น่าจะเอามาถาม
            คำถามเหมือนคนไม่ได้เจอกันนาน
            หมายถึงสุขภาพ...หรือความรักล่ะอีกฝ่ายถามกลับมาทำเอาผมชะงักเสียหลักไปเล็กน้อย
            กึก!
            “ก็คงทั้งสองอย่าง ผมพูดตอบพี่เอ็มไป ได้ยินพี่มันหัวเราะเบาๆ
            มีความสุขดี เพราะตั้มทำให้กูมีความสุข พี่เอ็มพูด
            ผมหันกลับไปมองสีหน้าคนพูดอีกครั้ง ซึ่งพอดีกับอีกฝ่ายหันกลับมาเช่นเดียวกัน สีหน้า ท่าทาง บวกถึงน้ำเสียงที่พี่เอ็มพูดกับผม มันไม่ได้มีอะไรแอบแฝง เขาแค่คนมีความสุขที่อยากจะบอกให้ผมได้ร่วมรู้ด้วย
            แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมยอมรับเลยว่า ผมคงคิดว่าพี่แกกำลังมาเยาะเย้ยที่เป็นคนได้หัวใจตั้มไป
            มึงล่ะตอง ไม่คิดจะหาใครเข้ามาในชีวิตบ้างเหรอ
            ทำไมถามผมแบบนั้น จู่ๆ ก็ถามแบบไม่ให้ตั้งตัว
ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมายืนคุยเรื่องหัวใจกับคนที่เคยเป็นศัตรูหัวใจ
ขอโทษนะ ที่กูเข้ามาแย่งทุกอย่างไปจากมึง กูไม่รู้จริงๆ เขาหันมาพูดกับผม พี่เอ็มดูจะรู้สึกผิดจริงๆ ทั้งสายตาและน้ำเสียงผมรับรู้ได้
มันผ่านไปแล้วพี่....
ตอนนี้ผมไม่เจ็บแล้ว ถึงเจ็บมันก็แค่เป็นอาการชาๆ ที่ยังหลงเหลือไว้เพียงบางๆ ในหัวใจ
ขอบคุณที่เข้าใจ.....แต่ถึงแม้กูย้อนเวลากลับไปได้ กูก็ยังคงเดินหน้าจีบตั้มเหมือนเดิม.... แม้จะรู้ว่ามาทีหลังกูก็ยังจะทำแบบเดิม
พี่เอ็มพูดพร้อมรอยยิ้มมุมปากแบบที่เจ้าตัวชอบทำนักหนา และไอ้รอยยิ้มนี้นี่แหละที่ทำให้ตั้มหลงไปไหนไม่รอด
เพราะอะไรวะพี่ มาบอกขอโทษแต่ดันพูดว่าจะทำแบบเดิมแม้รู้ว่าผมมาก่อนเนี่ยนะ

เพราะรักไงตอง....กูรักตั้มนั่นเป็นเหตุผลเดียวที่กูจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตั้มมา"
"รักแท้คือการเสียสละมันไม่มีอยู่จริงหรอก.....มีแต่จะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเขาไป

นั่นสินะไอ้ตอง.....ถ้ามึงรักมึงต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเขาไป
ขอบคุณว่ะพี่ ขอบคุณที่เข้ามาดูแลตั้ม ผมเอื้อมไปตบแขนพี่เอ็มเบาๆ ยิ้มให้เพื่อบอกให้รู้ว่าขอบคุณจริงๆ
มันเป็นสิ่งที่กูเต็มใจ พี่มันตบไหล่ผมกลับแรงๆ เจ็บฉิบหายแต่โต้กลับไม่ได้เพราะพี่มันแก่กว่า

แต่ยังไงก็ขอบคุณ ขอบคุณที่เข้ามาดูแลตั้ม


.........เพื่อทำให้ผมได้เจอกับรักใหม่จริงๆ สักที





ตอนนี้ฝนหยุดตกไปแล้ว แต่ท้องฟ้าก็มืดเร็วเกินกว่าจะไปซ้อมได้ พี่โก้เลยให้พักหนึ่งวันจากที่ตอนแรกจะให้ลงสนามแม้ว่าท้องฟ้าจะมืดลงก็ตาม
เห็นไอ้ปริ๊นไหม ผมถามไอ้โจ๋ที่เดินสวนทางกับผม
พี่ปริ๊นเหรอ ไม่เห็นอ่ะพี่ ผมยักไหล่ในเมื่อมันตอบในสิ่งที่ผมอยากรู้ไม่ได้ก็ไม่อยากจะคุยด้วย เดินหนีมาซะเลย
ตัง เห็นไอ้ปริ๊นไหม ถามไอ้ตังมันน่าจะรู้
ไม่ได้ตัวติดกันนี่กวินทร์ แต่ก็ไม่รู้แถมเสือกกวนส้นตีนด้วย แหม เอาตาตี่ๆ มามองกูนี่เห็นกูเป็นไอ้หนวดเหรอ
ขอบใจที่ตอบ มันหัวเราะ ผมส่ายหัวขี้เกียจพูดด้วยตอนนี้อยากคุยกับไอ้เด็กดอยมากกว่า
ผมแค่คิดว่าถึงเวลาที่ควรคุยกับมันจริงๆ จังสักที
ไม่อย่างนั้น ปล่อยไว้แบบนี้ ไอ้ปริ๊นก็จะหลบหน้าหนีผมไปเรื่อยๆ หลีกเก่งเชียวล่ะไอ้นี่น่ะ
หาใครเหรอพี่ตอง ผมกำลังเดินไปทางสนามบอลก็เจอตั้มเดินสวนออกมากับพี่เอ็ม เข้าไปทำอะไรกันวะ อยากรู้นะแต่ไม่กล้าถาม
ไอ้ปริ๊นน่ะ ผมมองไปที่มือที่จับกันแน่นของทั้งสองคน.....ผมยิ้ม
ยิ้มได้แล้วใช่ไหม ไม่เจ็บปวดแล้วใช่ไหมพี่ตอง ตั้มถามผม หน้ามันเหมือนคนสอบได้ท็อปของชั้นเรียน ยังน่ารักเหมือนเดิม....เพียงแต่ฐานะน้องชาย
ใช่....” ตอบตามความรู้สึกจริงๆ และก็เห็นสุทธินันท์ยิ้มกลับมา
ไอ้ปริ๊นมันเตะบอลอยู่ในสนาม พอดีพวกกูจะมานั่งคุยกันเห็นมันเลยเดินออกมาเนี่ยล่ะ พี่เอ็มชี้เข้าไปด้านในสนามที่มีไฟเปิดไว้แค่ครึ่งเดียว
ผมมองตามนิ้วพี่เอ็มก็เห็นแค่อัฒจรรย์ แต่เสียงลูกฟุตบอลที่กระทบรองเท้าสตั๊ดก็ทำให้รู้ว่ามันอยู่ข้างในจริงๆ
อย่าพาน้องผมทำอะไรไม่ดีนะพี่ ยังไงผมก็รักตั้มเป็นน้อง ผมชี้หน้าขู่ตอนกำลังจะเดินผ่านคนทั้งคู่ไป
พี่เอ็มหัวเราะทันที
ไม่ทันแล้วว่ะ
ป๋า!!” ตั้มหน้าแดง มุดหลังพี่เอ็มใหญ่ โอยยยยยยยชัดเจน
ผมเดินหนีจากคู่รักบรรลือโลกมาที่ทางเข้า แอบมองผ่านรั้วประตูก็เห็นแผ่นหลังของคนที่ผมอยากเจอ ไอ้ปริ๊นมันกำลังเดาะลูกฟุตบอล รอบๆ ตัวมีลูกฟุตบอลเกลื่อนกราด
ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ แต่มันคงไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ดูมันยังคงมีสมาธิกับลูกกลมๆ ที่ขากำลังเลี้ยงลูกไปมา สลับกับเดาะให้มันลอยอยู่กลางอากาศ
แฮ่กๆๆ
ได้ยินเสียงมันหอบหายใจ ผมยืนอยู่ห่างจากมันไม่ถึงสิบก้าว เกือบสองวันแล้วมั้งที่ผมแทบไม่ได้เข้าใกล้มันเลย
มันเป็นคนที่แปลกและเข้าถึงยาก ทุกครั้งที่มันหลุดความคิดในใจให้ผมฟัง วันต่อมามันจะพยายามสร้างเกราะกำบังให้ตัวเอง หลบหน้า ทำเป็นมองไม่เห็นอะไรก็แล้วแต่
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นผมที่มันไม่อยากจะคุยด้วย
พักก่อนไหม ผมพูดขึ้นตอนที่มันเตะบอลไปทางโกล ลูกตุงตาข่ายสวยงาม
พี่ตอง!” มันหันมามองผมอย่างตกใจ ดวงตามันดูรนๆ ก่อนจะกลับไปสู่สภาพเดิม
หมับ!
เดี๋ยว ทำไมต้องหนีกูตลอดวะ ผมคว้าแขนมันไว้ตอนที่มันกำลังจะเดินหนี มันไม่ตอบและไม่ยอมหันหน้ากลับมามองผม แต่ดีที่มันยังยอมให้ผมจับแขนมันไว้อยู่แบบนี้
ปริ๊น หันหน้ามา ผมพูดและยังคงไม่ยอมปล่อยแขนมันตรงกันข้ามผมบีบแขนเล็กๆ นั้นให้แน่นขึ้น
“…………..”
โอเคมึงไม่หันมาไม่เป็นไร แต่ยังไงมึงต้องฟังกู แม้มันจะบังคับสายตาให้หันไปทางอื่นที่ไม่มีผมได้ แต่มันไม่มีทางปิดหูไม่ฟังเสียงผมได้หรอก
หรือถึงแม้มันจะพลังวิเศษฟิดหูตัวเองได้
แต่ผมก็จะทำให้มันเปิดใจฟัง....ฟังในสิ่งที่ผมกำลังจะพูดอีกครั้ง
กูเคยพูดใช่ไหมว่ากูจะให้มึงมาเป็นตัวจริง ผมยังคงขับแขนของมันแน่น ผมแค่กลัวว่าถ้ามันไปตอนนี้ ผมไม่มีทางจะได้คุยกับมันอีกเลย
ผมไม่อยากเสียมันไปเหมือนตั้ม
นั่นกูพูดออกมาจากสมองและหัวใจนะ กูไม่เคยอยากเอาหัวใจมึงมาทำร้าย โอเคกูยังคงชัดเจนไม่พอ แต่มึงไม่ให้โอกาสกูเลยนี่หว่า
ผมพูดมั่วไปหมด ทุกสิ่งที่อยู่ในใจถูกผมพูดออกมาแบบจับใจความแทบไม่ได้ อะไรวะแค่มันคนเดียวทำไมทำให้คนที่เคยทำทุกอย่างด้วยความมั่นใจแบบผมกลายเป็นคนพูดผิดๆ ถูกๆ แบบนี้ไปได้ยังไง
“……………….”
ที่กูพูดไปเมื่อวันก่อน กูไม่ได้พูดเล่นนะ กูจริงจังกับความรู้สึกตัวเองเสมอและกูก็จริงจังกับมึงด้วย มึงอาจจะคิดว่าเร็วไป แต่เรื่องของหัวใจน่ะ มันไม่มีกำหนดเวลาหรอกนะ
ผม....ไม่รู้....ไม่รู้สิ
ผมปล่อยแขนมันลงก่อนจะจับตัวมันให้หันหน้ากลับมามองผม มันหลบสายตาแกล้งมองลงไปที่ปลายเท้า ผมบีบไหล่ทั้งสองข้างของมันไว้ยังไงก็ยังไม่มั่นใจว่ามันจะไม่หนีผมอีก
ครั้งก่อนกูเสียตั้มไปแม้ว่ากูจะเสียใจแต่กูยังอยู่ได้ แต่ครั้งนี้แค่มึงทำเป็นไม่สนใจกูก็รู้สึกว่ากูเริ่มอยู่ไม่ได้ มันหงุดหงิด อยากเห็นหน้า ทั้งหมดที่กูเป็นก็เพราะมึง
พี่....ผม…..” มันเงยหน้ามองผมอย่างไม่มั่นใจ
ถ้าคิดเหมือนกูสักนิด....ให้โอกาสกูได้ไหมปริ๊น……
………..ให้โอกาสเราได้ศึกษาดูใจกันสักครั้ง....แค่ครั้งเดียว"
            เราทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบ มันเองก็เงียบแถมยังหลบสายตา ผมเองก็ตั้งใจรอคำตอบที่ไม่รู้ว่ามันจะตอบกลับมาเมื่อไหร่ ผมทำใจไว้แล้วไม่ว่าผลจะออกมาบวกหรือลบยังไง ผมก็จะไม่ยอมแพ้
            รักไม่ใช่การเสียสละ....รักคือการทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เสียเขาไป....
            ผมขอโทษ.... มันพูดพร้อมกับค่อยๆ เอื้อมมือมาจับมือผมออกจากต้นแขนของมัน มันมองมาที่ผมอย่างคนรู้สึกผิด
            ผมทิ้งแขนลงข้างตัวอย่างหมดแรง กินแห้วครั้งแรกมันก็อร่อยดีเหมือนกันแม้ว่ามันจะรู้สึกเศร้าเคล้าน้ำตาปนด้วยก็ตาม
            “ไม่เป็นไร.... ผมตอบก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้กับไอ้ปริ๊น
            ผมหันหลังให้ไม่ได้หมายความว่าจะยอมแพ้ ผมแค่ขอเวลาตั้งหลักก่อนก็เท่านั้น
            ยืนมองไปที่โกล ผมอยากให้มันเดินออกไปก่อนยังไม่อยากหันหน้ากลับไปเจอมันตอนนี้ ตลกดีว่ะ อกหักจากผู้ชายถึงสองคน คนแรกไปรักคนอื่นว่าเจ็บแล้ว อีกคนไม่รักใครและไม่เปิดใจให้นี่เจ็บกว่าอีก
            เฮ้ออออ ถอนหายใจให้กับความรักที่ผิดหวัง มองท้องฟ้า มองต้นหญ้าแม่งพระเอกมิวสิคเอ็มวีไหมแข่งกะสารัช อยู่เย็นได้น่าจะสูสี
            ผมเก็บทุกอย่างเอาไว้ข้างในอย่างที่บอกผมไม่ยอมแพ้เพราะโดนปฏิเสธเพียงแค่ครั้งเดียวหรอก
            กึก!
            ผมหันตัวกลับมาเพื่อจะเดินกลับบ้านพักก็ต้องตกใจ เมื่อคนที่ผมคิดว่าเดินออกไปแล้วยังยืนอยู่ที่เดิม
            ปริ๊น.....
            “ผมพูดไม่เก่ง.....ผมไม่รู้ว่าต้องแสดงออกยังไง....ผมขอโทษมันมองมาที่ผมก่อนจะพูดคำพวกนั้นออกมา
            แม่ง...ทำไมผมรู้สึกว่ามันกำลังสารภาพรักกับผมวะ เปล่าหลงตัวเอง
            พี่ไม่ได้มองผมเป็นตัวแทนใครใช่ไหม
            “ไม่ ผมตอบโดยไม่ต้องคิด
            ที่บอกให้ลองศึกษาดูใจกัน....นั่นคือพี่กำลังขอผมเป็นแฟนใช่หรือเปล่า ผมหลุดยิ้มเมื่อได้ฟังคำถาม หน้าตาตอนที่ถามเหมือนเด็กรอคอยคำตอบ
            คิดไม่ผิดจริงๆ ด้วย....เรื่องที่ไอ้ปริ๊นมันชอบผม

            เป็นแฟนกันนะ 

            ผมไม่ตอบสิ่งที่มันถาม แต่ผมกลับถามสิ่งที่มันอยากได้คำตอบ...
            ผมเดินเข้าไปใกล้มันเรื่อยๆ จนสุดท้ายผมยืนห่างจากมันแค่ก้าวเดียว ผมรอฟังคำตอบของมันอยู่ไม่นาน สุดท้ายมันก็ยอมตอบกลับมา

            อื้ม.....ตกลง


            ก็แค่นี้....เท่านี้...
            ขอบคุณปริ๊น....ขอบคุณ

ผมดึงมันเข้ามากอดโดยที่มันก็กอดตอบผมเช่นกัน หน้ามันซบลงที่ไหล่ของผมพอดิบพอดี ไม่มีคำพูดอะไรอีกหลังจากนั้น เพียงแค่ผมกับมันยืนกอดกันอยู่ตรงที่เดิม




            ความรู้สีกที่มีใครสักคนมาให้กอดนี่มันวิเศษจริงๆ





1 ความคิดเห็น:

  1. กรี๊ดสิค่ะ รออะไร ชอบค่าาา ชอบคู่นี้ >/////< ไม่ไหวแล้ว ฟินตัวแตก
    ชอบการเขียนมากค่ะ เขียนออกมาได้น่าอ่านมาก เยี่ยมค่ะ

    ตอบลบ